ลอบฆ่า ประยุทธ์-ประวิตร คิดได้ทำยาก แต่จ้องป่วนเอาแน่ !!
21 มีนาคม 2560 05:26 น.

       เมืองไทย 360 องศา
       
        แน่นอนว่า จากการสนธิกำลังของเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายทั้ง ทหาร ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ฝ่ายปกครอง ในการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 9 จุด 7 จังหวัด ซึ่งเป็นเครือข่าย ของ “โกตี๋” หนือ วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ แกนนำ นปช. สาย “ฮาร์ดคอร์” เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้ของกลางเป็นอาวุธสงครามหลายรายการ เรียกว่า เป็น “คลังแสง” ย่อยๆ ได้เลยทีเดียว โดยจุดใหญ่ที่น่าสนใจก็น่าจะเป็นสามสี่จังหวัดหลัก คือ ปทุมธานี บ้านของ “โกตี๋” นนทบุรี สมุทรปราการ และ อยุธยา เพราะในพื้นที่แถบนี้ในยุคที่พรรคการเมืองของ ทักษิณ ชินวัตร เรืองอำนาจนั้นรับรู้กันว่าเป็นเมืองเอกของคนเสื้อแดงกันเลยทีเดียว
       
       จากการแถลงในตอนบ่ายวันเดียวกัน ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฝ่ายความมั่นคง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ร่วมเป็นสักขีพยาน เรียกว่านี่คือ “งานใหญ่” แบบ “ซีเรียส” อย่างมาก
       
       เนื่อหาที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำเสนอนั้นต้องบอกว่านี่คือ เรื่องใหญ่จริง เพราะฉากหลังที่เป็นอาวุธสงครามที่วางเรียงรายอยู่นั้นเป็นอาวุธที่สะสมเอาไว้เพื่องานสำคัญยิ่งยวดนั่นคือ เตรียมการสำหรับการ “ลอบสังหาร” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึงระบุว่า มี “บุคคลสำคัญ” เป็นเป้าหมายด้วย
       
       ขณะเดียวกัน ยังระบุว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวเตรียม “สร้างสถานการณ์รุนแรง” หากเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปตรวจค้นภายในวัดพระธรรมกายก่อนหน้านี้
       
       ก่อนหน้านั้น พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ก็ยืนยันว่า จากการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 9 คน จากการตรวจสอบพบว่าพวกเขาเคยเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ในปี 2553 กับมวลชนคนเสื้อแดง และ 1 ใน 9 คนนี้ ก็เคยปรากฏตัวบริเวณวัดพระธรรมกายด้วย เจ้าหน้าที่จึงแกะรอยตามไปจนนำไปสู่การควบคุมตัว และยังพบว่า มีการเตรียมลอบสังหารผู้นำประเทศ และบุคคลสำคัญ ประมาณช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และหากจำกันได้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็เคยเปิดเผยว่าเขา “ถูกขู่ฆ่า”
       
       ข้อมูลดังกล่าวที่ระบุออกมาจากปากของเจ้าหน้าที่ถือว่าเป็น “เรื่องใหญ่มาก” เพราะนี่คือ งานระดับประเทศ อย่างไรก็ดี อีกด้านหนึ่งมันก็มีคำถามตามมาซ้อนเข้ามาอีก นั่นคือ มัน “มีความเป็นไปได้แค่ไหน” กับงานระดับนี้ เมื่อพิจารณาจากเครือข่ายที่เหลืออยู่ในเวลานี้หลังจากการเข้ามาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นมา
       
       เมื่อพิจารณาจากการเคลื่อนไหวของตัวบุคคลระดับแกนนำ นปช. ไม่ว่าจะเป็นแบบสายไฮด์ปาร์ก แบบ จตุพร พรหมพันธุ์ และ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นต้น คนพวกนี้นาทีนี้ไม่กล้าขยับ เพราะมีคดีเป็นชนัก รวมไปถึงเงื่อนไขของศาลจนต้องลดบทบาทลง ส่วนบรรดาสายฮาร์ดคอร์ที่เคยเคลื่อนไหวในแบบรุนแรงมาก่อนคนพวกนี้ถือว่า “ไม่มีระดับ” ไม่มีศักยภาพด้วยตัวเอง
       
       เพราะหากพูดถึงศักยภาพก็ต้องเพ่งมองไปที่พวกข้าราชการ ซึ่งก็คือ พวก “คนมีสี” ทั้งตำรวจและทหารที่อยู่ในเครือข่ายมาก่อน เคยเติบโตมาภายใต้อำนาจการเมืองแบบที่เรียกว่า “มะเขือเทศ - แตงโม” นั่นแหละ แต่เมื่อเวลาผ่านมาเกือบสามปี ผ่านการโยกย้ายหลายรอบทั้งแบบกะทันหันตามมาตรา 44 หรือโยกย้ายตามฤดูกาล ทุกอย่างน่าจะเจือจางจนแทบไม่เห็นเชื้อแล้วก็ได้ อีกทั้งพวกนี้ถือว่าเป็น “นกรู้” ย่อมมองออกว่าอนาคตข้างหน้าเป็นอย่างไร หลายคนกลับลำเปลี่ยนสีกันเกือบหมดแล้ว
       
       อย่างไรก็ดี หากถามว่า “แผนลอบสังหาร” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีหรือไม่ ก็ต้องตอบว่า “ก็น่าจะมีนะ” แต่ถ้าถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ก็ต้องตอบทันทีว่า “ยาก” แบบคิดได้แต่ทำยาก เมื่อพิจารณาจากองค์ประกอบและเครือข่ายอำนาจในเวลานี้ถือว่าต่างกันลิบลับ ที่สำคัญความนิยมศรัทธาจากสังคมก็ต่างกันแบบไม่เห็นฝุ่น
       
       แต่หากมีคำถามหรือความเป็นไปได้ในเรื่อง “ก่อเหตุป่วน” ละก็ นี่แหละใช่เลย มีความเป็นไปได้มากที่สุด เพราะสร้างสถานการณ์ทำลายความมั่นคงและทำลายเครดิตของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยเฉพาะปีนี้เป็นช่วง “พิธีสำคัญ” ซึ่งวางใจไม่ได้เลย และหากให้ประเมินเชื่อว่า “ฝ่ายข่าว” ก็น่าจะได้กลิ่นแบบนี้มาพักใหญ่แล้ว และตามมาด้วยการลงมือกวาดล้าง ซึ่งที่ผ่านมาหากสังเกตจะพบว่ามีการตรวจค้นจับกุมแหล่งอิทธิพลสำคัญในหลายจังหวัดและตามมาด้วยการตรวจค้นใน 9 จุด 7 จังหวัด “สีแดง” ดังกล่าวข้างต้น
       
       ที่ผ่านมา หากย้อนกลับไปการก่อเหตุป่วนมักเกิดขึ้นในช่วง “เทศกาล” สำคัญแทบทุกครั้ง หรือจุดที่เป็น “สัญลักษณ์” ทั้งสิ้น ซึ่งแบบนี้แหละน่าห่วง แต่อย่างไรก็ดี หากลงมือมันก็เหมือนกับการ “ฆ่าตัวตาย” เหมือนกัน เพราะเมื่อมีการปูพื้นกันขนาดนี้ เกิดเหตุเมื่อใดชาวบ้านก็ต้องชี้หน้าด่าทันที เนื่องจากอยู่ในข่ายต้องสงสัยมากที่สุด
       
       หากให้ประเมินความเป็นไปได้มากที่สุด พูดถึงการลอบสังหารผู้นำคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ น่าจะเป็นจริงได้น้อยมาก ในท่ามกลางองค์ประกอบด้านอำนาจและเครือข่ายในเวลานี้ แต่ถ้าพูดถึงเรื่อง “ป่วน” ใน “ช่วงเหตุการณ์สำคัญ” นับจากนี้ไปหรือก่อนหน้าในช่วงที่ล้อมวัดพระธรรมกาย แบบนี้ถือว่าเป็นไปได้สูง และเชื่อว่า เจ้าหน้าที่ก็ได้กลิ่นถึงได้จู่โจมตรวจค้น ทางหนึ่งเป็นการ"บล็อก"สกัดเอาไว้ก่อน อีกทางหนึ่งเหมือนกับเป็นการ “ฟ้องประชาชน” ไว้ล่วงหน้า ถ้าเกิดเหตุขึ้นมาก็ต้องฝีมือพวกนี้ อะไรประมาณนั้นแหละ
       
        ดังนั้น หากตัดตอนพิจารณาเฉพาะบางเรื่องที่เห็นก็ต้องบอกว่า นี่คือ การกวาดล้างที่ต้องรีบทำเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น ขณะเดียวกัน ยังเป็นการทำลายความชอบธรรม ทำลายเครดิตของฝ่ายตรงข้าม ให้ติดลบลงไปอีก !!


พิมพ์จาก http://www.manager.co.th/asp-bin/mgrView.asp?NewsID=9600000028637
เวลา 21 สิงหาคม 2560 23:08 น.
ผู้จัดการออนไลน์ - Manager Online (http://www.mgronline.com)