“ยะใส” หวั่นให้ต่างชาติตั้งในไทย ทำเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แนะพัฒนา MOU กับ ม.ชั้นนำ

โดย MGR Online   
28 พฤษภาคม 2560 15:58 น. (แก้ไขล่าสุด 28 พฤษภาคม 2560 16:27 น.)
“ยะใส” หวั่นให้ต่างชาติตั้งในไทย ทำเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แนะพัฒนา MOU กับ ม.ชั้นนำ
สุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (แฟ้มภาพ)
        “สุริยะใส” ตั้งข้อสังเกต 5 ประการเปิดช่องมหาวิทยาลัยต่างชาติตั้งในไทยได้ หวั่นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จี้นายกฯ ทบทวนแนะพัฒนา MOU กับมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อยกระดับอุดมศึกษาไทยก่อนวิกฤตทั้งระบบ
       
       วันนี้ (28 พ.ค.) นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) แสดงความเห็นว่ากรณีนายกฯ ใช้คำสั่ง ม.44 ให้มหาวิทยาลัยต่างชาติมาตั้งในเมืองไทยได้ โดยกำหนดเงื่อนไขอนุญาตเฉพาะพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ และเปิดสอนเฉพาะหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยไทยไม่เปิด เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ คนในแวดวงหารศึกษามีทั้งสนับสนุนและคัดค้าน น่าเสียดายที่รัฐบาลตัดสินใจเร็วไปหน่อย ยังไม่ได้ถกแถลงหรือพิจารณ์กันอย่างจริงจัง แม้รัฐบาลจะมีเจตนาที่ดีเพื่อสร้างกลไกในการปฏิรูปการศึกษารองรับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศก็ตาม แต่ก็มีข้อสังเกตที่รัฐบาลและกระทรวงศึกษาฯ ควรพิจารณาทบทวน 5 ประการ ดังนี้
       
       1. สาขาที่มหาวิทยาลัยไทยไม่เปิดสอนนั้น เพราะขาดอาจารย์ผู้สอน หรือรัฐบาลไม่ส่งเสริม และทำไมรัฐบาลไม่ส่งเสริมถ้าจำเป็นต่อตลาดแรงงานและยุทธศาสตร์ชาติ เช่น การยกระดับการศึกษาอาชีวะที่รัฐบาลวางเป้าหมายไว้จะต่อยอดเพื่ออุดช่องว่างในสาขาวิชาที่ขาดแคลนในระยะยาวได้อย่างไร
       
       2. ทำไมไม่ใช้วิธีสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยไทยทำความร่วมมือ หรือ MOU กับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ในลักษณะจับคู่กันทั้งระดับมหาวิทยาลัยหรือระดับเฉพาะหลักสูตร ซึ่งในปัจจุบันแทบทุกมหาวิทยาลัยก็ทำกันอยู่แล้ว บางมหาวิทยาลัยของรัฐทำ MOU เต็มไปหมด แต่ไม่ประสบความสำเร็จและเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ ฉะนั้นรัฐควรเข้ามาส่งเสริมและสนับสนุน MOU กับมหาวิทยาลัยชั้นนำในสาขาที่ขาดแคลน เพราะจะทำให้มหาวิทยาลัยไทยมีศักยภาพในการแข่งขันระดับโลกได้และเป็นการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืนกว่า
       
       3. ที่บอกว่ามหาวิทยาลัยต่างชาติที่มาเปิดในไทยได้รับข้อยกเว้นในการกำกับ ควบคุมมาตรฐานจากกระทรวงศึกษาฯ นั้น ไม่น่าจะเป็นธรรมกับมหาวิทยาลัยไทย และจะทำให้เกิดความพิกลพิการของมาตรฐานการศึกษาของชาติในระยะยาว ทั้งยังเท่ากับเป็นการตอกย้ำระบบการประเมินคุณภาพมาตรฐานของอุดมศึกษาไทยที่ต่ำกว่ามาตรฐานฝรั่ง
       
       4. ปรัชญาการเปิดเสรีทางการศึกษาแม้เป็นสิ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ในยุคทุนนิยมเสรี แต่ปรัชญาการศึกษาของชาติในแต่ละชาติไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน และเราควรสงวนอัตลักษณ์และเป้าหมายทางการศึกษาของเราเช่นกัน โดยเฉพาะปรัชญาในการสร้างคนเก่งแต่ต้องเป็นคนดีไปพร้อมๆ กัน
       
       5.เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนแม้มีข้อดีอยู่บ้าง แต่ก็มีข้อเสียไม่น้อยเช่นกันและถ้าไม่ระมัดระวังจะกลายเป็นการศึกษาของคนรวย และคนจนรายได้น้อยเข้าไม่ถึงก็จะได้รับการศึกษาไร้คุณภาพต่อไปความเหลื่อมล้ำและแบ่งแยกในระบบการศึกษาของไทยก็จะยังคงมีอยู่
       
       ดังนั้นแทนที่จะใช้ ม.44 เปิดช่องเอื้อให้ต่างชาติเข้ามาตั้งมหาวิทยาลัย รัฐบาลต้องมียุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบให้ชัดเจนก่อน และต้องสังคายนามหาวิทยาลัยไทยทั้งรัฐและเอกชน เพื่อแสวงหาแนวทางความร่วมมือการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพมหาวิทยาลัยของไทยทั้งการสร้างนวัตกรรมการเรียนการสอน การปฏิรูปหลักสูตรและระบบการกำกับและวิธีการประเมินที่ยังมีปัญหาอยู่มาก

จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017