อะไรจะเกิดขึ้นบ้างหลังประกาศใช้กฎหมายจราจรใหม่ตามมาตรา 44

โดย ผู้จัดการรายวัน   
24 มีนาคม 2560 15:52 น.
อะไรจะเกิดขึ้นบ้างหลังประกาศใช้กฎหมายจราจรใหม่ตามมาตรา 44
        "พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต"
       "ปัญญาพลวัตร"
       
        เป็นที่ประหลาดใจต่อประชาชนพอสมควรเมื่อหัวหน้าคสช. ตัดสินใจใช้มาตรา 44 ในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายจราจร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเอาผิดผู้ละเมิดกฎหมายจราจร เพราะคาดไม่ถึงว่าเรื่องนี้ ซึ่งแม้จะมีความสำคัญตามสมควร แต่ก็ไม่มากนักหากเปรียบเทียบกับปัญหาใหญ่อื่นๆของประเทศอย่างการปฏิรูปตำรวจหรือปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น ทำไมหัวหน้าคสช.จึงตัดสินใจแบบนี้ และผลสืบเนื่องจากการตัดสินแบบนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง
       
        เรื่องหนึ่งที่ดูเหมือนรบกวนจิตของตำรวจมาก จนต้องผลักดันกฎหมายนี้ให้ออกมาโดยเร็วคือ ปรากฎการณ์ที่ประชาชนเกือบทั้งหมดที่ได้รับใบสั่งทางไปรษณีย์แล้ว ไม่ไปชำระค่าปรับตามที่ตำรวจต้องการ ในปี 2558 ตัวเลขที่ตำรวจแถลงคือมีการออกใบสั่ง1.4 ล้านใบ แต่มีผู้มาชำระค่าปรับประมาณ 4 แสนคน หรือร้อยละ 28.5 ต่อมาในปี 2559 มีการออกใบสั่ง 680,000 ใบ แต่มีผู้ไปชำระค่าปรับประมาณ 74,800 ใบ หรือร้อยละ 11 เท่านั้น เรียกว่าลดลงจนน่าใจหาย และนั่นหมายถึงส่วนแบ่งเงินค่าปรับก็ลดลงไปด้วย
       
        ฝ่ายตำรวจได้วิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ประชาชนไม่ยอมไปเสียค่าปรับคือ การไปหรือไม่ไปเสียค่าปรับไม่มีผลต่อการต่อทะเบียนรถยนต์ ทางตำรวจพยายามให้ทางกรมขนส่งทางบกเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างการชำระค่าปรับกับการต่อทะเบียนรถยนต์มาอย่างต่อเนื่องยาวนานแล้ว แต่กรมการขนส่งไม่ขานรับด้วยเกรงว่าจะเป็นการละเมิดกฎหมาย เพราะกรมขนส่งทางบกมีหน้าที่ต่อทะเบียนรถยนต์ให้รถทุกคัน หากรถคันนั้นเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้ และในอดีตไม่มีกฎหมายใดที่ระบุว่า ผู้ไม่ชำระค่าปรับจะไม่ได้รับการต่อทะเบียนรถยนต์
       
       ตำรวจจึงพยายามอย่างหนักหน่วงในการผลักดันให้มีกฎหมายรองรับการเชื่อมโยงระหว่างการชำระค่าปรับกับการต่อทะเบียนขึ้นมาให้ได้ และในที่สุดก็ประสบความสำเร็จคือ สามารถทำให้หัวหน้าคสช.เห็นดีเห็นงามกับข้อเสนอไปด้วย และถึงใช้อำนาจเด็ดขาดตามมาตรา 44 แก้กฎหมายเพื่อการนี้โดยตรง สำหรับเหตุผลที่หัวหน้าคสช.ตัดสินใจแบบนี้ ผมเข้าใจว่าคงต้องการให้บังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิผล และคงคาดหวังในเชิงบวกว่า จะทำให้การละเมิดกฎหมายจราจรลดลง และอาจทำให้อุบัติเหตุจราจรลดตามลงไปด้วย
       
       อันที่จริงมีมาตรการอีกหลายอย่างในกฎหมายจราจรใหม่ เช่น การให้ผู้โดยสารรถยนต์คาดเข็มขัด การที่เจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายของรถยนต์กรณียกรถที่กีดขวางทางจราจรออกไปและให้เจ้าของรถเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด การกำหนดให้ที่นั่งในรถตู้มีไม่เกิน 13 ที่นั่ง แต่ผมคิดว่าเรื่องที่ตำรวจต้องการมากที่สุดก็คือเรื่องการที่ผู้ได้รับใบสั่งแล้วไม่ไปชำระเงินนั่นแหละ ส่วนเรื่องอื่นๆก็ถูกประกอบเข้ามาเท่านั้น
       
       ทีนี้ลองมาดูว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างหลังจากนี้ เอาในส่วนของหัวหน้า คสช. ก่อน การตัดสินใจใช้มาตรา 44 แก้กฏหมายจราจร คงทำให้ฝ่ายตำรวจพึงพอใจมากที่สุด เพราะเท่ากับเป็นการตอบสนองความต้องการที่พยายามเรียกร้องมานาน ส่วนประชาชนทั่วไปที่ไม่มีรถยนต์ขับก็คงไม่รู้สึกอะไรมากนักเพราะเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับพวกตนเอง บางส่วนอาจจะชอบเสียด้วยซ้ำ กระนั้นก็ตามบางส่วนอาจจะหงุดหงิดบ้างเพราะว่าแม้ พวก เขาจะไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์ แต่ต้องเป็นผู้โดยสาร ซึ่งจะต้องถูกบังคับให้คาดเข็มขัดนิรภัยด้วย ผู้ที่จะกระทบมากคือคนต่างจังหวัด ซึ่งคนจำนวนมากไม่คุ้นเคยกับการคาดเข็มขัดนิรภัย และมีโอกาสเสี่ยงทำผิดกฎหมายได้ง่าย แต่คนรับผิดชอบหลักก็คงเป็นคนขับและเจ้าของรถยนต์นั่นเอง
       
        สำหรับคนที่ติดตามการเมืองอย่างมากก็คงแค่ถอนใจ และอาจคิดว่าเรื่องเล็กๆแบบนี้ต้องใช้มาตรา 44 ด้วยหรือ ทำไมเรื่องใหญ่ๆที่เป็นปัญหาของประเทศ ซึ่งต้องใช้อำนาจเด็ดขาดในการแก้ปัญหากลับไม่รีบดำเนินการ ทำไปทำมาก็จะมีคนสงสัยมากขึ้นต่อเรื่องสมรรถนะในการจัดลำดับความสำคัญของปัญหาและการตัดสินใจของหัวหน้าคสช.
       
       ด้านประชาชนที่มีรถยนต์ขับ ผมคิดว่าน่าจะมีสองส่วน ส่วนแรกคือพวกที่ขับรถยนต์โดยไม่เคยทำผิดกฎจรจรเลย พวกนี้คงไม่รู้สึกอะไรมากมายนัก แต่สำหรับส่วนที่สองซึ่งเป็นคนที่ทำผิดกฎหมายจราจรมาบ้างไม่มากก็น้อย พวกนี้คงหงุดหงิดใจพอสมควร ดูจากตัวเลขใบสั่งปี 2558 มีถึงล้านกว่าคน และตัวเลขใบสั่งปี 2559 ประมาณ 7 แสนกว่าคน แต่ตัวเลขใบสั่งที่ลดลงผมคิดว่า ไม่ใช่เพราะคนทำผิดกฎจราจรน้อยลงนะครับ เพียงแต่บางทีในช่วงปีที่ผ่านมาตำรวจอาจเบื่อหน่ายในการออกใบสั่ง เพราะออกไปแล้วก็ไม่มีคนไปจ่ายค่าปรับ ก็อาจทำให้ความกระตือรือร้นในการออกใบสั่งลดลง
       
        ประเมินรวมๆแล้วการตัดสินของหัวหน้า คสช. ครั้งนี้ทำให้รัฐบาลมีโอกาสสูญเสียความนิยมไปจำนวนหนึ่งทีเดียว ส่วนกลุ่มที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคงเป็นตำรวจ ได้ทั้งอำนาจเพิ่มขึ้นจากกฎหมายและยังมีโอกาสได้รับส่วนแบ่งจากค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกด้วย หากแบบแผนการขับรถของคนไทยยังเป็นแบบเดิม และตำรวจคงขยันมากขึ้น และอาจจะหาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้มากขึ้น เพื่อตรวจจับผู้ทำผิดกฎหมายจราจรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไปอีก
       
       สำหรับผลสืบเนื่องที่อาจเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง ประการแรก เป็นไปได้ว่าผู้ขับขี่รถยนต์เกิดความหวั่นเกรงมาตรการนี้ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงการชำระค่าปรับกับการต่อทะเบียนรถยนต์ ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่รถยนต์อย่างสิ้นเชิง เข้าสู่ยุคพระศรีอารยะของการจราจรทางบกในสังคมไทย การทำผิดกฎหมายจราจรลดลงหรือหายไป ที่เคยขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดก็ลดลง ที่ไม่เคยคาดเข็มขัดนิรภัยก็คาดอย่างเรียบร้อย ที่เคยจอดรถกีดขวางทางจราจรก็เลิกทำ และรถตู้ที่มีที่นั่งเกิน 13 ที่นั่งก็หมดไป ที่ไม่สวมหมวกนิรภัยก็ใส่กันทุกคน ที่ขับย้อนศรก็หมดไปอย่างสิ้นเชิง ฯลฯ
       
        ประการที่สอง พฤติกรรมการขับขี่รถยนต์มีการปรับเปลี่ยนบ้างบางส่วน การทำผิดกฎจราจรยังคงมี แต่จะลดลงโดยเฉพาะการขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด คาดว่าน่าจะลดลงเป็นอย่างมาก ผู้โดยสารที่คาดเข็มขัดนิรภัยก็จะมีมากขึ้น ส่วนรถตู้ที่กำหนดให้มี 13 ที่นั่งนั้นคงจะมีการดำเนินการให้เป็นไปตามนั้น อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายเรื่องหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกับกฎหมายจราจร ซึ่งผู้ขับรถยนต์และรถอื่นๆมีโอกาสทำผิด และหากผู้ทำผิดได้รับใบสั่งแล้ว อัตราการไปชำระค่าปรับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากเดิม เพราะว่าคนเกรงว่าจะไม่ได้รับการต่อทะเบียนรถ แต่ก็ยังคงมีบางส่วนที่อาจไม่ไปชำระค่าปรับ และอาจเลือกไม่ไปต่อทะเบียนด้วยโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ ที่ห่างไกล
       
       ประการที่สาม ความเป็นไปได้ที่รายได้ของรัฐลดลง แต่รายได้ของเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้น สมมติว่ามีคนจำนวนหนึ่งทำผิดกฎหมายจราจรแล้วไม่ไปชำระค่าปรับและตัดสินใจไม่ไปต่อทะเบียนรถยนต์ หรือเมื่อไปต่อทะเบียนรถยนต์ แต่กรมการขนส่งไม่ยอมต่อทะเบียนให้ จึงตัดสินใจไม่ต่อทะเบียนแทน ทำให้รถยนต์ที่ไม่มีทะเบียนจำนวนมากอยู่ในท้องถนน เมื่อพบด่านตรวจ คนขับก็ถูกจับและถูกปรับ และเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกปรับตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่งสูงมาก ก็อาจมีการจ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ซึ่งใช้เงินน้อยกว่าค่าปรับตามกฎหมาย แต่คงสูงกว่าอดีตที่ยังไม่มีกฎหมายนี้ออกมา หากปรากฎการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมากเข้า ก็หมายความว่ากรมการขนส่งและรัฐบาลจะมีรายได้ลดลง ในทางกลับกันเจ้าหน้าที่ผู้รับสินบนจะมีรายได้สูงขึ้น
       
       โดยนัยนี้จึงมีความเป็นไปได้ว่า การเชื่อมโยงระหว่างการชำระค่าปรับกับการต่อทะเบียนรถ จะส่งผลให้รายได้ในระบบที่ถูกต้องเป็นทางการของรัฐบาลลดลง แต่จะทำให้รายได้นอกระบบที่ไม่เป็นทางการของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น
       
        ประการที่สี่ ความตึงเครียดทางสังคมจะสูงขึ้น และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งได้ มีความเป็นไปได้ที่ตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อเพิ่มยอดใบสั่ง ดังนั้นในช่วงแรกที่ผู้ขับรถยังปรับตัวไม่ทัน การทำผิดกฎจราจรยังมีสูงและคนจำนวนมากได้รับใบสั่ง เมื่อถูกบังคับให้ไปชำระค่าปรับ ทำให้ประชาชนต้องมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น ความอึดอัดขับข้องใจก็เกิดขึ้น ส่งผลให้ประชาชนไม่พอใจตำรวจมากขึ้น และในท้ายที่สุดก็จะนำไปสู่ความไม่พอใจในรัฐบาลด้วย และมีความเป็นไปได้ว่า ณ จุดใดจุดหนึ่ง ความตึงเครียดทางสังคมจะเพิ่มสูงขึ้น และนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับประชาชน สำหรับคนจำนวนไม่น้อยมาตรการนี้ถูกมองว่าเป็นฟางเส้นสุดท้ายในความรู้สึกที่มีต่อรัฐบาล
       
        การมองโลกในแง่ดีว่า มาตรการนี้จะช่วยสร้างวินัยและนำไปสู่การลดอัตราตายจากอุบัติเหตุทางบกนั้นเป็นเรื่องที่ปลอบใจตนเองเสียมากกว่า ความเป็นไปได้ที่มาตรการนี้จะทำให้สถานการณ์ของสังคมไทยในอนาคตมีความอ่อนไหวสูงขึ้นดูเหมือนจะมีมากกว่า เพราะว่าขณะที่ความขัดแย้งทางสังคมเดิมยังดำรงอยู่และไม่มีสัญญาณว่าจะคลี่คลายลงไปได้ เมล็ดพันธุ์ของความขัดแย้งใหม่ก็ก่อตัวขึ้นมาและมีโอกาสสูงที่จะลุกลามออกไปในวงกว้าง
       
       


จำนวนคนโหวต 23 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017