หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกท่องเที่ยว | ตะลอนเที่ยว
 

นั่งสามล้อดอกไม้ในเมืองมรดกโลก “มะละกา”

ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 ตุลาคม 2555 16:45 น.
นั่งสามล้อดอกไม้ในเมืองมรดกโลก “มะละกา”
นั่งสามล้อดอกไม้ชมเมืองมะละกา
       ก่อนที่ “ตะลอนเที่ยว” จะมาเมืองมะละกา มีคนฝากซื้อมะละกอ เมื่อไปถึงแล้วไม่เจอแม้แต่ต้นมะละกอ แต่กลับเจอแต่ต้นมะขามป้อม หรือที่คนมะละกาเรียกว่า “Malacca Tree” ซึ่งถือเป็นต้นไม้ประจำเมืองมะละกา
       
       แต่ไม่ว่าจะมีมะละกอหรือไม่ “มะละกา” เป็นอีกหนึ่งเมืองน่าเที่ยวของมาเลเซีย ที่นอกจากจะเป็นเมืองท่าเก่าแก่มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจแล้ว ก็ยังถือเป็น “เมืองมรดกโลก” โดยยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนในปี 2551 จึงเป็นโอกาสดีที่ “ตะลอนเที่ยว” มีโอกาสได้มาเยือนเมืองมะละกากับการท่องเที่ยวมาเลเซียในวันนี้

นั่งสามล้อดอกไม้ในเมืองมรดกโลก “มะละกา”
นั่งรถสามล้อเที่ยวพร้อมกันทั้งครอบครัว
       ก่อนจะท่องเที่ยวในเมืองมะละกา เรามารู้จักประวัติศาสตร์ของเมืองนี้กันสักหน่อย มะละกาเป็นเมืองหลวงของรัฐมะละกา 1 ใน 13 รัฐ ของประเทศมาเลเซีย เราคงเคยได้ยินชื่อช่องแคบมะละกาผ่านหูบ่อยๆ โดยเฉพาะในชั่วโมงเรียนวิชาภูมิศาสตร์ โดยช่องแคบมะละกาเป็นช่องแคบที่อยู่ระหว่างแหลมมลายูกับเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ส่วนที่แคบที่สุดมีความกว้าง 1.5 ไมล์ เป็นยุทธศาสตร์ทางการเดินเรือที่สำคัญของดินแดนสุวรรณภูมิ
       
       ตำนานการก่อสร้างเมืองมะละกามีอยู่ว่า เจ้าชายปรเมศวร (Parameswara) ทรงลี้ภัยมาจากเกาะสุมาตราได้มาค้นพบที่ตั้งเมืองแห่งนี้ โดยขณะที่เจ้าชายกำลังขึ้นฝั่งพักผ่อน ได้เห็นกระจงถูกฝูงหมาป่ารุมไล่ทำร้าย กระจงเมื่อจวนตัวจึงหันมาสู้กับหมาป่าจนตัวตาย เมื่อเจ้าชายเห็นดังนั้นก็เกิดความประทับใจในความกล้าหาญของกระจง และเกิดความคิดว่าควรสร้างเมืองใหม่ขึ้นที่นี่ ในบริเวณที่กระจงตายอยู่ใกล้ต้นมะละกานั่นเอง

นั่งสามล้อดอกไม้ในเมืองมรดกโลก “มะละกา”
บ้านเรือนสองข้างทางในสไตล์ยุโรป
       ด้วยภูมิศาสตร์ที่ตั้ง ทำให้เมืองมะละกากลายเป็นเมืองท่าริมทะเลที่เติบโตจนกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เป็นเส้นทางเดินเรือค้าขายระหว่างชาติตะวันตกและตะวันออก สินค้าสำคัญก็มีทั้ง เครื่องเทศ ผ้าไหม ชา ฝิ่น ยาสูบ ทองคำ ฯลฯ มะละกาจึงเป็นสิ่งดึงดูดความสนใจจากบรรดานักล่าอาณานิคมชาวตะวันตก โดยโปรตุเกสเป็นชาติแรกที่เข้ามายึดครองมะละกาใน ค.ศ.1511-1641 ก่อนที่จะถูกดัตช์ (ฮอลแลนด์) เข้ามาครอบครองต่อใน ค.ศ.1641-1795 จากนั้นเปลี่ยนมือผู้ปกครองมาเป็นอังกฤษใน ค.ศ.1795-1941 และญี่ปุ่นเข้ามายึดครองในช่วงสั้นๆ ระหว่าง ค.ศ.1941-1945 ก่อนจะกลับไปอยู่ใต้อาณานิคมของอังกฤษอีกครั้ง ใน ค.ศ.1945-1957 และท้ายที่สุด มาเลเซียได้ประกาศอิสรภาพใน ค.ศ. 1957 ซึ่งมะละกาคือสถานที่ประกาศเอกราช โดยปัจจุบันตึกอนุสรณ์ประกาศอิสรภาพยังคงตั้งตระหง่านโดดเด่นอยู่ในย่านท่องเที่ยวสำคัญของเมืองนี้

นั่งสามล้อดอกไม้ในเมืองมรดกโลก “มะละกา”
ป้อม A’Famosa อันเก่าแก่
       การตกอยู่ใต้อาณัติของชาติตะวันตกเป็นเวลานานทำให้มะละกามีลักษณะของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปกรรมโปรตุเกส ดัชต์และมาเลย์ ซึ่งในปัจจุบันได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้ “ตะลอนเที่ยว” มาเยือนในวันนี้
       
       สำหรับการท่องเที่ยวในย่านเมืองเก่ามะละกา จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดคงเป็นที่ “เรด สแควร์” (Red Square) หรือจัตุรัสแดง หรือที่หลายๆ คนเรียกว่า จัตุรัสดัตช์ เนื่องจากที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางชุมชนดัตช์ในสมัยที่เข้ามาปกครองมลายู อาคารต่างๆ ที่ล้อมรอบจัตุรัสเป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ใจกลางจตุรัสเป็นลานน้ำพุแบบอังกฤษที่สร้างถวายแด่พระราชินีวิคตอเรียใน ค.ศ.1904 ส่วนรอบๆ ลานน้ำพุคือหอนาฬิกา โบสถ์คริสต์ (Christ Church) ศิลปกรรมดัตช์ประยุกต์ ที่สร้างขึ้นใน ค.ศ.1753 และอาคารสตัดธิวท์ (Stadhuys) ที่สร้างขึ้นใน ค.ศ.1650 เป็นอาคารดัตช์เก่าแก่ที่สุดในมาเลเซีย ปัจจุบันอาคารสตัดธิวท์กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี และวรรณคดีของมะละกา อาคารทั้งสามต่างทาด้วยสีแดงเข้ม จนกลายเป็นชื่อเรียกจัตุรัสแดงนั่นเอง

นั่งสามล้อดอกไม้ในเมืองมรดกโลก “มะละกา”
โบสถ์เซนต์ปอลที่ตั้งอยู่บนเนินเขา
       นอกจากจะมีสีแดงจากตัวอาคารแล้ว บริเวณนี้ยังเต็มไปสีสันจากรถสามล้อถีบนำเที่ยวที่วิ่งกันขวักไขว่ คนท้องถิ่นเรียกว่า Trishaw สามล้อที่นี่หน้าตาก็คล้ายๆ สามล้อถีบเมืองไทย แต่จะโดดเด่นกว่าก็ตรงที่แต่ละคันจะประดับประดาด้วยดอกไม้พลาสติกสีสดใส ตกแต่งตามสไตล์คนถีบ บางคนหวานหน่อยก็จัดดอกไม้เป็นรูปหัวใจ บ้างก็เป็นรูปดาวห้าแฉกหกแฉก บางคันราวกับที่บัลลังก์ดอกไม้ก็มิปาน บางคันขโมยตุ๊กตาบาร์บี้ของลูกมาตกแต่ง มีหลายคันที่มีเครื่องเสียงแต่งมาพร้อม เปิดเพลงดังมาแต่ไกล ถ้าถามว่าเพลงไหนฮิตสุด ตอบได้เลยว่า “กังนัมสไตล์” เพราะได้ยินหลายรอบ

นั่งสามล้อดอกไม้ในเมืองมรดกโลก “มะละกา”
ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์บาบ๋า-ญวนย่า
       รถสามล้อถีบเหล่านี้จะขี่พาผู้โดยสารเที่ยวในจุดสำคัญๆ ของเมืองเก่ามะละกา โดยแวะแต่ละจุดให้ได้ถ่ายรูปกัน “ตะลอนเที่ยว” เองก็ได้ลองนั่งสามล้อและถูกใจไม่น้อย โดยระหว่างทางรถสามล้อพาแวะที่ ป้อม A’Famosa ป้อมปืนที่โปรตุเกสสร้างขึ้นใน ค.ศ.1511 ปัจจุบันคงเหลืออยู่เพียงป้อมเดียว ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของมะละกาที่มีนักท่องเที่ยวไปเยือนกัน ป้อมแห่งนี้ตั้งที่อยู่เชิงเขาเล็กๆ ซึ่งบนยอดเขาเป็นที่ตั้งของโบสถ์เซนต์ปอล (St.Paul) ที่สร้างขึ้นใน ค.ศ.1753 ด้านหน้าโบสถ์มีรูปปั้นของนักบุญ Francis Xavier ตั้งอยู่ สำหรับการเดินขึ้นไปยังโบสถ์เซนต์ปอลนั้นมีสองเส้นทาง คือขึ้นจากทางป้อม A’Famosa หรือจะเลือกขึ้นทางอาคารสตัดธิวท์ก็ได้ และหากขึ้นทางนี้ก็จะได้ชมต้นมะละกาหรือต้นมะขามป้อม และยังสามารถชมทิวทัศน์ของช่องแคบมะละกาไกลๆ ได้ด้วย

นั่งสามล้อดอกไม้ในเมืองมรดกโลก “มะละกา”
ภายในพิพิธภัณฑ์บาบ๋า-ญวนย่าที่ยังคงรักษาสภาพเดิมไว้
       นอกจากป้อมเก่าแก่แล้ว ในละแวกนี้ยังมีสิ่งน่าชมอีกหลายอย่าง อาทิ ตึกอนุสรณ์ประกาศอิสรภาพ ที่ภายในจัดเก็บข้อมูลเหตุการณ์การประกาศอิสรภาพของชาวมาเลเซีย พระราชวังวังสุลต่านแห่งมะละกา(จำลอง) ที่ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรม เป็นต้น จะเห็นได้ว่าในย่านเมืองเก่ามะละกานี้มีพิพิธภัณฑ์อยู่เยอะมาก นั่นเพราะมะละกาถือเป็นต้นทางประวัติศาสตร์ของมาเลเซียที่เต็มไปด้วยร่องรอยทางประวัติศาสตร์ระหว่างชาติตะวันตกยุคล่าอาณานิคม และชาติตะวันออกยุคแสวงหาดินแดนใหม่ โดยเฉพาะชาวจีนโพ้นทะเล
       
       หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับชาวจีนที่เดินทางมาตั้งรกรากที่นี่ก็คือ “พิพิธภัณฑ์บาบ๋า-ญวนย่า” (Baba-Nyonya) ในย่านไชน่าทาวน์ บนถนน Jalan Tun Tan Cheng Lock ไม่ไกลจากจัตุรัสแดง ตัวพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในอาคารแบบชิโน-โปรตุกีสที่สวยงาม สำหรับบาบ๋า-ญวนย่านั้นเป็นชื่อเรียกคนที่เป็นลูกผสมระหว่างชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพเข้ามาและแต่งงานอยู่กินกับหญิงพื้นเมืองมลายู ซึ่งส่วนใหญ่จะก่อร่างสร้างตัวอย่างขยันขันแข็งจนมีฐานะ

นั่งสามล้อดอกไม้ในเมืองมรดกโลก “มะละกา”
ตึกแถวสไตล์ชิโน-โปรตุกีสบนถนน Jonker Street
       บาบ๋า-ญวนย่า มีวิถีชีวิตที่ความเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย อาหารการกิน และบ้านเรือนความเป็นอยู่ต่างๆ โดยในพิพิธภัณฑ์ที่ “ตะลอนเที่ยว” ได้มาชมนี้ยังคงรักษาสภาพดั้งเดิมได้อย่างดีเยี่ยม ภายในแบ่งเป็นห้องต่างๆ เช่น ห้องรับรองแขก ห้องนอนเจ้าของบ้าน ห้องทำงาน เป็นต้น มีแท่นบูชาบรรพบุรุษ และเฟอร์นิเจอร์แบบจีนเก่าแก่ และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่น่าสนใจ
       
       และหากใครยังอยากชื่นชมกับความสวยงามของตึกแถวสไตล์ชิโน-โปรตุกีสต่อ ก็ให้เดินมาที่ถนน Jalan Hang Jebat หรือ Jonker Street ที่อยู่ใกล้ๆ กัน โดยถนนเส้นนี้จะมีตึกแถวสวยๆ หลายหลังให้ถ่ายรูปกันสนุกสนาน นอกจากนั้นบนถนนเส้นนี้ยังมีร้านขายของเก่า และร้านขายของที่ระลึก ส่วนในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ก็จะมีถนนคนเดินในช่วงกลางคืนให้เดินเล่นชิมของอร่อยกันได้อีกด้วย

นั่งสามล้อดอกไม้ในเมืองมรดกโลก “มะละกา”
บรรยากาศสวยสงบริมแม่น้ำมะละกา
       “ตะลอนเที่ยว” มาปิดท้ายการท่องเที่ยวมะละกาบริเวณริมแม่น้ำมะละกา แม่น้ำสายเล็กๆ ที่ไหลผ่านกลางเมือง ลักษณะแม่น้ำไหลผ่านชุมชนเหมือนคลองแสนแสบบ้านเรา แต่สภาพน้ำและสองฝั่งคลองดูดีกว่ามาก โดยริมแม่น้ำสองฝั่งได้ทำเป็นทางเดินริมน้ำเล็กๆ แต่สะอาดสะอ้าน บ้านเรือนริมน้ำก็เป็นตึกแถวที่ได้รับการดูแลอย่างดี บ้างเปิดเป็นร้านอาหารและคาเฟ่ บ้างเปิดเป็นเกสต์เฮาส์น่ารักน่าพักเป็นอย่างยิ่ง ในคลองมีเรือท่องเที่ยวพาชมบรรยากาศสบายๆ เลือกได้ว่าจะนั่งเรือช่วงกลางวันหรือกลางคืน แต่แค่มาเดินเล่นถ่ายรูปชิลๆ ริมแม่น้ำ ก็ถือเป็นการปิดท้ายการท่องเที่ยวมะละกาที่น่าประทับใจของ “ตะลอนเที่ยว” แล้วล่ะ

นั่งสามล้อดอกไม้ในเมืองมรดกโลก “มะละกา”
ทางเดินริมน้ำสะอาดสะอ้านริมแม่น้ำมะละกา
       *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    *    * 
       
       การเดินทางไปประเทศมาเลเซีย มีสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์บินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค. 2555 เป็นต้นไป จะเพิ่มเที่ยวบินจาก 4 เที่ยวบินต่อวัน เป็น 5 เที่ยวบินต่อวัน และจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ สามารถเดินทางทางรถยนต์มายังมะละกา ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับเที่ยวบินได้ที่ สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ โทร. 0 2250 6560 - 7
       
       และสามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการท่องเที่ยวประเทศมาเลเซียได้ที่ การท่องเที่ยวมาเลเซีย สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. 0 2636 3380
       
        


ข่าวล่าสุด ในหมวด
หนีร้อนไปทะเล สัมผัสเสน่ห์หมู่เกาะทะเลตราด จาก “เกาะหมาก” ถึง “เกาะกูด”
ประจวบฯมุมเจ๋ง จากสามร้อยยอดถึงบ้านกรูด
นั่งสามล้อเที่ยว “เกาะกลาง” สัมผัสธรรมชาติ ยลความงามวิถีชุมชน
นั่งสามล้อเที่ยว “มะละกา” สัมผัสเสน่ห์มรดกโลกชวนตื่นตาที่ “มาเลเซีย”
เดินทอดน่อง ท่อง “มารีน่าเบย์” สัมผัสเสน่ห์ไฮไลต์สิงคโปร์
 
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 15 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 25 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ได้ไปเที่ยวมาแล้วครับเมืองมะละกา สวยงามประทับใจมากครับเพราะมาเลเซียเขาจัดระเบียบบ้านเมืองได้สะอาดสะอ้าน ผู้คนมีระเบียบเคารพ กฎหมายอย่างเคร่งครัดจริงๆครับ
คนไทยคนหนึ่ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กลับมามองกทม.แล้วมันหดหู่จริงๆน่ะแหละ
ทุกยุค
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014