หมกเม็ดใน “ไอเฟค”

โดย MGR Online   
19 เมษายน 2560 12:12 น.
หมกเม็ดใน “ไอเฟค”
             สัปดาห์ก่อน นายแพทย์วิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท อินเตอร์ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น “ไอเฟค” นัดเข้ามาพบ เพื่อชี้แจงแนวทางการแก้วิกฤตของกิจการ
            แนวทางการแก้ปัญหาส่วนใหญ่ ถูกเผยแพร่ไปแล้ว โดยการประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมามีบทสรุปเรียบร้อย ยกรรมการฝ่ายนายทวิช เตชะนาวากุลตกลงร่วมมือแก้ปัญหากับนายแพทย์วิชัย และจะจัดประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 2 พฤษภาคมนี้
            วาระเร่งด่วนของ "ไอเฟค" คือ การจัดทำงบการเงินส่งให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ การแก้ปัญหาหนี้ การขายทรัพย์สิน โดยเฉพาะโรงแรมดาราเทวีที่ภูเก็ต
            และการยื่นขอปลดเครื่องหมาย”เอสพี” เพื่อนำหุ้นกลับมาซื้อขายใหม่
       
           นายแพทย์วิชัยยืนยันว่า ประมาณปลายเดือนพฤษภาคมนี้ แนวทางการแก้ปัญหาทุกอย่างจะมีบทสรุปที่ชัดเจน ซึ่งต้องรอติดตามกันต่อไปว่า จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่
           โจทย์ใหญ่การปลดหนี้ของ “ไอเฟค” อยู่ที่ การขายโรงแรมดาราเทวี ซึ่งจีนสนใจ และตกลงจะซื้อแล้ว ในราคาประมาณ 5,000 ล้านบาท
           แต่เมื่อเกิดเรื่องฉาวโฉ่ มีข่าวความขัดแย้งคณะกรรมการบริษัท ขณะที่ฝ่ายบริหาร “ไอเฟค”ถูกโจมตีด้วยข้อกล้าวหามากมาย จีนจึงลังเลที่จะซื้อ
       
           โรงแรมดาราเทวีมีปัญหาลึกลับซับซ้อน ไม่เฉพาะการเจรจาเสนอขายกับจีนเท่านั้น แต่ลึกลับซับซ้อนตั้งแต่ตอนที่ “ไอเฟค” ซื้อเข้ามา เพราะมีการวางยาทรัพย์สินตัวนี้ไว้
           การตกลงซื้อขายโรงแรม โดยทั่วไปหมายถึงการซื้อทรัพย์สินทุกอย่าง แต่ปรากฏว่า มีสัญญาทรัพย์สินบางอย่างสอดไส้ไว้ ซึ่ง “ไอเฟค” มีภาระผูกพันที่จะต้องจ่ายค่าเช่า
           เช่น โครงสร้างป้ายหน้าจั่วสัญลักษณ์ของโรงแรมดาราเทวี มีบริษัทอื่นเป็นเจ้าของ โดย “ไอเฟค”ต้องจ่ายค่าเช่าปีละประมาณ 2 ล้านบาท
           ส่วนชื่อโรงแรมดาราเทวี กลับกลายเป็นลิขสิทธิ์ของอีกบริษัท นอกจากนั้นยังมีทรัพย์สินอีกบางรายการที่มีปัญหา โดยที่นายแพทย์วิชัยไม่ได้รู้ถึงการสอดไส้สัญญาเช่าทรัพย์สินมาก่อนเพราะกรรมการบางคนที่ลาอออกไป เป็นผู้ติดต่อเจรจาทำสัญญา
       
           ไม่น่าเชื่อว่า บริษัทจดทะเบียน ซึ่งมีคณะกรรมการตรวจสอบอิสระ มีที่ปรึกษาทางการเงิน มีฝ่ายกฎหมายดูแลการทำสัญญาหรือทำนิติธรรมต่างๆ จะปล่อยให้เกิดช่องโหว่ในการซื้อทรัพย์สินได้ถึงขนาดนี้
           ทุ่มเงินซื้อโรงแรมหลายพันล้านบาท แต่ไม่ได้ครอบครองลิขสทธิ์ชื่อโรงแรม และแม้แต่หน้าจั่วป้ายสัญลักษณ์ชื่อโรงแรม ยังเป็นทรัพย์สินของคนอื่น ซึ่งต้องเช่าต่อ
           คนที่อยู่เบื้องหลังการวางแผนสอดไส้เพื่อหาประโยชน์จากเรื่องนี้ ไม่รู้คิดได้อย่างไร และจะตามเอาผิดย้อนหลังได้หรือไม่
       
           ยังมีอะไรๆใน “ไอเฟค” ที่หมกเม็ดกันอีกเยอะ เช่นพนักงานที่เป็น “เด็ก” ของกรรมการบริษัทบางคนที่ลาออกไปก่อนหน้า เคยขยับเงินเดือนขึ้น 300% ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ โดยมีใบสั่งให้ปรับเงินเดือนครั้งละ 50,000 บาทหลายสัปดาห์ติดต่อ
           การกอบโกยผลประโยชน์จากบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะการผ่องถ่ายเงินจากการซื้อทรัพย์สินหรือการหมกเม็ดในรูปแบบต่างๆ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะ “ไอเฟค” เท่านั้น แต่เกิดขึ้นในบริษัทจดทะเบียนทั่วไป และยังไม่มีหน่วยงานใดกำกับดูแลได้ แม้จะมีกรรมการตรวจสอบอิสระทำหน้าที่ตรวจสอบก็ตาม
           ดังนั้นการที่ “ไอเฟค” หรือบริษัทจดทะเบียนอื่นอีกนับสิบบริษัท ต้องเกิดปัญหาฐานะการเงิน จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะเมื่อกรรมการบริษัทฯตั้งหน้าตั้งตา หาช่องทางตักตวงผลประโยชน์ใส่ตัว สุดท้ายบริษัทจดทะเบียนต้องล่มสลาย ทิ้งให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยรับกรรม และเรียกร้องเอาผิดกับใครไม่ได้
           “ไอเฟค” เป็นหุ้นอีกตัวที่กำลังเดินไปสู่ความล่มสลาย และแม้จะรู้ถึงต้นเหตุที่จะนำไปสู่ความล่มสลายแล้ว แต่ไม่รู้ว่า จะสายเกินไปสำหรับการฟื้นฟูหรือไม่

จำนวนคนโหวต 3 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 3 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017