เลขาฯ คสช.คาดบึ้มหน้าโรงละครไม่ใช่ฝีมือฝ่ายการเมือง ไม่เกี่ยว 3 ปีรัฐประหาร สั่งเร่งติดวงจรปิด

โดย MGR Online   
19 พฤษภาคม 2560 12:50 น. (แก้ไขล่าสุด 19 พฤษภาคม 2560 13:13 น.)
เลขาฯ คสช.คาดบึ้มหน้าโรงละครไม่ใช่ฝีมือฝ่ายการเมือง ไม่เกี่ยว 3 ปีรัฐประหาร สั่งเร่งติดวงจรปิด
พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (แฟ้มภาพ)
        เลขาธิการ คสช.เชื่อบึ้มหน้าโรงละครฝีมือพวกไม่อยากเห็นชาติสงบ เผย “ประยุทธ์-ประวิตร” สั่งเช็กคนทำเกี่ยวการเมืองหรือไม่ แต่คาดคงไม่ใช่เหตุทุกฝ่ายอยากเลือกตั้ง ไม่เชื่อดิสเครดิต คสช.ครบ 3 ปี พร้อมให้แม่ทัพภาค 1 ดูนำกำลังพลเพิ่ม เร่งรัดติดวงจรปิด ต้องฝากความหวังไว้ รับหาตัวคนก่อเหตุยาก ยันชิ้นส่วนไม่โยงไฟใต้ ชี้วิธีทำคล้ายอาจหาดูได้ในอินเทอร์เน็ต ปัดกลบกระแสเรือดำน้ำ
       
       วันนี้ (19 พ.ค.) ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีเสียงดังคล้ายระเบิดบริเวณโรงละครแห่งชาติว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 2 ครั้ง คือ บริเวณหน้าโรงละครแห่งชาติ และหน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาลเก่าเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นรูปแบบของระเบิดที่มีความใกล้เคียงกัน เป็นการก่อกวนและสร้างสถานการณ์โดยไม่ได้หวังผลร้ายแรง คิดว่าเป็นกลุ่มที่ไม่ต้องการเห็นบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าด้วยความสงบเรียบร้อยซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยและสั่งการผ่านฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะเรื่องการบูรณาการข้อมูลข่าวสารด้านการข่าวต้องค้นหาและพิสูจน์ทราบให้ได้ว่าผู้ที่ก่อเหตุมีพื้นฐานมาจากไหน อย่างไร เกี่ยวข้องกับด้านการเมืองหรือไม่ หรือเป็นกลุ่มคนที่ไม่พอใจเป็นการส่วนตัวหรือกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการต่างๆ ของรัฐบาลและ คสช.
       
       พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวอีกว่า ในส่วนของทหารหรือกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ซึ่งเรามีกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) อยู่แล้ว ตนได้สั่งการให้ทาง พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ผู้อำนวยการ กอร.รส.ได้พิจารณาทบทวนถ้ามีความจำเป็นให้นำ กกล.รส.ในพื้นที่อื่นเข้าไปเพิ่มเติม โดยประสานกับทางตำรวจซึ่งขณะนี้ในส่วนของตำรวจก็มีการจัดสายตรวจเพิ่มเติมทั้งในและนอกเครื่องแบบตามห้วงเวลาที่เหมาะสม โดยนายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประวิตร ให้ตำรวจเร่งรัดรูปคดีเพื่อให้สามารถคลี่คลายปัญหานี้ได้โดยเร็ว
       
       พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวอีกว่า สำหรับในส่วนของพี่น้องประชาชนขอให้ช่วยกันเนื่องจากพื้นที่บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวังมีประชาชนไปถวายสักการะวันละประมาณ 20,000 คนพร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในบริเวณนั้นปะมาณ 10,000 คน รวมประมาณ 30,000 คน ซึ่งจำนวนคนค่อนข้างพลุกพล่าน หากมีอะไรที่จะเป็นสิ่งบอกเหตุ ที่จะก่อให้เกิดอันตรายหรือมีผู้ไม่ประสงค์ดีก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่และที่สำคัญที่ได้เร่งรัดไปก็คือเรื่องกล้องวงจรปิดต้องยอมรับตรงๆ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภาพไม่ชัดเจน ไม่สามารถจะใช้ประโยชน์จากกล้องวงจรปิดได้มากนัก ก็ต้องเร่งรัดการติดกล้องวงจรปิดที่มีคุณภาพในพื้นที่โดยรอบพระบรมมหาราชวังเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจะมีพิธีสำคัญในอนาคตอันใกล้
       
       เมื่อถามว่า ผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มไหนเนื่องจากทั้ง 2 เหตุการณ์เกิดขึ้นใกล้พื้นที่สนามหลวงที่มีพระราชพิธีสำคัญ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ขณะนี้ยังฟันธงลงไปไม่ได้ว่าเป็นกลุ่มการเมือง หรือกลุ่มคนอื่น แต่ตนมองว่าคงไม่ใช่กลุ่มการเมืองเพราะทุกคนมีความประสงค์ที่จะก้าวไปสู่การเลือกตั้งโดยเร็ว ส่วนจะเป็นกลุ่มอื่นหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่าวัตถุประสงค์คืออะไร เพียงแต่การก่อเหตุเพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลและไม่ประสงค์ต่อชีวิตประชาชน ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ยังพอยอมรับได้ แต่อย่างไรก็ตาม ในทุกสังคมจะมีคนประเภทนี้อยู่ที่ก่อกวนเพื่อต้องการให้เกิดเหตุการณ์อยู่ตลอดเวลาหลักหลักก็คือต้องการดิสเครดิตรัฐบาล
       
       “การดิสเครดิตรัฐบาลไม่จำเป็นต้องเป็นกลุ่มการเมืองที่เห็นตามเนื่องจากการบริหารงานของรัฐบาล ที่ผ่านมาเราก็ดำเนินการในหลายอย่างโดยเฉพาะในส่วนของ คสช. ทั้งการกวาดล้างผู้มีอิทธิพล ยาเสพติด การจัดระเบียบ สิ่งเหล่านี้ส่วนหนึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคนที่ต้องทำงานหาเช้ากินค่ำที่มีความรู้สึกว่าชีวิตต้องมีความเปลี่ยนแปลง ก็จะแสดงออกในรูปแบบต่างๆ บางท่านที่ยอมรับและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม บางคนที่ไม่ยอมรับก็อาจจะออกมาในรูปแบบแปลกๆ ในขณะนี้ตราบใดที่เรายังไม่ได้ตัวผู้ดำเนินการก็ไม่ควรที่จะไปบอกว่าเป็นกลุ่มนั้นหรือกลุ่มนี้” พล.อ.เฉลิมชัยกล่าว
       
       พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวยืนยันอีกว่า ลักษณะของการก่อเหตุเป็นรูปแบบของการก่อกวน และจากการที่ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบตัวจุดระเบิดต่างๆ เป็นของเก่าพอสมควรที่เก็บไว้นาน ไม่ใช่ที่นำมาประกอบขึ้นใหม่ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการซุกเก็บไว้ เมื่อมีจังหวะและโอกาสและมีแรงจูงใจอื่นๆ เข้ามาก็ออกมาสร้างสถานการณ์ ยืนยันว่าเราทำงานกันอย่างเต็มที่และเร่งรัดในเรื่องของงานด้านการข่าวการวางกำลังเพิ่มเติมการเข้าไปเคลื่อนไหวในพื้นที่
       
       “ที่สำคัญที่สุดที่จะประสบความสำเร็จก็คือ ข่าวที่จะต้องรู้ได้ว่าเหตุการณ์ทั้ง 2 ครั้ง คือใครเป็นผู้กระทำเพื่อตามหาตัว ต้องจุดประกายตรงนี้ให้ได้จากหลักฐานทั้งหมดที่เรามีอยู่ ส่วนที่มีการมองกันว่าเป็นการก่อเหตุเพื่อดิสเครดิต คสช.ครบ 3 ปีนั้น ทุกอย่างเป็นไปได้หมด แต่ผมมองว่าไม่ใช่ประเด็นนี้ เนื่องจากคนที่จ้องจะก่อเหตุหรือคนที่ไม่พอใจ หากมีจังหวะเวลา โอกาส เขาพร้อมทำได้เสมอ ไม่จำเป็นต้องดิสเครดิตตอน 3 ปี เพราะเราเองก็ไม่ได้มีอะไรที่หวือหวาในห้วงเวลาปัจจุบัน ผมไม่เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะโยงกับ 3 ปีของ คสช. ถ้ามีจังหวะเวลา มีความพร้อมเขาก็จะทำ เนื่องจากพื้นที่บริเวณที่เกิดเหตุท่านข้างมืดและอยู่นอกเขตคัดกรอง คนไปมาจำนวนมากมีความสะดวกในการก่อเหตุ ตอนนี้ฝากความหวังไว้กับกล้องวงจรปิด” พล.อ.เฉลิมชัยกล่าว
       
       เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาเหตุการณ์ลอบวางระเบิด ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หรือพื้นที่ กทม. มักจะหาตัวคนร้ายไม่ได้ แล้วทุกอย่างจะเงียบหายไป พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า เวลานี้บางส่วนไม่สามารถจับผู้ก่อเหตุได้ เหมือนอย่างเช่นเหตุการณ์วางระเบิดหน้ากองสลากเมื่อวันที่ 5 เมษายน ขณะนี้ก็ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ แม้จะมีผู้ต้องสงสัยและเชิญมาให้ข้อมูล แต่เมื่อไม่ใช่ก็ต้องปล่อยไป ดังนั้นการแถลงข่าวความคืบหน้าของเหตุการณ์ต่างๆ จึงเป็นไปคนข้างยากจนกว่าจะสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุตัวจริงถึงจะมีการชี้แจงแถลงข่าวของเจ้าหน้าที่
       
       “ยอมรับว่าที่ผ่านมาการก่อเหตุในพื้นที่ กทม.มีหลายครั้ง กระบวนการในการติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุค่อนข้างยาก เนื่องจากรูปแบบของการวางระเบิด เปิดเผยต่อสังคมน้อยต้องอาศัยในเรื่องงานด้านการข่าว กล้องวงจรปิด ถ้าหากได้ทั้งการข่าวและภาพจากกล้องวงจรปิดที่ชัดเจนก็จะสามารถตามหาตัวได้ แต่ขณะนี้เรายังไม่มีผู้ต้องสงสัย การแถลงข่าวของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนจึงไม่สามารถทำได้ และการรีบพูดก่อนก็จะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนได้” พล.อ.เฉลิมชัยกล่าว
       
       เมื่อถามว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมาระบุเหตุการณ์ดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกับการวางระเบิดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ระบุว่าชิ้นส่วนต่างๆ ของระเบิดที่พบไม่ได้เชื่อมโยงกับในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเพียงลักษณะการก่อกวน แม้ว่ารูปแบบและวิธีการอาจจะคล้ายกัน แต่สามารถลอกเลียนได้จากอินเทอร์เน็ต แต่วัตถุชิ้นส่วนคนละชนิดกัน พร้อมทั้งยืนยันอีกว่าเหตุระเบิดดังกล่าวไม่ใช่ก่อเหตุเพื่อกลบกระแสโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ และผลประโยชน์กองสลาก ขอให้มองโลกในแง่ดีบ้าง

จำนวนคนโหวต 4 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017