เปิดลายแทงรัฐธรรมนูญ 60 กองเชียร์ “ประยุทธ์” อย่าฝันหวาน

โดย ผู้จัดการรายวัน   
14 เมษายน 2560 17:30 น.
เปิดลายแทงรัฐธรรมนูญ 60  กองเชียร์ “ประยุทธ์” อย่าฝันหวาน
        “หนึ่งความคิด”
        “สุรวิชช์ วีรวรรณ”
       
        ผมเคยเขียนบทความไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้วว่า เมื่อนับเวลาตามเงื่อนที่รัฐธรรมนูญผูกไว้ให้ทำกฎหมายประกอบต่างๆให้เสร็จเสียก่อนถ้าเราได้เลือกตั้งกลางปี2561ก็ถือว่าเร็วแล้ว แม้ว่าอาจจะเร่งให้เร็วกว่านั้นได้ด้วยการเร่งทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายลูกให้เร็วขึ้นไม่ต้องถึง 240 วัน แต่ผมไม่เชื่อว่าเขาจะเร่งไปทำไม
       
        แถมเมือเราดูมาตรา 267 ของรัฐธรรมนูญ 60 เราจะพบว่า เลือกตั้งอาจช้ากว่าที่คาดการณ์ไปได้อีกถ้า สนช.คว่ำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญก็ต้องกลับไปเริ่มต้นกันใหม่ตามมาตรา81ดังนั้นที่เราคาดกันว่าน่าจะได้เลือกตั้งกันประมาณกลางปี61หรือล่าช้ากว่านั้นเล็กน้อยที่คาดการณ์ว่าเกือบกันยายนก็อาจจะไม่ใช่ ดีไม่ดีอาจไกลไปถึงต้นปี 2562
       
        ฝ่ายที่ทำให้เกิดสถานการณ์เลือกตั้งช้าหรือเร็วได้ก็คือ คสช.นั่นแหละถึงเวลาก็อาจกดปุ่มให้สนช.คว่ำร่างกฎหมายลูกเสียหากสถานการณ์ขณะนั้นไม่เอื้ออำนวยซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร เพราะเขาสั่งซ้ายหันขวาหันกันได้อยู่แล้วอยู่ที่ว่าตอนนั้นรัฐบาลจะเชื่อว่าสถานการณ์มั่นคงหรือยัง ยังจำเป็นต้องใช้มาตรา44ต่อไปหรือไม่ เพราะอำนาจตามมาตร า44 ของรัฐธรรมนูญ 2557 นั้นจะมีฤทธิ์เดชไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่
       
        บางคนบอกว่ารัฐบาลชุดนี้อาจเร่งให้มีการเลือกตั้งเร็วขึ้นก็ได้เพราะไม่ว่าช้าหรือเร็วรัฐธรรมนูญชุดนี้ก็เปิดโอกาสให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง
       
        แต่หากเราดูที่มาของนายกรัฐมนตรีจากคนนอกที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญจริงๆ ก็จะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะรัฐธรรมนูญเขียนผูกปมไว้อย่างซับซ้อนซ่อนเงื่อนมาก
       
        ด่านแรกของการเลือกนายกรัฐมนตรีก็คือ ส.ส.รวมกันได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของ 2 สภาคือ 376 เสียงเลือกนายกฯจากบัญชีรายชื่อ แต่มองกันว่าสมการนี้เป็นไปได้อยากเพราะเชื่อกันว่า ถ้าจะออกประตูนี้แปลว่า 2 พรรคใหญ่คือพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ต้องจับมือกัน เราข้ามเรื่องความเป็นไปได้หรือไม่ตรงนี้ไปก่อนมาดูว่า ถ้าเลือกนายกฯจากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอไม่ได้ ต้องทำอย่างไรจึงจะได้นายกฯคนนอก
       
        เราลองไล่ดูนะครับบทเฉพาะกาลมาตรา 272นั้นบอกว่า ถ้าเลือกจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองในชอตแรกไม่ได้ให้ใช้เสียงกึ่งหนึ่งของ2สภาเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาคือ 376 เสียง ขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมือง แจ้งไว้ตามมาตรา 88 ในกรณีเช่นนั้น ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของ ทั้งสองสภาให้ยกเว้นได้ ให้ดําเนินการตามวรรคหนึ่งต่อไป โดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมือง แจ้งไว้ตามมาตรา 88 หรือไม่ก็ได้
       
        อธิบายง่ายๆคือ ถ้าเลือกจากบัญชีคนนอกไม่ได้ 376 คนขึ้นไปต้องเสนอชื่อต่อประธานสภาเพื่อเปิดให้เลือกคนนอกบัญชีได้ การรวบรวมเสียงให้ได้ 376เสียงอาจจะไม่ยากนะครับ แต่ไม่ใช่ว่าคนนอกจะมาได้ทันที ประธานต้องไปขอมติจาก2สภาก่อนซึ่งสองสภาต้องมีเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของ 2 สภาคือ 500 เสียงขึ้นไปเสียก่อนจึงจะเลือกคนนอกเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ตรงนี้แหละที่ยาก
       
        จะเห็นว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์อยากเป็นต่อและไม่เขินอายเข้ามาอย่างสง่างามก็ต้องอยู่ในรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอตั้งแต่ต้น แต่ถ้าเขินอายแล้วอยากเป็นต่อก็อาจจะยุ่งยาก
       
        จากสมการนี้จะเห็นว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยเขาได้กลับมาเกินครึ่งอีกประตูนี้ก็ปิดตายทันทีไปต่อไม่ได้การเมืองจะถึงทางตัน ยกเว้นเจรจาต่อรองให้พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมเป็นรัฐบาลและสนับสนุนนายกฯคนนอก
       
        หรือเกิดกรณีส.ส.รวมตัวกันได้เกินครึ่งแล้วมีความเห็นว่าถ้าสนับสนุนแนวทางนี้ก็จะต้องอยู่ภายใต้เงาของนายกฯคนนอกไปอีก4ปี และอาจจะถึง8ปี นักการเมืองและพรรคการเมืองก็เป็นแค่ไม้ประดับ ถ้าวันนั้นส.ส.เกิดแข็งข้อเพื่อออกจากอำนาจแฝงของ คสช.ที่จะส่งคนนอกเข้ามาการเมืองก็จะไปต่อไม่ได้เลย เมื่ออ่านตามตัวอักษรของรัฐธรรมนูญ 2560
       
        มีคนถามวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มือกฎหมายเหมือนกันว่า ถ้าฝ่าด่านตรงนี้ไม่ได้จะทำอย่างไร เพราะประตูปิดตายแล้ว วิษณุเคยพูดว่าก็เลือกกันไปเรื่อยๆนั่นหมายถึงต้องมีการต่อรองกันอย่างถึงพริกถึงขิง หากถึงเวลานั้นจริงๆอำนาจการต่อรองก็จะอยู่ในมือพรรคเพื่อไทยทันทีถ้าเขาได้เกินครึ่งจริงๆ หรือส.ส.ที่รวมกันเกินครึ่งอย่างที่ว่ามาก็จะมีอำนาจต่อรองสูงเช่นกัน ความไม่มั่นคงและไม่เสถียรภาพทางการเมืองก็จะกลับมาอีก
       
        แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยได้ไม่ถึงครึ่ง แล้วอีกฟากคือประชาธิปัตย์สามารถรวบรวมเสียงจากทุกพรรคมาได้เกิน 250 คน แล้วมารวมกับเสียง ส.ว. 250 เสียงได้เกิน 500 เสียง เส้นทางนายกฯ คนนอกซึ่งใครๆก็คิดตอนนี้ว่าต้องเป็น พล.อ.ประยุทธ์อีกก็ง่ายขึ้น มีคนบอกว่าโอกาสนี้น่าจะดูดีที่สุด เพราะฐานเสียงที่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นพวกไม่เอาทักษิณเช่นเดียวกับฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ แต่นั่นหมายความว่าพรรคประชาธิปัตย์จะยอมเป็นม้าใช้หรือไม่ด้วย
       
        ที่เขียนมาข้างบนนี้เพื่อชี้ให้กองเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์หลงระเริงกันเกินไปว่า แม้มีเสียงส.ว.ในมือแล้วโอกาสกลับมาเป็นนายกฯจะเป็นเรื่องง่ายๆเหมือนแช่แป้งอย่างที่คาดการณ์กัน เพราะสุดท้ายแล้วอยู่ที่ว่าจะหักด่านระบอบทักษิณซึ่งเป็นพรรคที่ได้เสียงข้างมากมาตลอดในช่วง10ปีนี้ไปได้หรือไม่ หรือถ้าเขาต้องจับมือกันเพราะสถานการณ์ปิดตายตามที่อธิบายไว้ข้างบนก็เป็นคำถามว่ากองเชียร์ของพล.อ.ประยุทธ์จะรับได้หรือไม่
       
        เราจึงเห็นนะครับว่า แม้ทักษิณจะกลายเป็นเครื่องมือหล่อเลี้ยงให้ฝ่าย คสช.อยู่ในอำนาจได้มั่นคงเพราะมวลชนกลุ่มหนึ่งเกลียดชังระบอบทักษิณ แต่เอาเข้าจริงแล้วเขาก็ไม่ได้รุกไล่กันให้จนตรอก คนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยก็เดินแถวเข้าร่วมปรองดองกับแนวทางที่ทหารจัดไว้ด้วยความเรียบร้อย อาจเป็นเพราะพวกเขาคงเห็นแล้วว่า วันหนึ่งสมการการเมืองอาจบีบให้ต้องหันมาพึ่งพาอาศัยกัน
       
        ลองคิดไว้ก่อนเลยครับว่า การออกช่องทางนี้มีโอกาสที่สูงมาก เพราะใครจะเถียงว่าโอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะได้เสียง ส.ส.เกินครึ่งนั้นไม่มีทางเป็นไปได้ ถ้าดูจากสถิติเลือกตั้งครั้งหลังๆจะประมาทพรรคของทักษิณไม่ได้เลย
       
       แล้วมาดูว่ามีความเป็นไปได้ไหมถ้าพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์จะจับมือกันให้ได้เสียงเกิน376เสียงเพื่อเลือกนายกฯจากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอตั้งแต่ตอนแรก คนส่วนใหญ่บอกว่ายากเพราะต่างขั้วต่างอุดมการณ์แต่อย่าลืมว่า2พรรคเขาอาจคิดว่าช่องทางนี้จะเป็นช่องทางให้พรรคการเมืองพาตัวเองออกจากการถูก
       
        กดทับด้วยอำนาจแฝงของ คสช.ที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ให้สืบทอดอำนาจต่ออีก5ปี ซึ่งหมายความว่าอาจต้องอยู่ภายใต้อำนาจแฝงของ คสช.ไปอีก 2 สมัยเลือกตั้งคือ 8 ปี รวมกับที่เป็นมาก่อนเลือกตั้งเกือบ 5 ปีก็เป็น 13 ปี
       
        ดังนั้นโอกาสที่ 2 พรรคใหญ่อาจจะตกลงกันพาตัวเองออกจากใต้ท็อปบู้ทจนกลายเป็นปรากฏการณ์ G rand Coalition ของเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ก็เป็นไปได้
       
        ส่วนประชาชนเองก็คงต้องถามตัวเองว่า หลังเลือกตั้งได้รัฐบาลใหม่ในต้นปี 2562 เท่ากับว่าพล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกรัฐมนตรีนับจากกลางปี 57เกือบๆ จะ 5 ปีแล้ว เราจะไปต่อกับพล.อ.ประยุทธ์อีก4ปีในฐานะนายกรัฐมนตรีคนนอกอีก4ปีรวมเป็น 9 ปีไหมนี่เป็นคำถามที่คนไทยจะต้องตอบ ยังไม่นับติ่งอีก1ปีที่บทเฉพาะกาลเขียนไว้ให้ ส.ว.แต่งตั้งมีอำนาจเลือกนายกฯ ด้วยใน 5 ปี การตัดสินของประชาชนนั่นแหละที่จะเลือกอนาคตของตัวเอง
       
        ที่พูดมาทั้งหมดนี่อยากให้กองเชียร์และฝ่ายที่โหนพล.อ.ประยุทธ์และอำนาจทหารในขณะนี้อย่าได้มั่นใจและประมาทนักการเมืองจนเกินไปนัก เพราะนอกจากสมการที่ยกมาในทางทฤษฎีแล้วอย่าลืมว่า ถึงวันนี้เสียงบ่นเบื่อที่เกิดจากสนิมเนื้อในของรัฐบาลทหารก็มีอยู่เหมือนกัน
       
       


จำนวนคนโหวต 6 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017