“บิ๊กตู่” ลงนามตั้งบอร์ดพีเอ็มดียู ให้อำนาจ ผอ.เทียบเท่าปลัดกระทรวง ตรวจสอบผลงาน “ป.ย.ป.”

โดย MGR Online   
21 เมษายน 2560 12:43 น. (แก้ไขล่าสุด 21 เมษายน 2560 13:12 น.)
“บิ๊กตู่” ลงนามตั้งบอร์ดพีเอ็มดียู ให้อำนาจ ผอ.เทียบเท่าปลัดกระทรวง ตรวจสอบผลงาน “ป.ย.ป.”
        “บิ๊กตู่” ลงนามตั้ง “สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (พีเอ็มดียู)” ให้อำนาจตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผลการทำงานของ ป.ย.ป. ย้ำสามารถปลดล็อก ปัญหาต่างๆ ได้ ให้อำนาจตั้ง ผอ.เทียบเท่าปลัดกระทรวง พร้อมบอร์ดทีมงานไม่เกิน 6 คน รายงานตรงต่อนายกฯ เชื่อไม่ล้ำเส้นบทบาทเดิมของรองนายกฯ 6 คน
       
       วันนี้ (21 เม.ย.) มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2560 เพื่อจัดตั้งสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (PMDU)
       
       สำหรับรายละเอียดของระเบียบดังกล่าวระบุว่า เพื่อเป็นการวางระเบียบปฏิบัติราชการและเพื่อให้การกำกับ ติดตาม และเร่งรัด การดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2560 เรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ลงวันที่ 17 มกราคม พุทธศักราช 2560 รวมทั้งการดำเนินการตามนโยบายและคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งของนายกรัฐมนตรีในการบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (8) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
       
       โดยข้อ 4 ของระเบียบนี้ ให้จัดตั้งสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรีขึ้นเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ไม่ใช่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การมหาชน ในสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี และให้นำระเบียบว่าด้วยการนั้นของสถาบันส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี สำนักงาน ก.พ.ร. มาใช้บังคับแก่สำนักงานโดยอนุโลม
       
       ข้อ 5 นายกรัฐมนตรีจะแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารราชการแผ่นดินคนหนึ่ง เป็นผู้อำนวยการบริหารสำนักงาน และรับผิดชอบโดยตรงต่อนายกรัฐมนตรี ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก มีฐานะเทียบเท่า หัวหน้าส่วนราชการตำแหน่ง “ปลัดกระทรวง” และสามารถมอบหมายเป็นหนังสือให้ผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้ทำการแทนในเรื่องใดก็ได้
       
       ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีอาจแต่งตั้ง “รองผู้อำนวยการ ที่ปรึกษาประจำสำนักงาน หรือผู้ช่วยผู้อำนวยการ” เพื่อช่วยเหลือผู้อำนวยการในการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการมอบหมายได้ตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของสำนักงาน นายกรัฐมนตรีอาจมีคำสั่งให้ข้าราชการ หรือพนักงานหรือลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ มาปฏิบัติหน้าที่ช้างต้นในสำนักงานก็ได้
       
       ในข้อ 7 ระบุให้ดำเนินการในรูปแบบ “คณะกรรมการบริหารคณะหนึ่ง” มีผู้อำนวยการเป็นประธานกรรมการบริหาร รองผู้อำนวยการ เป็นรองประธานกรรมการบริหาร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ซึ่งผู้อำนวยการแต่งตั้งจำนวนไม่เกิน 6 คนเป็นกรรมการบริหาร และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง รวมถึงเลขานุการ ไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ รวมทั้งคณะกรรมการบริหาร อาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายก็ได้
       
       ในข้อ 9 ว่าด้วยหน้าที่และอำนาจ ดังนี้ 1. รับผิดชอบงานวิชาการและธุรการให้แก่ ป.ย.ป. เลขานุการ ป.ย.ป. คณะกรรมการบริหาร ราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ รวมตลอดทั้งคณะกรรมการกลั่นกรองอื่น ตามที่นายกรัฐมนตรี มอบหมาย 2. ประสานงาน เร่งรัด ติดตาม และประเมินผลความก้าวหน้าในการดำเนินงาน ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล 3.วิเคราะห์และเสนอแนะแนวทางหรือมาตรการในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล 4. กลั่นกรอง วิเคราะห์ และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน เชิงยุทธศาสตร์ เกี่ยวกับเรื่องที่จะเสนอต่อ ป.ย.ป.เพื่อพิจารณา หรือตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย 5. สร้างความรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดำเนินภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ และเชิงพื้นที่
       
       ทั้งนี้ยังมีอำนาจขอให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ จัดส่งข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับแผน แผนงาน โครงการ กิจกรรม งบประมาณ แผนการใช้จ่ายเงิน รวมตลอดทั้งข้อมูลอื่นใดที่สำนักงานเห็นว่าจำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ มาเพื่อประกอบการพิจารณาตามวิธีการและภายในระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด หรือให้มาชี้แจง หรือให้ปฏิบัติการใดๆ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการให้เป็นไปตามมติของ ป.ย.ป. คณะกรรมการกลั่นกรอง หรือคณะกรรมการบริหารก็ได้
       
       ส่วนข้อ 12 ยังให้แต่ละกระทรวงจัดให้มีคณะกรรมการติดตามการปฏิบัติให้เป็นไปตามมติ ป.ย.ป. และคณะกรรมการกลั่นกรอง หรือตามที่ได้รับแจ้งจากสำนักงานโดยมีปลัดกระทรวงเป็นประธาน รองปลัดกระทรวง ผู้ตรวจราชการกระทรวง และผู้แทนสำนักงานคนหนึ่งเป็นกรรมการ มีหน้าที่กำกับ ติดตาม เร่งรัด และรายงานผลการปฏิบัติการ ให้เป็นไปตามมติ ป.ย.ป. และคณะกรรมการกลั่นกรอง รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน และแนวทางการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคนั้นต่อสำนักงานตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ สำนักงานกำหนด และเพื่อประโยชน์ในการดำเนินงาน ให้ปลัดกระทรวงมอบหมายให้รองปลัดกระทรวง คนหนึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานกับสำนักงาน ในกรณีส่วนราชการที่อยู่ในบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี และส่วนราชการ ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง ให้คณะกรรมการติดตามตามวรรคหนึ่งประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการเป็นประธาน และรองหัวหน้าส่วนราชการและผู้แทนสำนักงานคนหนึ่ง เป็นกรรมการ
       
       นอกจากนี้ ให้คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) เป็นผู้อำนวยการตามระเบียบนี้ โดยเริ่มแรกให้ใช้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นสถานที่ทำงาน และให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้
       
       สำหรับคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ประกอบไปด้วยคณะกรรมการ 4 ชุดย่อย ได้แก่ 1. คณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่มี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ และ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกฯ กำกับดูแล 2. คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ กำกับดูแล 3. คณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม กำกับดูแล และ 4. คณะกรรมการบริหารราชการเชิงยุทธศาสตร์ ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กำกับดูแล มีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเลขานุการ
       
       มีรายงานว่า ก่อนหน้านั้น นายสุวิทย์ระบุว่า การวางโครงสร้างองค์กรนี้ ยังจะสามารถตั้งและยุบง่ายใน 2 ปีนี้ หรือหากรัฐบาลชุดหน้าจะทำต่อก็สามารถทำได้ และได้เสนอให้ใช้ “ผู้ช่วยรัฐมนตรี” จากโควตาที่ยังไม่แต่งตั้ง ให้เข้ามาทำงานปฏิรูประดับบัญชาการ 10 เรื่อง แบ่งเป็น 10 ทีม รวมถึงจะมีการตั้งคณะทำงานระดับรองลงมา ไม่ว่าจะเป็นผู้ช่วยคณะทำงาน คณะทำงาน ใช้ระบบจัดจ้างพิเศษ
       
       สำหรับบทบาทของ “พีเอ็มดียู” คือ การตรวจสอบติดตามประเมินผลการทำงานของ ป.ย.ป. ที่สำคัญคือสามารถปลดล็อกปัญหาต่างๆ ได้ โดยรายงานตรงต่อนายกฯ และการทำงานจะไม่ล้ำเส้นบทบาทของรองนายกฯ
       
       ก่อนหน้านั้น นายสุวิทย์เสนอให้นายกฯ ใช้มาตรา 44 ดำเนินการจัดตั้งสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (PMDU) แต่ล่าสุดนายกรัฐมนตรีเลือกที่จะใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีแทน

“บิ๊กตู่” ลงนามตั้งบอร์ดพีเอ็มดียู ให้อำนาจ ผอ.เทียบเท่าปลัดกระทรวง ตรวจสอบผลงาน “ป.ย.ป.”
       

“บิ๊กตู่” ลงนามตั้งบอร์ดพีเอ็มดียู ให้อำนาจ ผอ.เทียบเท่าปลัดกระทรวง ตรวจสอบผลงาน “ป.ย.ป.”
       

“บิ๊กตู่” ลงนามตั้งบอร์ดพีเอ็มดียู ให้อำนาจ ผอ.เทียบเท่าปลัดกระทรวง ตรวจสอบผลงาน “ป.ย.ป.”
       

“บิ๊กตู่” ลงนามตั้งบอร์ดพีเอ็มดียู ให้อำนาจ ผอ.เทียบเท่าปลัดกระทรวง ตรวจสอบผลงาน “ป.ย.ป.”
       

“บิ๊กตู่” ลงนามตั้งบอร์ดพีเอ็มดียู ให้อำนาจ ผอ.เทียบเท่าปลัดกระทรวง ตรวจสอบผลงาน “ป.ย.ป.”
       

“บิ๊กตู่” ลงนามตั้งบอร์ดพีเอ็มดียู ให้อำนาจ ผอ.เทียบเท่าปลัดกระทรวง ตรวจสอบผลงาน “ป.ย.ป.”
       

จำนวนคนโหวต 2 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017