หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกการเมือง | พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
 
พธม.ยื่นศาลวินิจฉัยแก้ รธน. ชี้มติ อสส.สร้างความชอบธรรมให้ตุลาการชัด
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 มิถุนายน 2555 14:57 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

แกนนำพันธมิตรฯ ยื่นหนังสือศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยแก้ รธน. ม.291 ตามอำนาจ ม.68 และ ม.212 หลังอัยการสูงสุดปฏิเสธคำร้อง พร้อมแนบชื่อ 416 สมาชิกรัฐสภา โหวตรับหลักการ ชี้มติ อสส.สั่งยุติเรื่อง สร้างความชอบธรรมให้ตุลาการชัด สับ ส.ส.ขู่ถอด-ตัดงบละเมิดอำนาจ สร้างความเสื่อมต่อนักการเมือง ยันไม่แย้งถ้าวินิจฉัยตีตก
       
       วันนี้ (11 มิ.ย.) ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และนายปานเทพ พัวพงศ์พันธ์ โฆษกพันธมิตรฯ เดินทางมายื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ของสภาผู้แทนราษฎร โดยนายปานเทพกล่าวว่า ทางกลุ่มพันธมิตรฯ ขออาศัยรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าผู้ทราบการกระทำอันเป็นการล้มล้างการปกครองสามารถยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยได้ รวมถึงขออาศัยสิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 212 ที่บัญญัติว่าผู้ถูกละเมิดสิทธิ สามารถยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่ต้องเป็นในกรณีที่หาหนทางอื่นแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งในที่นี้คือ กลุ่มพันธมิตรฯ ที่ได้ยื่นร้องต่ออัยการสูงสุด แต่กลับถูกปฏิเสธ จึงขออาศัยรัฐธรรมนูญทั้ง 2 มาตรายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยทางกลุ่มพันธมิตรฯ ได้รวบรวมรายชื่อสมาชิกรัฐสภา 416 คนที่โหวตลงมติรับหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 1 และ 2 ซึ่งถือเป็นการกระทำการล้มล้างการปกครองฯ ดังนั้น หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเป็นไปตามคำร้อง ก็ต้องให้ 416 คน หยุดการกระทำดังกล่าว และหากมีการละเมิดคำวินิจฉัย ก็อาจจะมีการเพิกถอนสิทธิและยุบพรรคการเมืองต่อไป
       
       เมื่อถามว่า คำสั่งชะลอการลงมติวาระ 3 ของศาลรัฐธรรมนูญถูกมองว่าเป็นคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย นายปานเทพกล่าวว่า เป็นเพียงความเห็นที่แตกต่างของนักวิชาการ และนักการเมือง แต่ทุกฝ่ายต้องรับฟังกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าผู้เห็นต่างว่าการกระทำของศาลรัฐธรรมนูญนั้นไม่ถูกต้อง คงต้องเปิดใจให้กว้างและหันไปดูการกระทำของอัยการสูงสุดด้วย เพราะอัยการสูงสุดไม่มีอำนาจวินิจฉัย แต่ก็กกลับทำเช่นนั้น ซึ่งก็คงไม่ต้องมีศาลรัฐธรรมนูญ
       
       “ผมเห็นว่าการกระทำของอัยการสูงสุดเป็นการสร้างความชอบธรรมให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะอัยการสูงสุดไม่ทำหน้าที่ก่อนที่จะมีการลงมติวาระ 3 รวมทั้งยังขยายขอบเขตอำนาจวินิจฉัยรัฐธรรมนูญเอง ไม่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญสามารถอ้างการกระทำของอัยการสูงสุดที่ถ่วงเวลาในการตรวจสอบ จึงเป็นความชอบธรรมที่ศาลรัฐธรรมนูญที่จะรับคำร้องของบุคคลต่างๆ เพราะเห็นว่าอัยการสูงสุดไม่ทำหน้าที่” นายปานเทพกล่าว
       
       ส่วนที่มีการล่ารายชื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และมีกระแสข่าวแปรญัตติตัดงบประมาณของศาลรัฐธรรมนูญ นายปานเทพกล่าวว่า ถือเป็นการละเมิดอำนาจของการถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายตุลาการฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร ซึ่งทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ถือเป็นฝ่ายเดียวกันที่สามารถฉีกรัฐธรรมนูญ และตัดงบฝ่ายตุลาการได้ อีกทั้งยังเป็นการครอบงำฝ่ายตุลาการให้อยู่ในอำนาจรัฐเพียงผู้เดียว โดยไม่สนใจว่าการกระทำดังกล่าวจะผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย และยิ่งทำก็ทำให้เกิดความเสื่อมต่อนักการเมืองมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การกระทำเช่นนี้ประชาชนก็ยิ่งเห็นว่าเป็นการลดทอนอำนาจของฝ่ายตุลาการมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อไปในอนาคต
       
       นายปานเทพยังกล่าวด้วยว่า หากที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยคดีนี้ออกมาสอดคล้องกับมติอัยการสูงสุด ทางกลุ่มพันธมิตรฯ ก็จะไม่โต้แย้งใด เพราะถือว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สิ้นสุด และมีผลผูกพันทุกองค์กรของรัฐ ดังนั้นเมื่อมีคำวินิจฉัยออกมา กลุ่มพันธมิตรฯ ก็พร้อมเคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนประเด็นอื่นที่ส่อไปในทางที่ขัดรัฐธรรมนูญ กลุ่มพันธมิตรฯ ก็จะหาช่องทางอื่นในการดำเนินการต่อไป
       
       อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ กลุ่มพันธมิตรฯ ได้ไปยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด เพื่อทวงถามและขอมติของอัยการสูงสุดในกรณีนี้อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะเห็นว่าการที่อัยการมีมติว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ไม่เป็นการล้มล้างการปกครองฯ ถือว่าอัยการฯ ทำขัดต่อรัฐธรรมนูญ และการไม่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญก็ถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญเช่นกัน ซึ่งกลุ่มพันธมิตรฯ ก็จะได้ดำเนินการตามช่องทางกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดรายละเอียดคำร้องพันธมิตรฯ ยื่นศาล รธน.ฟัน 416 นักการเมืองล้มล้างรัฐธรรมนูญ
เปิดรายละเอียดคำร้องพันธมิตรฯ ยื่นศาล รธน.ฟัน 416 นักการเมืองล้มล้างรัฐธรรมนูญ(ต่อ)
ข่าวล่าสุด ในหมวด
“คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ศุกร์ที่ 17 พ.ค. 2556 (ต่อ)
"สนธิ"ชี้"ปลอดฯ"เข้าข่ายบ้า ถูกเชิดสูบงบฯ 3.5 แสนล้าน-แนะ"ชวน"วางมือ ปฏิรูป ปชป.
“คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ศุกร์ที่ 10 พ.ค. 2556 (ต่อ)
"สนธิ" แนะกระจายอำนาจสู่โรงเรียนท้องถิ่นแทนการยุบ ซัด "แม้ว" โรคจิตทั้งด่า - ชมศาล
“คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ศุกร์ที่ 3 พ.ค. 2556 (ต่อ)
5 อันดับข่าวยอดนิยมของหมวด
“เจ๊เพ็ญ” ตะล่อม “ช่อง 3-มาลีนนท์” ยอมจำนนเสื้อแดง ขู่ระวังโดนรถชนตายกลางถนน!
ปาหี่ประชุมน้ำจบเห่ “ปลอด” โทษพีอาร์ห่วย-กรมน้ำไม่เก่งจริง ปัดฮั้วเกาหลีประมูล 3.5 แสนล้าน
ทบ.ยันทหารไม่ได้เผา “เซ็นทรัลเวิลด์” ชี้ รปภ.เข้าใจผิด-แต่งกายเลียนแบบ วอนหยุดแพร่เรื่องเท็จ
แกนนำพันธมิตรฯ นัดประชุม-แถลงข่าวจันทร์นี้ กำหนดท่าทีเคลื่อนไหว
จับตา“วสิษฐ” ปลุกคนไทย รวมพลังล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แบ่งปันให้เพื่อน
จำนวนคนอ่าน 8301 คน จำนวนคนโหวต 25 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 1 +22 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดีครับ...เห็นด้วย อสส.คิดจะเล่นงาน ศาล รธน. ก็จับ อสส. ส่งให้ ศาล รธน. ตัดคอ อสส.
ตนไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +20 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็น Comment ที่มีคนส่งไปยังนักวิชาการอิสระที่เอียงไปทางแดง คือ วีรพัฒน์ ปริยะวงศ์ ซึ่งนักวิชาการรายนี้มักจะเห็นแย้งกับศาลรัฐธรรมนูญ และมักจะออกมาวิจารณ์ เห็นว่าอ่านแล้วเข้าใจง่ายดีเลยนำมา Share
จำเป็นต้องขอ Share ด้วย เพราะรู้สึกอึดอัดกับการกระทำของพวกคุณเหลือเกิน ทั้งที่คิดว่าน่าจะฝากความหวังไว้ได้ เนื่องจากเป็นคนรุ่นใหม่มีการศึกษาดี ซึ่งน่าจะทำประโยชน์ให้ชาติได้มากกว่าที่คุณกำลังทำอยู่นี้ ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าในฐานะคนทำมาหากินคนหนึ่งซึ่งไม่ได้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายหรือรัฐศาสตร์อย่างพวกคุณและนักวิชาการทั้งหลาย ผมรู้สึกว่าปัญหาใหญ่สุดและเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาของชาติทั้งหมดนั้นมาจากเรื่องปัญหาทุจริตคอรัปชั่นของนักการเมืองและข้าราชการ โดยเฉพาะนับวันคุณภาพและคุณธรรมของนักการเมืองเมืองไทยยิ่งต่ำติดดินลงไปเรื่อยๆ เพราะตั้งใจเป็นนักการเมืองเพื่อทำธุรกิจการเมืองโดยการทุจริตคอรัปชั่นให้คงอำนาจต่อไปเรื่อยๆ และในช่วงปี 45-49 ซึ่งเกิดการทุจริตคอรัปชั่นอย่างมโหฬาร เมื่อถูกวิจารณ์ ถูกชี้ว่าผิด ถูกตัดสินลงโทษ ก็ไม่ยอมรับ พยายามสร้างขบวนการต่อสู้ที่รุนแรงขึ้นมา ทำให้แตกแยกทั่วแผ่นดิน ถามว่าทุจริตคอรัปชั่นที่ถูกกล่าวหาเป็นจริงหรือไม่ ในฐานะที่ผมเป็นคนธรรมดาไม่ได้อคติกับใคร ก็ยอมรับว่าเชื่อว่าเป็นจริง เพราะในขณะที่ผู้นำยุคนั้นเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินทั้งครอบครัวไว้ที่ 20,000 กว่าล้าน แต่วันที่ถูกชี้ว่าทุจริตคอรัปชั่นมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมาจากการตรวจสอบเป็น 70,000 กว่าล้าน บวกกับทรัพย์สินที่ทางการอังกฤษอายัดไว้อีก 140,000 กว่าล้าน ฯลฯถามว่าทำไมมันมีมากมายขนาดนี้ ทั้งๆที่ตอนแจ้งขณะออกจากตำแหน่งในปี 48 ก็ยังอยู่ที่ 20,000 กว่าล้านบาท ถามว่าทำไมเขาไม่แจ้งตัวเลขจริง ทำไมต้องหลบเลี่ยงมากมายมหาศาลเช่นนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาทำโดยไม่มีอะไรแอบแฝง การทำการเมืองของเขามันคือธุรกิจการเมืองซึ่งมันเอาเปรียบประเทศและคนในประเทศมาก เพราะเขาใช้เงินลงทุนที่เป็นเงินของประเทศไปทำให้ธุรกิจของตัวเองงอกเงยมหาศาล ซึ่งก็คือการเบียดบังผลประโยชน์ของชาติไปเป็นผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ถามว่าที่ผ่านมานักการเมืองอื่นๆทำกันหรือไม่ ก็แน่นอนว่าทำเพียงแต่มันไม่มโหฬารเท่านี้ ซึ่งก็คือผิดหมดนั่นแหละ แต่แปลกที่พวกคุณนักวิชาการทั้งหลายกลับไม่แยแสสิ่งเหล่านี้ว่าเป็นปัญหารากเหง้าที่ทำให้ชาติวิบัติและล่มจม กลับไปตีไปเล่นแต่เรื่องการปฏิวัติว่าไม่เป็นประชาธิปไตย และเที่ยวป่าวประกาศว่ามาจากผู้มีบารมีนอกรัฐสภาและอำนาจตุลาการเป็นสาเหตุ แล้วก็ปั่นหัวบรรดารากหญ้าด้วยเรื่องนี้ ผมขอเรียนว่าโดยส่วนตัวแล้วผมยังรู้สึกว่าการปฏิวัติและเลือกผู้นำประเทศมาบริหารโดยไม่ผ่านการเลือกตั้งสำหรับเมีองไทยในขณะนี้ยังทำให้ผมมีความหวังมากกว่า แต่สำหรับพวกนักการเมืองและบริวารที่ถูกเลือกตั้งเข้ามานั้นผมไม่สามารถจะฝากความหวังอะไรจากพวกเขาได้เลย มันต่ำติดลบ ถามว่าคนไทยต้องอดทน ก็ขอบอกว่าอดทนมานานแล้ว แต่พอมาเห็นพวกคุณซึ่งเป็นนักวิชาการทั้งหลายในขณะนี้แล้ว ขอบอกเลยว่าคงต้องอดทนไปอีกไม่มีที่สิ้นสุด เพราะขนาดพวกคุณที่เต็มไปด้วยความรู้ยังไม่สะท้อนปัญหาที่แท้จริงเลย แล้วพวกรากหญ้าจะแยกแยะอะไรได้ ขนาดถูกหลอกเห็นๆยังคิดไม่เป็นเลย ยอมรับว่าเท่าที่ดูพฤติกรรมของพวกคุณ มุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันตุลาการโดยเจาะจง แต่สำหรับนิติราษฎร์เป้หมายสูงไปกว่านั้นมาก พวกคุณจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์และตีโพยตีพายทุกครั้งที่คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญออกมาไม่ตรงใจหรือไม่ตรงกับความคิดคุณ โดยส่วนตัวผมคิดว่ามันมีให้เห็นเป็นหลายสิบปีมาแล้วที่การตีความกฎหมายในบรรดานักกฎหมายมันอาจไม่เหมือนกันซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดามาก มิเช่นนั้นจะมี ศาลชั้นต้น อุทธรณ์ และ ฎีกา ไปทำไม คุณอาจจะบอกว่าคำตัดสินในแต่ละชั้นอาจพลิกผันได้ตามหลักฐานที่เปลี่ยนไปหรือเพิ่มขึ้น แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามิได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป การตีความข้อความในกฎหมายที่แตกต่างกันของศาลด้วยกันเอง หรือนักกฎหมายหลายๆคนก็มิใช่เรื่องแปลกเลย แล้วทำไมจะต้องมาคอยทำลายความน่าเชื่อถือกันอยู่ได้ เทียบกับอีกฟากฝั่งหนึ่งคืออัยการสูงสุด ซึ่งที่ผ่านมาก็มีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ มีการสั่งไม่ฟ้องในหลายๆคดี เช่น คดีซีทีเอ็กซ์ 9000 , คดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ . คดีติดสินบนศาล . คดีเขาพระวิหาร , คดีจักรภพหมิ่นสถาบัน ,ไม่ยื่นฎีกาคดีเลี่ยงภาษี , ฯลฯ ซึ่งขัดกับความรู้สึกของประชาชนมากมาย แต่คนเหล่านี้ก็ไม่ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์หรือตีโพยตีพายใหญ่โตเหมือนที่พวกคุณทำกับศาล และพวกคุณก็ไม่ได้ออกมาวิพากษ์วิจาร์อะไรมากมายมองเห็นเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน จึงอดคิดไม่ได้ว่าพวกคุณอยู่ในขบวนการที่ต้องการจ้องทำลายความน่าเชื่อถือของศาลหรือไม่ คุณควรเคารพในการทำหน้าที่ของสถาบันศาล อยากให้คุณในฐานะที่มีประวัติการเป็นเยาวชนดีแป็นผู้ที่ประเทศชาติฝากความหวังไว้ ควรทำประโยชน์ให้ชาติมากกว่าที่จะช่วยกันทำลาย ซึ่งก็คงต้องฝากให้คุณกับพวกไปคิดเอาเองว่าควรจะทำหรือรณรงค์อะไรอย่างไร หากคุณไม่มีวาระซ่อนเร้นจริงๆก็หวังว่าสิ่งที่ได้ระบายออกไปนี้จะช่วยเตือนต่อมสำนึกความรับผิดชอบต่อชาติให้แก่คุณและนักวิชาการทั้งหลายบ้าง ซึ่งหลายคนยังคงฝังใจอยู่กับลัทธิคอมมิวนิสต์ตั้งแต่ปี 2516-2519 แต่ถ้าพวกคุณมีวาระซ่อนเร้นมันก็คงไม่สามารถเปลี่ยนความตั้งใจของคุณและพวกได้

พวกคุณเกือบทั้งหมดมักจะบอกว่าระบบรัฐสภาคือระบบที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาทั้งหมด แต่ต้องอดทนค่อยเป็นค่อยไป ตราบใดที่ธุรกิจการเมืองมันยังครอบงำทั้งนักวิชาการอย่างพวกคุณและรากหญ้ามันก็คงไม่สามารถตอบโจทย์ได้หรอก พวกคุณหลายคนไม่เห็นด้วยกับการเมืองนอกสภาที่ทำการชุมนุมประท้วง ในขณะที่ผ่านมา ฝ่ายหนึ่งเขาชุมนุมและถูกกระทำโดยการถูกยิงด้วยเอ็ม16 ,เอ็ม79 คนชุมนุมล้มตายไป พวกคุณก็ไม่เคยออกมาช่วยปกป้องอะไรเลย ทั้งๆที่รู้ว่าผู้กระทำคือใคร หากคุณเคยฟังวิทยุชมรมแท็กซี่แดง ซึ่งเสธที่ถูกยิงตายในที่ชุมนุมคนเสื้อแดง เคยให้สัมภาษณ์ในรายการวิทยุนั้นว่าตัวเองเป็นผู้ฝึกนักรบเสื้อแดงและ “ทุกๆหลังเที่ยงคืนจะคอยเงี่ยหูฟังว่า คืนนี้พวกพันธมิตรที่ชุมนุมในทำเนียบจะถูกยิงตายหรือบาดเจ็บสักเท่าไร ถ้ามีตายก็จะเฮลั่นเลย” สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร มันอำมหิตเหลือเกิน แต่สุดท้ายเสธผู้นั้นก็ไม่พ้นต้องตายไปด้วยวิธีการเดียวกับที่เขาเคยสะใจที่พวกพันธมิตรถูกกระทำ แต่พวกคุณก็เฉยไม่วิจารณ์ความเลวร้ายนี้เลย เช่นเดียวกับการชุมนุมของอีกฝ่ายที่ราชประสงค์ , สี่แยกคอกวัว ซึ่งป็นการชุมนุมที่สร้างความรุนแรงเต็มไปด้วยอาวุธในที่ชุมนุม เตรียมการเผาอย่างเต็มที่ตามการประกาศของแกนนำ และก็เผาจริงพร้อมๆกันหลายจุดทั้งในและนอกกรุงเทพฯ ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง พวกคุณก็ไม่เคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าผิดหรือถูกเหมือนอย่างที่ทำกับศาล
สรุปคือ
1.พวกคุณควรเลิกกระทำการในการลดทอนความน่าเชื่อถือของสถาบันตุลาการเสียที ควรไปหาทางลดทอนอำนาจของพวกนักธุรกิจการเมือง นักธุรกิจคอรัปชั่นและนักเบียดบังผลประโยชน์ชาติอย่างมหาศาล
2.หากพวกคุณร้อนวิชาอยากวิพากษ์วิจารณ์ศาลก็จงช่วยวิพากษ์วิจารณ์อัยการในบริบทที่เป็นจริงปราศจากอคติ แต่ก็คงทำได้ยากสำหรับพวกคุณ เพราะหลายคนอิงแอบกับอำนาจรัฐแน่นแฟ้น
3.จะเป็นประโยชน์ที่สุดหากพวกคุณจะเสนอกฎหมายที่ยับยั้งการทุจริตคอรัปชั่นให้ได้ผลที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากกว่าการมาวุ่นวายกับมาตรา112 และการตัดทอนสถาบันตุลาการ ยกเว้นพวกคุณหวังผลจากนักธุรกิจการเมืองที่ทุจริตคอรัปชั่นมโหฬารเหล่านี้
4.เลิกพูดเสียทีเถอะว่าประชาธิปไตยจากการเลือกตั้งสำหรับเมืองไทยวิเศษสุด เพราะพวกคุณต้องยอมรับความจริงว่ามันดีและพร้อมมากสำหรับประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่ถึงพร้อมด้วยสติปัญญาและความคิด และมีนักการเมืองที่เสียสละไม่ใช่เห็นแก่ตัวอย่างที่เห็นกันอยู่ พวกคุณก็เห็นภาพชัดเจนอยู่แล้วว่า ส.ส. ของเมืองนี้เป็นอย่างไร คุณภาพแค่ไหน ขนาดพวกคุณที่คิดว่าจะฝากความหวังได้ ยังไม่มีปัญญาจะทำให้มันดีขึ้นได้เลย หนำซ้ำยังกลับทำตัวส่งเสริมให้ยิ่งเละกันไปเสียอีก ที่พูดนี้ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เห็นด้วยกับประชาธิปไตยจากการเลือกตั้ง แต่จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าไม่พร้อมจริงๆ และที่ผ่านมาเผด็จการพลเรือน(ไม่ใช่เผด็จการทหาร)ที่มาจากการแต่งตั้งยังดีเสียกว่าเผด็จการรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งเกิดจากการซื้อฐานอำนาจทุกอย่างจากเงินที่โกงประเทศมาอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ซึ่งสร้างความแตกแยกและความพังพินาศ
5.สำหรับคุณซึ่งได้ไปออกรายการคมชัดลึก และพยายามนำหลักภาษาไทยมาอธิบายรัฐธรรมนูญมาตรา68 เรื่องประโยคหลักประโยคย่อยการใช้กรรมร่วม เลิกเถอะครับวิธีดิสเครดิตศาลด้วยวิธีนี้ เถียงกันไปก็ไม่รู้จักจบ เพราะถ้าจะว่ากันเฉพาะหลักภาษาไทยล้วนๆไม่เกี่ยวกับบริบททางกฎหมายแล้ว อาจมีผู้แย้งว่าประโยคที่คุณพูดถึงควรเป็นประธานร่วมมากกว่า ยกตัวอย่างประโยคเช่น “นักเรียนส่งใบสมัครให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและชำระเงินต่อพนักงานการเงิน” ซึ่งจากประโยคนี้ก็แน่นอนว่านักเรียนเป็นประธานของทั้ง 2 กริยา
6.สำหรับอัยการที่ออกมาเพื่อร่วมขบวนการดิสเครดิตศาลนั้น โดยส่วนตัวผมคิดว่าน่าละอายมาก เพราะเป็นการดิสเครดิตตัวเองมากกว่า ว่าอัยการได้บกพร่องและทำผิดต่อหน้าที่ ที่ผ่านมาไม่แยแสใส่ใจในคำร้องของผู้ร้อง ปล่อยดองมามากกว่า 3 เดือน พอเรื่องถูกเปิดโปงขึ้นมาก็รีบตาลีตาเหลือกแก้ตัวแก้เกี้ยวเพื่อปัดความผิดพ้นตัว และหนำซ้ำยังดิสเครดิตศาลโดยทำการพิจารณาเยี่ยงตัวเองเป็นศาลเสียเอง น่าสงสารคนไทยจริงๆที่อำนาจอยู่ในมือของกลุ่มคนที่เห็นแก่ตัว บริหารบ้านเมืองเป็นเหมือนของเล่นที่ใช้เงินที่โกงซื้อมา แล้วก็เล่นให้มันพังไป แค่เอานายกที่ไร้วุฒิภาวะการเป็นผู้นำ,ไร้ความสามารถ มาบริหารบ้านเมืองก็สะท้อนถึงบุคคลส่วนใหญ่ในชาติว่าเป็นอย่างไร ยอมรับว่าบ้านเมืองเราต้องพบกับความน่าอับอายจริงๆ
yinglaeyingyung@yahoo.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบใจ นักวิชาการ แบบ เสรี วงมณฑา และ แก้วสรร อติโพธิ แสดงออกเพื่อ ปลุกพลังเงียบให้ตื่นจากการหลับฝันไปวันๆ
ชอบใจ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เข้าข่ายสมรู้ร่วมคิดกับกบฏทักกี้ โทษประหารชีวิต
ฅนสายไหม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบใจ นักวิชาการ แบบ เสรี วงมณฑา และ แก้วสรร อติโพธิ แสดงออกเพื่อ ปลุกพลังเงียบให้ตื่นจากการหลับฝันไปวันๆ
ชอบใจ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เค้าจะไปประชุมสภาที่พัทยาพรุ้งนี้ แก้ปองดองกันเห็นมีหนังสือไปบอกนายอำเภอเกณคนมาต้อนรับนายก ที่รร พัทยารอยัลบีทลองตรวจสอบดูนะ
napat
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตามรัฐธรรมนูญ ม.68 นั้น
ผมเห็นว่าคำว่า "และ" ทีพูดถึงกันนั้นตีความได้ 2 นัยคือ
1.ขยายสิทธิของผู้ทราบการกระทำให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ หรือ
2.ขยายหน้าที่ของอัยการสูงสุดให้ต้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ
การกระทำของ อสส.ดังที่ทราบกันนั้นเท่ากับว่า อสส.ตีความว่า "และ" ที่ว่านั้นเป็นการตีความตามข้อ 1. คือการขยายสิทธิของผู้ทราบการกระทำให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ เพราะถ้าตีความตามข้อ 2. แล้ว เท่ากับ อสส. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ต้องมีความผิดตาม ม.157 ทันที 55555
เท่ากับว่าศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้นถูกต้องเหมือนกับที่ อสส. ตึความ อิอิอิ
ลูกจีนไหหลำรักชาติ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผบตร จี้ให้ถอดยศ นช ทักษิณด้วย
12345
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ถือเป็นฝ่ายเดียวกันที่สามารถฉีกรัฐธรรมนูญ และตัดงบฝ่ายตุลาการได้ อีกทั้งยังเป็นการครอบงำฝ่ายตุลาการให้อยู่ในอำนาจรัฐเพียงผู้เดียว โดยไม่สนใจว่าการกระทำดังกล่าวจะผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย

ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ถือเป็นฝ่ายเดียวกันที่สามารถฉีกรัฐธรรมนูญ และตัดงบฝ่ายตุลาการได้ อีกทั้งยังเป็นการครอบงำฝ่ายตุลาการให้อยู่ในอำนาจรัฐเพียงผู้เดียว โดยไม่สนใจว่าการกระทำดังกล่าวจะผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย
ประเทศนี้เงินซื้อได้ครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +19 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็น Comment ที่มีคนส่งไปยังนักวิชาการอิสระที่เอียงไปทางแดง คือ วีรพัฒน์ ปริยะวงศ์ ซึ่งนักวิชาการรายนี้มักจะเห็นแย้งกับศาลรัฐธรรมนูญ และมักจะออกมาวิจารณ์ เห็นว่าอ่านแล้วเข้าใจง่ายดีเลยนำมา Share
จำเป็นต้องขอ Share ด้วย เพราะรู้สึกอึดอัดกับการกระทำของพวกคุณเหลือเกิน ทั้งที่คิดว่าน่าจะฝากความหวังไว้ได้ เนื่องจากเป็นคนรุ่นใหม่มีการศึกษาดี ซึ่งน่าจะทำประโยชน์ให้ชาติได้มากกว่าที่คุณกำลังทำอยู่นี้ ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าในฐานะคนทำมาหากินคนหนึ่งซึ่งไม่ได้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายหรือรัฐศาสตร์อย่างพวกคุณและนักวิชาการทั้งหลาย ผมรู้สึกว่าปัญหาใหญ่สุดและเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาของชาติทั้งหมดนั้นมาจากเรื่องปัญหาทุจริตคอรัปชั่นของนักการเมืองและข้าราชการ โดยเฉพาะนับวันคุณภาพและคุณธรรมของนักการเมืองเมืองไทยยิ่งต่ำติดดินลงไปเรื่อยๆ เพราะตั้งใจเป็นนักการเมืองเพื่อทำธุรกิจการเมืองโดยการทุจริตคอรัปชั่นให้คงอำนาจต่อไปเรื่อยๆ และในช่วงปี 45-49 ซึ่งเกิดการทุจริตคอรัปชั่นอย่างมโหฬาร เมื่อถูกวิจารณ์ ถูกชี้ว่าผิด ถูกตัดสินลงโทษ ก็ไม่ยอมรับ พยายามสร้างขบวนการต่อสู้ที่รุนแรงขึ้นมา ทำให้แตกแยกทั่วแผ่นดิน ถามว่าทุจริตคอรัปชั่นที่ถูกกล่าวหาเป็นจริงหรือไม่ ในฐานะที่ผมเป็นคนธรรมดาไม่ได้อคติกับใคร ก็ยอมรับว่าเชื่อว่าเป็นจริง เพราะในขณะที่ผู้นำยุคนั้นเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินทั้งครอบครัวไว้ที่ 20,000 กว่าล้าน แต่วันที่ถูกชี้ว่าทุจริตคอรัปชั่นมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมาจากการตรวจสอบเป็น 70,000 กว่าล้าน บวกกับทรัพย์สินที่ทางการอังกฤษอายัดไว้อีก 140,000 กว่าล้าน ฯลฯถามว่าทำไมมันมีมากมายขนาดนี้ ทั้งๆที่ตอนแจ้งขณะออกจากตำแหน่งในปี 48 ก็ยังอยู่ที่ 20,000 กว่าล้านบาท ถามว่าทำไมเขาไม่แจ้งตัวเลขจริง ทำไมต้องหลบเลี่ยงมากมายมหาศาลเช่นนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาทำโดยไม่มีอะไรแอบแฝง การทำการเมืองของเขามันคือธุรกิจการเมืองซึ่งมันเอาเปรียบประเทศและคนในประเทศมาก เพราะเขาใช้เงินลงทุนที่เป็นเงินของประเทศไปทำให้ธุรกิจของตัวเองงอกเงยมหาศาล ซึ่งก็คือการเบียดบังผลประโยชน์ของชาติไปเป็นผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ถามว่าที่ผ่านมานักการเมืองอื่นๆทำกันหรือไม่ ก็แน่นอนว่าทำเพียงแต่มันไม่มโหฬารเท่านี้ ซึ่งก็คือผิดหมดนั่นแหละ แต่แปลกที่พวกคุณนักวิชาการทั้งหลายกลับไม่แยแสสิ่งเหล่านี้ว่าเป็นปัญหารากเหง้าที่ทำให้ชาติวิบัติและล่มจม กลับไปตีไปเล่นแต่เรื่องการปฏิวัติว่าไม่เป็นประชาธิปไตย และเที่ยวป่าวประกาศว่ามาจากผู้มีบารมีนอกรัฐสภาและอำนาจตุลาการเป็นสาเหตุ แล้วก็ปั่นหัวบรรดารากหญ้าด้วยเรื่องนี้ ผมขอเรียนว่าโดยส่วนตัวแล้วผมยังรู้สึกว่าการปฏิวัติและเลือกผู้นำประเทศมาบริหารโดยไม่ผ่านการเลือกตั้งสำหรับเมีองไทยในขณะนี้ยังทำให้ผมมีความหวังมากกว่า แต่สำหรับพวกนักการเมืองและบริวารที่ถูกเลือกตั้งเข้ามานั้นผมไม่สามารถจะฝากความหวังอะไรจากพวกเขาได้เลย มันต่ำติดลบ ถามว่าคนไทยต้องอดทน ก็ขอบอกว่าอดทนมานานแล้ว แต่พอมาเห็นพวกคุณซึ่งเป็นนักวิชาการทั้งหลายในขณะนี้แล้ว ขอบอกเลยว่าคงต้องอดทนไปอีกไม่มีที่สิ้นสุด เพราะขนาดพวกคุณที่เต็มไปด้วยความรู้ยังไม่สะท้อนปัญหาที่แท้จริงเลย แล้วพวกรากหญ้าจะแยกแยะอะไรได้ ขนาดถูกหลอกเห็นๆยังคิดไม่เป็นเลย ยอมรับว่าเท่าที่ดูพฤติกรรมของพวกคุณ มุ่งทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันตุลาการโดยเจาะจง แต่สำหรับนิติราษฎร์เป้หมายสูงไปกว่านั้นมาก พวกคุณจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์และตีโพยตีพายทุกครั้งที่คำสั่งศาลรัฐธรรมนูญออกมาไม่ตรงใจหรือไม่ตรงกับความคิดคุณ โดยส่วนตัวผมคิดว่ามันมีให้เห็นเป็นหลายสิบปีมาแล้วที่การตีความกฎหมายในบรรดานักกฎหมายมันอาจไม่เหมือนกันซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดามาก มิเช่นนั้นจะมี ศาลชั้นต้น อุทธรณ์ และ ฎีกา ไปทำไม คุณอาจจะบอกว่าคำตัดสินในแต่ละชั้นอาจพลิกผันได้ตามหลักฐานที่เปลี่ยนไปหรือเพิ่มขึ้น แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามิได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป การตีความข้อความในกฎหมายที่แตกต่างกันของศาลด้วยกันเอง หรือนักกฎหมายหลายๆคนก็มิใช่เรื่องแปลกเลย แล้วทำไมจะต้องมาคอยทำลายความน่าเชื่อถือกันอยู่ได้ เทียบกับอีกฟากฝั่งหนึ่งคืออัยการสูงสุด ซึ่งที่ผ่านมาก็มีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ มีการสั่งไม่ฟ้องในหลายๆคดี เช่น คดีซีทีเอ็กซ์ 9000 , คดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ . คดีติดสินบนศาล . คดีเขาพระวิหาร , คดีจักรภพหมิ่นสถาบัน ,ไม่ยื่นฎีกาคดีเลี่ยงภาษี , ฯลฯ ซึ่งขัดกับความรู้สึกของประชาชนมากมาย แต่คนเหล่านี้ก็ไม่ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์หรือตีโพยตีพายใหญ่โตเหมือนที่พวกคุณทำกับศาล และพวกคุณก็ไม่ได้ออกมาวิพากษ์วิจาร์อะไรมากมายมองเห็นเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน จึงอดคิดไม่ได้ว่าพวกคุณอยู่ในขบวนการที่ต้องการจ้องทำลายความน่าเชื่อถือของศาลหรือไม่ คุณควรเคารพในการทำหน้าที่ของสถาบันศาล อยากให้คุณในฐานะที่มีประวัติการเป็นเยาวชนดีแป็นผู้ที่ประเทศชาติฝากความหวังไว้ ควรทำประโยชน์ให้ชาติมากกว่าที่จะช่วยกันทำลาย ซึ่งก็คงต้องฝากให้คุณกับพวกไปคิดเอาเองว่าควรจะทำหรือรณรงค์อะไรอย่างไร หากคุณไม่มีวาระซ่อนเร้นจริงๆก็หวังว่าสิ่งที่ได้ระบายออกไปนี้จะช่วยเตือนต่อมสำนึกความรับผิดชอบต่อชาติให้แก่คุณและนักวิชาการทั้งหลายบ้าง ซึ่งหลายคนยังคงฝังใจอยู่กับลัทธิคอมมิวนิสต์ตั้งแต่ปี 2516-2519 แต่ถ้าพวกคุณมีวาระซ่อนเร้นมันก็คงไม่สามารถเปลี่ยนความตั้งใจของคุณและพวกได้

พวกคุณเกือบทั้งหมดมักจะบอกว่าระบบรัฐสภาคือระบบที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาทั้งหมด แต่ต้องอดทนค่อยเป็นค่อยไป ตราบใดที่ธุรกิจการเมืองมันยังครอบงำทั้งนักวิชาการอย่างพวกคุณและรากหญ้ามันก็คงไม่สามารถตอบโจทย์ได้หรอก พวกคุณหลายคนไม่เห็นด้วยกับการเมืองนอกสภาที่ทำการชุมนุมประท้วง ในขณะที่ผ่านมา ฝ่ายหนึ่งเขาชุมนุมและถูกกระทำโดยการถูกยิงด้วยเอ็ม16 ,เอ็ม79 คนชุมนุมล้มตายไป พวกคุณก็ไม่เคยออกมาช่วยปกป้องอะไรเลย ทั้งๆที่รู้ว่าผู้กระทำคือใคร หากคุณเคยฟังวิทยุชมรมแท็กซี่แดง ซึ่งเสธที่ถูกยิงตายในที่ชุมนุมคนเสื้อแดง เคยให้สัมภาษณ์ในรายการวิทยุนั้นว่าตัวเองเป็นผู้ฝึกนักรบเสื้อแดงและ “ทุกๆหลังเที่ยงคืนจะคอยเงี่ยหูฟังว่า คืนนี้พวกพันธมิตรที่ชุมนุมในทำเนียบจะถูกยิงตายหรือบาดเจ็บสักเท่าไร ถ้ามีตายก็จะเฮลั่นเลย” สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร มันอำมหิตเหลือเกิน แต่สุดท้ายเสธผู้นั้นก็ไม่พ้นต้องตายไปด้วยวิธีการเดียวกับที่เขาเคยสะใจที่พวกพันธมิตรถูกกระทำ แต่พวกคุณก็เฉยไม่วิจารณ์ความเลวร้ายนี้เลย เช่นเดียวกับการชุมนุมของอีกฝ่ายที่ราชประสงค์ , สี่แยกคอกวัว ซึ่งป็นการชุมนุมที่สร้างความรุนแรงเต็มไปด้วยอาวุธในที่ชุมนุม เตรียมการเผาอย่างเต็มที่ตามการประกาศของแกนนำ และก็เผาจริงพร้อมๆกันหลายจุดทั้งในและนอกกรุงเทพฯ ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง พวกคุณก็ไม่เคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าผิดหรือถูกเหมือนอย่างที่ทำกับศาล
สรุปคือ
1.พวกคุณควรเลิกกระทำการในการลดทอนความน่าเชื่อถือของสถาบันตุลาการเสียที ควรไปหาทางลดทอนอำนาจของพวกนักธุรกิจการเมือง นักธุรกิจคอรัปชั่นและนักเบียดบังผลประโยชน์ชาติอย่างมหาศาล
2.หากพวกคุณร้อนวิชาอยากวิพากษ์วิจารณ์ศาลก็จงช่วยวิพากษ์วิจารณ์อัยการในบริบทที่เป็นจริงปราศจากอคติ แต่ก็คงทำได้ยากสำหรับพวกคุณ เพราะหลายคนอิงแอบกับอำนาจรัฐแน่นแฟ้น
3.จะเป็นประโยชน์ที่สุดหากพวกคุณจะเสนอกฎหมายที่ยับยั้งการทุจริตคอรัปชั่นให้ได้ผลที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากกว่าการมาวุ่นวายกับมาตรา112 และการตัดทอนสถาบันตุลาการ ยกเว้นพวกคุณหวังผลจากนักธุรกิจการเมืองที่ทุจริตคอรัปชั่นมโหฬารเหล่านี้
4.เลิกพูดเสียทีเถอะว่าประชาธิปไตยจากการเลือกตั้งสำหรับเมืองไทยวิเศษสุด เพราะพวกคุณต้องยอมรับความจริงว่ามันดีและพร้อมมากสำหรับประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่ถึงพร้อมด้วยสติปัญญาและความคิด และมีนักการเมืองที่เสียสละไม่ใช่เห็นแก่ตัวอย่างที่เห็นกันอยู่ พวกคุณก็เห็นภาพชัดเจนอยู่แล้วว่า ส.ส. ของเมืองนี้เป็นอย่างไร คุณภาพแค่ไหน ขนาดพวกคุณที่คิดว่าจะฝากความหวังได้ ยังไม่มีปัญญาจะทำให้มันดีขึ้นได้เลย หนำซ้ำยังกลับทำตัวส่งเสริมให้ยิ่งเละกันไปเสียอีก ที่พูดนี้ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เห็นด้วยกับประชาธิปไตยจากการเลือกตั้ง แต่จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าไม่พร้อมจริงๆ และที่ผ่านมาเผด็จการพลเรือน(ไม่ใช่เผด็จการทหาร)ที่มาจากการแต่งตั้งยังดีเสียกว่าเผด็จการรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งเกิดจากการซื้อฐานอำนาจทุกอย่างจากเงินที่โกงประเทศมาอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ซึ่งสร้างความแตกแยกและความพังพินาศ
5.สำหรับคุณซึ่งได้ไปออกรายการคมชัดลึก และพยายามนำหลักภาษาไทยมาอธิบายรัฐธรรมนูญมาตรา68 เรื่องประโยคหลักประโยคย่อยการใช้กรรมร่วม เลิกเถอะครับวิธีดิสเครดิตศาลด้วยวิธีนี้ เถียงกันไปก็ไม่รู้จักจบ เพราะถ้าจะว่ากันเฉพาะหลักภาษาไทยล้วนๆไม่เกี่ยวกับบริบททางกฎหมายแล้ว อาจมีผู้แย้งว่าประโยคที่คุณพูดถึงควรเป็นประธานร่วมมากกว่า ยกตัวอย่างประโยคเช่น “นักเรียนส่งใบสมัครให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและชำระเงินต่อพนักงานการเงิน” ซึ่งจากประโยคนี้ก็แน่นอนว่านักเรียนเป็นประธานของทั้ง 2 กริยา
6.สำหรับอัยการที่ออกมาเพื่อร่วมขบวนการดิสเครดิตศาลนั้น โดยส่วนตัวผมคิดว่าน่าละอายมาก เพราะเป็นการดิสเครดิตตัวเองมากกว่า ว่าอัยการได้บกพร่องและทำผิดต่อหน้าที่ ที่ผ่านมาไม่แยแสใส่ใจในคำร้องของผู้ร้อง ปล่อยดองมามากกว่า 3 เดือน พอเรื่องถูกเปิดโปงขึ้นมาก็รีบตาลีตาเหลือกแก้ตัวแก้เกี้ยวเพื่อปัดความผิดพ้นตัว และหนำซ้ำยังดิสเครดิตศาลโดยทำการพิจารณาเยี่ยงตัวเองเป็นศาลเสียเอง น่าสงสารคนไทยจริงๆที่อำนาจอยู่ในมือของกลุ่มคนที่เห็นแก่ตัว บริหารบ้านเมืองเป็นเหมือนของเล่นที่ใช้เงินที่โกงซื้อมา แล้วก็เล่นให้มันพังไป แค่เอานายกที่ไร้วุฒิภาวะการเป็นผู้นำ,ไร้ความสามารถ มาบริหารบ้านเมืองก็สะท้อนถึงบุคคลส่วนใหญ่ในชาติว่าเป็นอย่างไร ยอมรับว่าบ้านเมืองเราต้องพบกับความน่าอับอายจริงๆ
yinglaeyingyung@yahoo.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
***พธม.สู้ๆๆ ทำความถูกต้องให้ปรากฏในสังคม ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก้ชนรุ่นหลัง***
ความจริงวันนี้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อวสานเซลส์แมน อสส
พธม. แหลมคมยิ่งนัก ขอชื่นชมจากใจจริง
จ๋มจาย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คิวต่อไปคือบ้านเลขที่416
คนนิรเนม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +22 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดีครับ...เห็นด้วย อสส.คิดจะเล่นงาน ศาล รธน. ก็จับ อสส. ส่งให้ ศาล รธน. ตัดคอ อสส.
ตนไทย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2013