หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคุณภาพชีวิต | สุขภาพ
สุขภาพ ข่าว

เผย “มะเร็ง” สาเหตุการตายอันดับหนึ่งของคนไทย 10 ปีซ้อน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 กุมภาพันธ์ 2555 13:58 น.
       สธ.เผยมะเร็งคุกคามชีวิตคนทั่วโลกรุนแรง ตายปีละเกือบ 8 ล้านคน ในไทยพบเป็นเหตุการตายอันดับหนึ่งของคนไทยติดต่อกันกว่า 10 ปี ล่าสุดปี 2553 ทั่วประเทศ มีรายงานเสียชีวิต 58,076 คน มากสุดจากมะเร็งตับ และป่วยเข้าโรงพยาบาลกว่า 2 แสนคนมากสุดมะเร็งลำไส้ใหญ่ แนวโน้มจำนวนเพิ่มขึ้น สั่งทุกจังหวัดเร่งป้องกัน ค้นหาผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว รณรงค์ “5 ทำ 5 ไม่” ห่างไกลมะเร็ง ระบุในปี 2554 ใช้งบรักษาผู้ป่วยมะเร็ง ประมาณ 5,700 ล้านบาท

เผย “มะเร็ง” สาเหตุการตายอันดับหนึ่งของคนไทย 10 ปีซ้อน
นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์
       วันนี้ (3 ก.พ.) ที่ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยพญ.วิลาวัณย์ จึงประเสริฐ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดงาน “4 กุมภาพันธ์ วันมะเร็งโลก” จัดโดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและสมาคมมะเร็งแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อรณรงค์ให้รู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับมะเร็ง
       
       นพ.สุรวิทย์กล่าวว่า ขณะนี้โรคมะเร็งกำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่รุนแรงระดับโลก เป็นภัยเงียบที่คุกคามชีวิตประชาชนที่อยู่ในวัยแรงงาน และผู้สูงอายุมากที่สุด โดยมีรายงานพบผู้ป่วยโรคมะเร็งทั่วโลกปีละ 13.7 ล้านคน เสียชีวิตปีละ 7.6 ล้านคน แนวโน้มจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกประเทศ องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าในอีก 18 ปีข้างหน้า คือ ในปี 2573 จะมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ทั่วโลกประมาณ 17 ล้านคน ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก องค์การอนามัยโลกได้เรียกร้องให้ทุกประเทศ เร่งป้องกัน ลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งให้เร็วที่สุด และกำหนดให้วันที่ 4 กุมภาพันธ์ทุกปีเป็นวันมะเร็งโลก (World Cancer Day) เพื่อกระตุ้นให้ทุกประเทศรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนเพื่อป้องกันการป่วย ภายใต้หัวข้อ “รวมกันย่อมเป็นไปได้” หรือ Together it is possible โดยกำหนดให้ทุกประเทศลดอัตราการตายโรคมะเร็งให้ได้ร้อยละ 25 ภายในปี 2568
       
       นพ.สุรวิทย์กล่าวต่อว่า สำหรับประเทศไทย พบว่าโรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายสูงอันดับ 1 ของคนไทยต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี ตั้งแต่ปี 2543 ประมาณร้อยละ 20 ของผู้เสียชีวิตทุกสาเหตุ ขณะนี้โครงการ 30 บาทฯ ได้จัดสิทธิประโยชน์รักษาโรคมะเร็งทุกชนิดฟรี ในปี 2554 ใช้เงินรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งประมาณ 5,700 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ร้อยละ 30-40 ของโรคมะเร็งสามารถป้องกันได้ ในปี 2555 นี้ กระทรวงสาธารณสุขได้จัดโครงการรณรงค์ป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก ซึ่งพบมากเป็นอันดับต้นๆ ในผู้หญิงไทย และเป็นมะเร็งที่ตรวจพบได้ด้วยเครื่องมือง่ายๆ โดยจะตรวจคัดกรองให้ผู้หญิงอายุ 30 ปีขึ้นไปที่มีประมาณ 15 ล้านคนฟรี ใช้งบประมาณจากโครงการ 30 บาทฯ ประมาณ 500 ล้านบาท หากพบจะให้การรักษาฟรี โรคนี้หากรักษาตั้งแต่โรคยังไม่ลุกลาม จะมีโอกาสหายได้ และไม่เสียชีวิต และให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ รณรงค์ 5 ทำ 5 ไม่ เพื่อให้ห่างไกลมะเร็ง โดยให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เป็นแกนหลักดำเนินการร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุข
       
       ด้าน พญ.วิลาวัณย์ จึงประเสริฐ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ในปี 2553 ในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกชนิดเข้ารักษาในโรงพยาบาล 269,204 คน มากที่สุดมะเร็งลำไส้ใหญ่ 49,409 คน รองลงมามะเร็งท่อน้ำดี 40,373 คน มะเร็งเต้านม 35,654 คน มะเร็งปากมดลูก 22,115 คน และมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์หญิง 15,713 คน มีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งทุกชนิด 58,076 คน เป็นชาย 33,659 คน หญิง 24,417 คน โดยเป็นมะเร็งตับ-ท่อน้ำดีมากที่สุด 14,008 คน รองลงมาได้แก่ มะเร็งหลอดคอ-หลอดลมใหญ่และปอด 9,310 คน มะเร็งเต้านม 2,515 คน มะเร็งปากมดลูก 1,746 คน คาดอีก 3 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 133,767 คน และมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็ง 84,662 คน อัตราส่วนชาย-หญิงใกล้เคียงกัน
       
       ทั้งนี้ การก่อตัวของโรคมะเร็งจะค่อยเป็นค่อยไป ไม่รู้ตัว ขอแนะนำผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ควรตรวจสุขภาพค้นหาความผิดปกติอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หากตรวจพบเร็วโอกาสรักษาหายจะมีสูง สัญญาณผิดปกติที่สงสัยว่าอาจเป็นมะเร็งมี 7 ประการ ได้แก่ 1. มีเลือดออกหรือมีสิ่งขับออกจากร่างกายผิดปกติ เช่นตกขาวมากเกินไป 2. มีก้อนเนื้อหรือตุ่มเกิดขึ้นที่ใดที่หนึ่งของร่างกายและก้อนนั้นโตเร็ว 3. มีแผลเรื้อรังรักษาหายยาก 4. ถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะผิดปกติ หรือเปลี่ยนไปจากเดิม 5. เสียงแหบหรือไอเรื้อรัง 6. กลืนอาหารลำบากหรือทานอาหารแล้วไม่ย่อย และ 7. มีการเปลี่ยนแปลงของหูดหรือไฝ หากมีอาการเหล่านี้ขอไปให้พบแพทย์โดยเร็ว
       
       วิธีการปฏิบัติตัวที่จะทำให้โรคมะเร็งไม่มาใกล้ตัวเรา มีกิจกรรมที่ควรทำ 5 ประการ คือ ออกกำลังกายเป็นนิจ ทำจิตแจ่มใส กินผักผลไม้ อาหารหลากหลาย ตรวจร่างกายเป็นประจำ และสิ่งที่ไม่ควรทำเลยมี 5 ประการ คือ ไม่สูบบุหรี่ ไม่มีเซ็กซ์มั่ว ไม่มัวเมาสุรา ไม่ตากแดดจ้า และไม่กินปลาน้ำจืดดิบ แพทย์หญิงวิลาวัณย์กล่าว

ข่าวล่าสุด ในหมวด
เตือน ก.พ.-มิ.ย. เลี่ยงกินไข่แมงดา เหตุแพลงก์ตอนมีพิษแพร่พันธุ์
เร่งศึกษาและขยายระบบดูแลผู้ติดเชื้อเอดส์ ตามแนวทาง Task shifting
ประชาคม สธ.ชลบุรีจวก ศอ.รส.ขาดความชอบธรรม ข่มขู่ ขรก.ชื่นชมปลัดณรงค์กล้าท้าชน
ระวัง! อากาศร้อน ขวดน้ำอัดลมเสี่ยงระเบิด ทำตาบอด นิ้วขาด “โซดา” อันตรายสุด
สถิติยอดเจ็บ-ตายช่วงสงกรานต์กว่า 2.3 หมื่นราย ก๊งเหล้า ขับมอเตอร์ไซค์ เกิดเหตุสูงสุด
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 8 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 8 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 16 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปุ๋ยเคมีเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็ง ถ้าอยากลดอัตราการเป็นมะเร็งจริงก็ควรออกกฏห้ามผลิตและซื้อขายปุ๋ยเคมีในประเทศไทย ควรทำทันทีไม่ต้องรอแล้ว และห้ามนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ ก็จะช่วยลดการเกิดมะเร็งได้ กล้าทำหรือเปล่า หรือว่ามีนอกในกับบริษัทผลิตปุ๋ยเคมีจึงยังยอมให้ซื้อขายได้ในประเทศไทย
คนไม่ป่วยด้วยมะเร็งไม่เข้าใจหรอกว่าทรมานมากแพียงไหน เพียงแค่กลัวตายจากมะเร็งเท่านั้น ฉันเองหมอตรวจพบว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายมาตั้งแต่ปี42 ผ่านการรักษาที่พบความทรมานแสนสาหัส เม็ดเลือดแดงน้อย เม็ดเลือดขาวต่ำ และผลข้างเคียงอีกมากมาย เพราะพวกสารเคมีมีพิษทั้งหลายนี่แหละ จนตอนนี้ฉันยังไม่สามารถกลับมามีชีวิตที่ปกติได้
ปชชไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แอบดูหมอเทวดา ที่สิงห์บุรีที่คนไปรักษากันมาก เป็นนายแพทย์ใหญ่อายุ 90 ปีแล้ว แต่สนใจรักษาด้านสมุนไพร ปลูกมะนาวไว้มาก พุทธรักษาสีบานเย็นด้วย ฉะนั้น กินส้มตำหรือมะนาวทุกวันได้จะดี ไม่ต้องเสียค่าป้องกันโรคนี้แพง แต่อย่าเป็นส้มตำปูนะ ควรเป็นส้มตำไทย เพราะปูเดี๋ยวนี้แช่ฟอร์มาลีนกันมาก
ถ้าจะถูกหน่อยก็ไปที่ร้านขายยาแถวสนามบินเก่าอ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ที่นี่เป็นต้นตำรับยารักษามะเร็งของหมอเทวดา
ถ่ายทอด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมคิดว่า You are what you eat .....ถึงเวลาที่กระทรวงสาธารณสูขจะเข้มงวดกับระบบการผลิตอาหารของประเทศ
.....ภาชนะที่ใส่ ส่วนผสมอาหารที่กิน...เช่น พลาสติคโฟมที่ใส่ขายให้คนไทยกิน....น้ำมันทอดซ้ำ...พวกสีผสมอาหารหรือสารกันบูด เครื่องผสมสีเติมกลิ่น..... สีผสมพวกซีอิ๊วน้ำปลาน้ำพริกชูรส... โซเดียมกลูตาเมตเกินขนาด....สารพัดพิษร้ายที่คนไทยจำต้องผจญภัยรับเวรรับกรรมจากพวกพ่อค้าและนายทุนมักง่ายๆ....ไม่ต้องกมากพวกผู้ผลิตรายใหญ่ผสมอะไรให้เรากินบ้าง...สาธารณสุขเคยเวิเคราะห์ตรวจสอบบ้างไม๊...เพราะพ่อค้านายทุนยิ่งรายใหญ่ยิ่งขายมากผลิตมาก.....ไส้กรอกผสมแป้งผสมอะไรต่ออะไร...มากมายใส่พวกกล่องโฟมเข้าเซเว่นเอาเข้าเวฟให้กินเร็วตายเร็ว..แดกด่วนตายด่วน....ไม่รู้ว่าเรื่องกระทบสังคมเป็นวงกว้างแบบนี้.....สาธารณสุข อย. กล้าไปแตะต้องหรือไม่....ช่วยเหลือหน่อยเถอะท่านรัฐมนตรีทั้งหลาย..ช่วยทำบุญสงเคราะห์คนไทยให้ตายช้าลงหรือตายน้อยลงเพราะคนรวยมักง่ายพวกนี้ได้ไม๊
คนเก่า
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนนี้กำลังศึกษาวิธีรักษา ตามแบบ แพทย์วิถีธรรมของหมอเขียว ศูนย์บาทรักษาทุกโรคอยู่ เข้าใจง่าย ประหยัด ตอนนี้รู้สึกสุขภาพกาย และสุขภาพใจ ดีขึ้นมากๆ โดยเฉพาะการดื่มน้ำย่านางและสมุนไพรฤทธิ์เย็น ซึ่งเป็นของที่หาง่ายและใกล้ตัว
หมอเขียวดอทคอม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขนมปังในเซเว่นทุกชิ้นมีวัตถุกันเสีย
ไม่เชื่อมรึงไปดูได้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โฟมหรือถุงพลาสติกใส่ของร้อน หมูกะทะ BBQ ทั้งหลายนี่แหละตัวดี ทั้งคอเลสเตอรอลสูง ทั้งควันและเนื้อใหม้ที่เป็นสาเหตุของมะเร็ง ไม่มีประเทศไหนเขากินกันมากมายแบบประเทศเราแล้ว ร้านหมูกะทะมากกว่าปั๊มน้ำมันอีก
กระทรวงสาธารณสุขไม่เคยให้ความรู้ปชช
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สิ่งที่กินเข้าไป พวกข้าว ผัก แตง ผลไม้

ไปดูที่การผลิตได้เลย ใส่แต่เคมีเข้าไป

ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า

เมืองไทยเรามี นักการเมืองชั่วๆ อยู่เบื้องหลังการนำเข้าสารเคมี เข้ามาฆ่าคนไทยด้วยกันเอง หวังแต่ผลประโยชน์

เราควรจะเลิกใช้สารเคมีกันได้แล้ว
คนขอนแก่น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผู้เสียชีวิตควรได้รับเงินเยียวยามากกว่า 7.5 ล้าน เพราะไม่เคยทำความเดือดร้อนแก่สังคม
จะจ่ายแล้วก็จ่ายให้ทั่วถึง อย่าแบ่งชั้น2มาตรฐาน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +16 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
...แหม...ผมอยากให้ไอ้รัดทามนตี ชุดนี้ เป็น มะเร็ง ตาย ห่...พรุ่งนี้เลย จังครับ....
มงคล
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014