“บังฟัต” สารภาพจำพล็อตหนังฝรั่งมาใช้ ฆ่าคนแข็งแรงศพแรกตามด้วยหญิงและเด็ก
17 กรกฎาคม 2560 18:43 น.

       MGR Online - สรุปทีมฆ่า 8 ศพ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ มี 9 คน “บังฟัต” นำทีม สารภาพแรงบันดาลใจทำชั่วมาจากพล็อตหนังฮอลลีวูด ทั้งนำมาสับขาหลอกเจ้าหน้าที่และลงมือปฏิบัติการ ตำรวจตั้ง 4 ข้อหา เผยนาทีมรณะบุกเข้าบ้านคุม 8 ชีวิต ที่เหลืออีก 3 ทยอยมาตามเหยื่อที่หายไปเลยติดกับ “สุทธิพงศ์” คนแข็งแรงสุดเป็นศพแรก ที่เหลือยิงรวดเดียว 7 ศพก่อนเผ่นหนี
       
       วันนี้ (17 ก.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจภูธร จังหวัดกระบี่ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีฆ่า 8 ศพ ที่ จ.กระบี่ ว่าขณะนี้ชุดคลี่คลายคดีกำลังคัดกรองคนร้ายที่ควบคุมตัวมาเพื่อรอการดำเนินคดีทั้งหมด โดยตั้งแต่เมื่อค่ำวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้สามารถควบคุมตัวมาได้แล้วรวม 9 ราย แบ่งออกเป็นชุดปฏิบัติการที่เข้าไปก่อเหตุสลดครั้งนี้เป็นชาย 7 ราย และผู้หญิงอีก 1 ราย ซึ่งเป็นกิ๊ก “บังฟัต” ที่ไม่ได้เข้าไปในที่เกิดเหตุ แต่เป็นคนคอยสนับสนุนซื้อชุดลายพราง จัดหาอาหารและน้ำดื่มให้ผู้ก่อเหตุและเหยื่อ ส่วนคนร้ายอีก 1 คนเป็นชายเจ้าของรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์สีดำ ที่คนร้ายใช้ในคืนที่ก่อเหตุก็ถูกควบคุมตัวมาด้วยเช่นกัน จากการสอบสวนเบื้องต้นชายคนดังกล่าวอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุบังฟัตมาขอเช่ารถคันดังกล่าวโดยอ้างว่าจะนำไปใช้งานเท่านั้นซึ่งตนก็ไม่คาดคิดว่าจะนำไปก่อเหตุดังกล่าว
       
       ทั้งนี้ ในส่วนของข้อหาที่พนักงานสอบสวนจะแจ้งต่อคนร้าย ประกอบด้วย ร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน, ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยทำร้ายจิตใจผู้อื่น, แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ทหาร นอกจากนี้ยังมีข้อหาอื่นๆ ที่เป็นส่วนย่อยที่จะต้องแจ้งต่อผู้ต้องหาบางรายด้วย
       
       จากการสอบปากคำนายจักร อายุ 37 ปี หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาที่เป็นคนสนิทของนายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล อายุ 41 ปี หรือบังฟัต ได้ให้การรับสารภาพกับชุดสืบสวนว่า มีอาชีพรับจ้างกรีดยางและทำงานก่อสร้าง โดยก่อนหน้าที่จะเข้าไปปฏิบัติการครั้งนี้เคยได้รับการติดต่อจากบังฟัตให้เข้าไปทวงหนี้นายวรยุทธมาแล้ว 2 ครั้ง ทุกครั้งจะมีลูกน้องบังฟัตเดินทางไปด้วยครั้งละ 5-6 คน แล้วแต่บังฟัตจะเรียกหาให้มาช่วยงาน
       
       นายจักรกล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ได้รับงานทวงหนี้ 2 ครั้ง โดยที่บังฟัตไม่ได้สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า เหมือนครั้งนี้ ซึ่งทีมงานทวงหนี้จะได้ค่าจ้างครั้งละ 1,000 บาท แต่สองครั้งที่ผ่านมาทวงหนี้ไม่สำเร็จ ล่าสุดจึงได้รับการติดต่อจากบังฟัตอีกครั้ง โดยที่ตนเองไม่เคยรู้มาก่อนว่าครั้งนี้จะมีการฆ่ากันตายมากขนาดนี้และบังฟัตก็ไม่เคยบอกมาก่อนว่าจะมีแผนฆ่าถึง 8 ศพ
       
       นายจักรให้การอีกว่า ในวันเกิดเหตุบังฟัตได้นัดให้ทุกคนแต่งชุดทหารเหมือนกับทุกครั้ง โดยให้เรียกบังฟัตว่าผู้พัน อีก 4 คนรวมทั้งตนให้เรียกว่า “จ่า” อีกคนให้เรียกว่า “ผู้กอง” คนสุดท้ายเรียกว่า “หมวด” เพื่อแสดงตัวตนว่าเป็นกลุ่มทหารให้คนในบ้านนายวรยุทธกลัว แต่ครั้งนี้ตนรู้สึกแปลกใจว่าทำไมบังฟัตถึงต้องสวมหมวกไหมพรมปิดหน้า
       
       “ครั้งนี้ บังฟัตให้ผมทำหน้าที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าบ้าน นอกจากนี้ยอมรับว่าเป็นคนกวักมือเรียกให้เหยื่อคนอื่นๆ ที่มาภายหลังให้เข้าไปในบ้านเพราะไม่อยากให้ไปบอกคนอื่นว่ามีเจ้าหน้าที่มาตรวจค้น โดยไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุร้าย จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงค่ำจึงได้ยินเสียงปืนนัดแรก ตกใจมาก ก่อนที่บังฟัตจะลั่นไกยิงเหยื่อทีละคนอย่างไม่สะทกสะท้าน”
       
       ส่วนการสอบปากคำ “บังฟัต” ฆาตกรโหดที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอยู่ในค่ายทหาร ร.15 พัน.1 อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ให้การว่า ในการก่อเหตุฆ่ายกครัวครั้งนี้ตนพยายามที่จะเบี่ยงประเด็นการสังหารให้เป็นเรื่องความเครียดในเรื่องหนี้สินของนายวรยุทธ จึงก่อเหตุฆ่ายกครัวแล้วฆ่าตัวตายตาม อย่างไรก็ตาม ปกติตนจะเป็นคนชอบดูภาพยนตร์แนวสืบสวนสอบสวน ฆาตกรรมลึกลับซ่อนเงื่อน จึงได้นำพล็อตเรื่องและเทคนิคของคนร้ายในภาพยนตร์ต่างประเทศมาใช้ในการหลอกล่อเจ้าหน้าที่ให้ไขว้เขวมาประยุกต์ใช้ในการก่อเหตุครั้งนี้ นอกจากนี้ ก่อนเกิดเหตุได้มีการวางแผนหลบเลี่ยงกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ รวมทั้งเอาเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดในบ้านไปทำลายด้วย
       
       ชุดสืบสวนระบุด้วยว่า กลุ่มบังฟัตมีพฤติกรรมปล่อยเงินกู้และออกทวงหนี้ในพื้นที่ จ.กระบี่ พังงา ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช มาตั้งแต่ปี 2555 หากลูกหนี้รายไหนไม่ยอมจ่ายหนี้ก็จะนำกลุ่มลูกน้องเข้าทวงหนี้โดยสวมเครื่องแบบชุดลายพรางติดอาวุธครบมือ นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมไม่คืนโฉนดที่ดินหลังลูกหนี้นำเงินมาไถ่ถอนอยู่หลายครั้ง จนทำให้มีฐานะร่ำรวยขึ้นมีทั้งเงินสด ที่ดิน และบ้านอยู่ในหลายจังหวัดทางภาคใต้
       
       ชุดสอบสวนแจ้งอีกว่า จากการสอบสวนกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุมี “บังฟัต” นายจักร บังเลาะ บังจี บังโกบ บังยะฝาด และอีกคนไม่ทราบชื่อ ได้เข้ามาถึงบ้านผู้ตายเมื่อตอน 4 โมงเย็นของวันที่ 10 ก.ค. จากนั้นก็ได้โชว์หมายศาลที่ปลอมขึ้นมาแล้วอ้างว่ามาตรวจค้นยาเสพติดอาวุธปืนและสิ่งผิดกฎหมาย ก่อนเข้าควบคุมตัวคนในบ้าน 8 คน ประกอบด้วย นางดวงพร สังหลัง อายุ 36 ปี ภรรยาผู้ใหญ่บ้าน, นายสุริยา สังหลัง อายุ 28 ปี, ด.ญ.กิ่งเทียน สังหลัง อายุ 6 ขวบ, ด.ญ.เพชรดาว สังหลัง อายุ 11 ขวบ, ด.ญ.แพรไหมทอง สังหลัง อายุ 13 ขวบ ทั้งหมดเป็นลูกผู้ใหญ่บ้าน, น.ส.แอนนา บุตรเติบ อายุ 26 ปี น้องเมียผู้ใหญ่บ้าน, ด.ญ รัญชิดา พริกดำ อายุ 13 ขวบ และ ด.ญ.รยิดาน์ พริกดำ อายุ 2 ขวบ ไว้ภายในบ้าน
       
       ต่อมาเมื่อนายสุทธิพงศ์ พริกดำ อายุ 29 ปี มาตาม ด.ญ รัญชิดา และ ด.ญ รัญชิดา ลูกสาวที่มาเล่นในบ้านที่เกิดเหตุให้กลับบ้านก็ได้มาเจอกลุ่มคนร้ายเลยถามว่า “พวกมึงเป็นใคร มาทำอะไรกัน” ผู้หญิงที่โดนคุมตัวไว้ก็ได้ทีโวยวายขึ้นจึงได้เกิดการต่อสู้จนชุลมุนวุ่นวาย ก่อนที่คนร้ายจะจับนายสุทธิพงศ์แยกไปขังอีกห้องแล้ว “บังฟัต” ก็ได้ใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิตเป็นศพแรก จากนั้นเมื่อเห็นว่านายสุทธิพงศ์ สามีมาตามลูกสาวนานผิดปกติ นางอัญชลี บุตรเติบ อายุ 30 ปี จึงได้อุ้มลูกวัย 3 เดือนมาตามสามี จึงถูกควบคุมตัวไว้อีกราย
       
       จากนั้นเมื่อถึงเวลา 4 ทุ่ม นายวรยุทธ สังหลัง อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้าน กลับมาถึงบ้านก็ได้เกิดการต่อสู้กันจึงถูกจับกุมตัวไว้ ก่อนบังคับให้โทรศัพท์ไปยืมเงินเพื่อน 5 แสนบาท เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน “บังฟัต” ก็ลงมือยิงศีรษะคนที่เหลืออย่างเลือดเย็นจนเสียชีวิตอีก 7 ศพ รวม 8 ศพ ส่วนทารกวัย 3 เดือน “บังฟัต” ไม่ได้ยิงศีรษะเหมือนเหยื่อคนอื่นแต่อย่างใด


พิมพ์จาก http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9600000072695
เวลา 23 สิงหาคม 2560 09:07 น.
ผู้จัดการออนไลน์ - Manager Online (http://www.mgronline.com)