แชร์ลูกโซ่ ขายตรงลวงโลก Never Die เมื่อ “คนโลภ” ล้อมคอกยังไง ก็เอาไม่อยู่

โดย ผู้จัดการรายวัน   
22 เมษายน 2560 07:37 น.
แชร์ลูกโซ่ ขายตรงลวงโลก  Never Die เมื่อ “คนโลภ” ล้อมคอกยังไง ก็เอาไม่อยู่
ทอมโชกุน - น.ส.ศรัณย์พัชร์ กิติขจรพัชร์ 
        ผูู้จัดการสุดาสัปดาห์ - ทัวร์ลวงโลกจากธุรกิจขายตรงหลอกๆ ของ “ทอมโชกุน - น.ส.ศรัณย์พัชร์ กิติขจรพัชร์” ที่ลอยแพเหยื่อหลายร้อยชีวิตกลางสนามบินสุวรรณภูมิ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา จนกลายเป็นข่าวครึกโครม ปิดฉากลงแล้วโดย “แก๊งทอมโชกุน” ถูกรวบทันควัน และเจอข้อหาหนักฉ้อโกง ซ่องโจร พร้อมกับถูกไล่ยึดทรัพย์
       
       แต่เชื่อเถอะเรื่องของแก๊งต้มตุน แชร์ลูกโซ่ หลอกขายตรง เป็นอะไรที่ Never Die เดี๋ยวก็เกิดขึ้นอีก
       
        ขบวนการต้มตุ๋นหลอกลวง จับจุดอ่อนหากินกับความอยากรวยเร็ว รวยทางลัด ลงทุนต่ำ ผลตอบแทนสูง เหยื่อที่ถูกหลอกนอกจากหวังรวยเร็วแล้วก็มักจะเชื่อใจคนกันเองที่มาชักชวนให้เข้าร่วมตาม ๆ กันไปเป็นลูกโซ่ ส่วนหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลก็ทำได้แต่ตาม “ล้อมคอก” ก้าวช้ากว่าขบวนการต้มตุ๋นหลอกลวงก้าวหนึ่งเสมอ
       
        คราวนี้ก็เช่นกัน ถ้าหากทัวร์ลวงโลกไปญี่ปุ่นของแก๊งทอมโชกุน ไม่โป๊ะแตกเสียก่อน คงมีคนที่ตกเป็นเหยื่ออีกหลายพันอย่างแชร์ลูกโซ่ยูฟัน ที่หลอกกันข้ามชาติเสียหายใหญ่หลวง และยังเป็นคดีอยู่ในเวลานี้
       
        การทำธุรกิจแบบตั้งใจมาหลอกอย่างเช่นยูฟัน หรือขายตรงพ่วงทัวร์ลวงโลกแก๊งโชกุน ที่ใช้อุบายต่างๆ นานา มาหว่านล้อมให้คนหลงเชื่อด้วยการทำงานเป็นทีม มีการโฆษณาชวนเชื่อ อาศัยช่องทาง สร้างภาพ ดึงคนเด่นดังเข้ามาร่วม คงจะบรรเทาเบาบางลงได้บ้างหากเจ้าหน้าที่ของรัฐมีการตรวจสอบ สอดส่องพฤติกรรมของแก๊งต้มตุ๋นพวกนี้ และตามไปดูว่าบริษัทที่ตั้งขึ้นมาทำธุรกิจจริงอย่างที่ไปจดทะเบียนเสียภาษีให้รัฐหรือไม่ มีอะไรที่ส่งกลิ่นตุๆ หรือไม่
       
       นอกจากจะโทษความโง่ของเหยื่อที่ละโมบโลภมาก ถูกหลอก ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของแก๊ง 18 มงกุฎแล้ว ต้องโทษความหละหลวมปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง นับตั้งแต่กระทรวงพาณิชย์ ตำรวจ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ที่ไม่ได้ทำงานเชิงรุก เป็นหูเป็นตาให้ประชาชน อ่อนด้อยในการทำงานเชิงป้องกันและปราบปรามก่อนที่จะมีความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ชอบที่จะมาเป็น “พระเอกขี่ม้าขาว” ในตอนจบเรื่อง เกิดความเสียหายไปแล้ว พร้อมกับท่าทีขึงขังจริงจังจะล้อมคอกให้ดี จะแก้ไขปัญหาให้ได้ แต่สุดท้ายแล้วจางหายไปเหมือนไฟไหม้ฟาง
       
        ขอเตือนกันไว้อีกครั้งว่า แก๊ง 18 มงกุฎ ที่หลอกหากินบนความอยากมีอยากได้ของเหยื่อจนเดือดร้อนไปทั่วทุกหัวระแหงนั้น ระบาดหนักอย่างไม่น่าเชื่อ โดยปัจจุบันมีคนเดือดร้อนจากการถูกโกงร้องทุกข์แจ้งความที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ประมาณ 50 แห่ง เป็นบริษัทที่เข้าข่ายมันนี่เกมหรือแชร์ลูกโซ่ โดยบริษัทเหล่านี้มีพฤติกรรมฉ้อโกงไม่จ่ายเงินหรือจ่ายแต่ไม่ครบ เข้าข่ายกระทำผิด พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527
              
        สำหรับบริษัทที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด คือ แชร์ตระกูล coin รองลงมาก็มีอย่าง อีเกิ้ลเกรท, เน็คเทรด, อินฟินีตี้, ทิปเปิ้ล2, บ้านแชร์พลอย, เคบี คลับ, เพย์ออล และบริษัทT-CLUB. หุ้นบ่อนเขมร เหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ยกมาให้รู้จักก่อนจะโดนหลอก แม้ทางด้านเจ้าหน้าที่จะเร่งรัดดำเนินการสอบสวน บริษัทจอมโกงพวกนี้ก็ยังเปิดกิจการอยู่
       
        ยิ่งเวลานี้ ธุรกิจขายตรงเฟื่องฟู เป็นโอกาสของแก๊งต้มตุ๋นที่เข้ามาใช้ช่องทางนี้หลอกเหยื่อ ซึ่งไม่ใช่หลอกกลุ่มคนที่ไม่มีความรู้ แม้แต่ระดับคุณหมอยังหลอกหมอลงขันทำธุรกิจทัวร์ด้วยกันก็มี หรือข่าวคราวหลอกลงหุ้นทำครีมออนไลน์ สูญนับร้อยล้าน ก็ผุดขึ้นมาไล่ๆ กับแก๊งทอมโชกุน
       
        ประชาชนเสียหายกันขนาดหนัก ตามมาดูมาตรการล้อมคอกกัน ในเวลานี้กระทรวงพาณิชย์ โดยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกแอ็กชันแล้ว โดยสั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หารือกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง 12 หน่วยงาน ทั้ง สคบ. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช. ) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  (ก.ล.ต.) ดีเอสไอ กรมการท่องเที่ยว ฯลฯ เพื่อกำหนดมาตรการ แนวทาง และวิธีป้องกันผู้ประกอบธุรกิจประเภทต่างๆ สวมรอยบริษัทที่จดทะเบียนนิติบุคคล หลอกลวงประชาชน
       
        มาตรการที่ว่า จะเริ่มตั้งแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันเพิ่มมากขึ้น อย่างกรมธุรกิจการค้า ที่มีหน้าที่รับจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ แต่ธุรกิจบางประเภทต้องไปขอใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและได้รับอนุญาตก่อนจึงจะมาแจ้งจดวัตถุประสงค์ในการทำธุรกิจกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ เช่น ธุรกิจขายตรง ต้องขออนุญาตจาก สคบ. และธุรกิจท่องเที่ยว ต้องขออนุญาตจากกรมการท่องเที่ยว เสียก่อน
              
        นอกจากนั้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังจะเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครอง ตรวจสอบในขั้นตอนการจดทะเบียนนิติบุคคล เช่น การเปลี่ยนชื่อและนามสกุลของผู้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ซึ่งเรื่องนี้ก็เห็นๆ กันอยู่แทบทุกครั้งว่าตัวการหลอกลวงนั้นมักเปลี่ยนชื่อแซ่นับครั้งไม่ถ้วน อย่าง “ทอมโชกุน” ที่เปลี่ยนชื่อนับสิบครั้ง นี่ก็ส่อพิรุธแล้ว
       
       ส่วนหน่วยงานที่กำกับดูแลการประกอบธุรกิจเฉพาะทาง เช่น ธุรกิจขายตรง และท่องเที่ยว หากมีเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่าบริษัทใดทำธุรกิจไม่โปร่งใส สคบ. หรือกรมการท่องเที่ยว ต้องรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในวงกว้าง ส่วนตำรวจหากมีการรับแจ้งความร้องทุกข์เกี่ยวกับกรณีฉ้อโกงหรือหลอกลวงประชาชนก็ให้แจ้งประสานข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวเพื่อตรวจสอบทันที
       
        สำหรับกระทรวงท่องเที่ยวฯ ซึ่งมักมีเรื่องร้องเรียนทัวร์ลวงโลกมาไม่น้อย ก็ออกมาตรการคุมทัวร์ฉ้อโกง โดยกำหนด 7 มาตรการเพื่อควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวอีก ดังนี้ 1.เข้มงวดการตรวจสอบบริษัทนำเที่ยวนอกระบบที่ไม่ได้มีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 2.หากตรวจพบจะดำเนินการตามกฎหมายขั้นสูงสุด คือ โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ
          
         3.เข้มงวดในการกำกับดูแลและให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชนผ่านศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยวทั้งทางโทรศัพท์และออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง 4. ออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการโฆษณาทัวร์ท่องเที่ยวให้รัดกุมขึ้น โดยผู้ประกอบการต้องเปิดเผยเลขที่ใบอนุญาตการประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พร้อมวันหมดอายุของใบอนุญาต เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบกับกรมการท่องเที่ยว จากนั้นจะประกาศเป็นกฎกระทรวงฯ ต่อไป
             
         5.ร่วมมือกับหน่วยงานภาคเอกชน เช่น สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) และอื่นๆ จัดตั้งทีมงานติดตามสถานการณ์ในตลาดท่องเที่ยวเพื่อร่วมกันสอดส่งเหตุพิรุธ หรือผิดปกติ เพื่อแจ้งข้อมูลให้กระทรวงฯ ทราบ 6.ร่วมหารือกับภาคเอกชนในการทำราคาอ้างอิงสำหรับการท่องเที่ยวในต่างประเทศ และ 7.ร่วมหารือกับภาคเอกชนในการพิจารณาบทลงโทษและมาตรการต่างๆ ให้มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น
       
       ติดตามกันต่อไปว่าการตีคอกล้อมแก๊งต้มตุ๋น แชร์ลูกโซ่ ทัวร์ลวงโลก ขายตรงหลอกลวง ที่เกิดปัญหารายวันจะป้องกันและตามไล่ทันปัญหาที่ฆ่าไม่มีวันตายนี้หรือไม่
       
       แต่ที่ง่ายที่สุดและจะช่วยตัวเองได้มากที่สุดคือ เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมแก๊ง 18 มงกุฎ โดยเฉพาะพวกคนกันเองที่มาชักชวน และอย่าตกหลุมความละโมบโลภมาก นั่นแหละสำคัญที่สุด
       


จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017