#MGRTOP7 : ระบอบวงษ์สุวรรณ - ยังไร้คืบกู้ซาก 2 นศ.ตกเหว - แม่ใจยักษ์แขวนคอลูกประชดผัว

โดย MGR Online   
13 สิงหาคม 2560 02:05 น. (แก้ไขล่าสุด 13 สิงหาคม 2560 02:09 น.)
#MGRTOP7 : ระบอบวงษ์สุวรรณ - ยังไร้คืบกู้ซาก 2 นศ.ตกเหว - แม่ใจยักษ์แขวนคอลูกประชดผัว
        MGR Online ขอนำเสนอ “Top 7 ข่าวฮอตในรอบ 7 วัน” สรุปข่าวเด่น ประเด็นฮอต ที่พลาดไม่ได้ เป็นประจำทาง www.manager.co.th และเฟซบุ๊ก MGROnline Live แฮชแท็ก #MGROnline #MGRTOP7
       
       (สรุปข่าวประจำวันที่ 5 - 11 ส.ค. 2560)

#MGRTOP7 : ระบอบวงษ์สุวรรณ - ยังไร้คืบกู้ซาก 2 นศ.ตกเหว - แม่ใจยักษ์แขวนคอลูกประชดผัว
        อันดับ 1 : "วงษ์สุวรรณ" แตะไม่ได้ เรียกตำรวจมาจับนักข่าว เหตุสาวปมร่ำรวยผิดปกติ
       
       หลังจากที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งนักการเมืองพิพากษายกฟ้องคดีสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งหนึ่งในจำเลยคือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พบว่า พล.ต.อ.พัชรวาท ยังมีคดีร่ำรวยผิดปกติ โดยร่วมกับ พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิชย์ (ยศขณะนั้น) เป็นเจ้าของคอกม้า “รุ่งโรจน์ รุ่งพัชร” ตั้งอยู่ที่หุบเขาแก่งคอย มูลค่าร้อยล้านบาท ทำนิติกรรมอำพรางด้วยการจดทะเบียนจัดตั้ง หจก.สมถวิลรีสอร์ท ซึ่งมีนางสมถวิล วงษ์สุวรรณ ภรรยา และนางสาวนวพร วงษ์สุวรรณ ลูกสาว เพื่อเป็นเจ้าของสมถวิลรีสอร์ท มูลค่ากว่าร้อยล้านบาท ตั้งอยู่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ แต่แล้วเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่สามารถเข้าไปดูลิงก์เกี่ยวกับคดีของ พล.ต.อ.พัชรวาท ได้ ขณะที่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องเก่านานมาแล้ว
       
       ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 9 ส.ค. นายณัฐพร วีระนันท์ อายุ 28 ปี ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา ลงพื้นที่ดูหอพัก "เก๋ ไก๋ อพาร์ตเมนต์" ที่ตั้ง หจก.สมถวิล เรียลเอสเตรท ตามรายการบัญชีทรัพย์สิน ย่านซอยพหลโยธิน 32 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ซึ่งเปิดเป็นอพาร์ตเมนต์ให้เช่าพักอาศัย กลับถูก ตำรวจ สน.พหลโยธิน จับกุม โดยมี พ.ต.ท.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผกก.ตม.จันทบุรี นายตำรวจคนสนิทของนางสมถวิลแจ้งให้จับกุมในข้อหาบุกรุก ก่อนที่นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันอิศราฯ นำเงินสด 15,000 บาท ยื่นประกันตัวออกไป ซึ่งสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ให้หยุดคุกคามการปฏิบัติหน้าที่ของผู้สื่อข่าว โดยเห็นว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจมีลักษณะเป็นการใช้กฎหมายเพื่อข่มขู่คุกคามการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน รวมทั้งตำรวจไม่มีอำนาจในการยึดโทรศัพท์ของผู้สื่อข่าวเพื่อดูข้อมูลภายในที่เป็นการละเมิดสิทธิ และเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่กลั่นแกล้ง ยัดข้อหาให้กับผู้สื่อข่าวด้วย
       
       ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ยอมรับว่า ปฏิเสธไม่ได้ที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์กันว่า งคดีสลายการชุมนุม จะเกรงใจจำเลยบางคนในคดีนี้เป็นพิเศษ เพราะมี พล.ต.อ.พัชรวาท รวมอยู่ด้วย เป็นธรรมดา มันเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่การงาน มันอาจจะเป็นจุดอ่อนของชีวิต มันเลือกไม่ได้ แต่การกระทำของเราจะเป็นอย่างไรนั้นต่างหาก ขณะที่ พล.อ.ประวิตร เปิดบ้านบ้านพักรับรองมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. และผู้นำเหล่าทัพเข้าอวยพร โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อวยพร พล.อ.ประวิตร มาตั้งแต่ปี 2519 ยืนยันว่าแข็งแรงดี ส่วนที่ได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร ในการทำงานเพื่อประเทศชาติในอนาคตหรือไม่นั้น กล่าวว่า "ท่านอยู่กับผมทั้งชาติแหละ"

#MGRTOP7 : ระบอบวงษ์สุวรรณ - ยังไร้คืบกู้ซาก 2 นศ.ตกเหว - แม่ใจยักษ์แขวนคอลูกประชดผัว
        อันดับ 2 : ยังไร้คืบ! กู้ซาก 2 นักศึกษาไทยตกเหวสหรัฐ แจงกระแสน้ำเชี่ยว-ความเสี่ยงสูง
       
       จากกรณีที่ น.ส.ทิวาดี แสงสุริยฤทธิ์ หรือ มิน อายุ 24 ปี และ นายภคพล ชัยรัตนทรงพร หรือ กอล์ฟ อายุ 28 ปี สองนักศึกษาไทยจากมหาวิทยาลัยเซาท์ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ประสบอุบัติเหตุ ตกเหวลึก 640 ฟุต หรือตึกประมาณ 30 ชั้น จากถนนฟรีเวย์หมายเลข CA 180 ลงไปในแม่น้ำคิงส์ ระหว่างทางไปอุทยานแห่งชาติคิงส์ แคนยอน รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา ผ่านไปแล้วกว่าครึ่งเดือน ยังไม่สามารถนำซากรถที่เชื่อว่าจะมีร่างของทั้งสองอยู่ภายในรถออกมาได้ กระทั่งสังคมไทยเกิดความกังขาถึงการปฏิบัติงานกู้ภัยของสหรัฐฯ ที่เลื่อนการกู้รถออกไปอีกโดยให้เหตุผลว่าระดับน้ำในลำธารยังคงสูงขึ้นและกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก ซึ่งคนไทยและสมาคมไทยต่างๆ ในรัฐแคลิฟอร์เนียเตรียมเคลื่อนไหวในวันที่ 14 ส.ค. ขณะที่ญาติ 2 นักศึกษาไทย เดินทางไปยังสถานทูตสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ยื่นคำร้องขอวีซ่านำหน่วยกู้ชีพชาวไทยเดินทางไปกู้ศพนักศึกษา ทั้ง 2 คน โดยมองว่าทีมกู้ภัยไทยมีศักยภาพมากกว่า และตั้งข้อสังเกตว่าที่ทางการสหรัฐฯ ปฏิบัติการล่าช้าเป็นการเหยียดผิวหรือไม่
       
       

       
       ขณะเดียวกัน นายธานี แสงรัตน์ กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส เปิดเผยว่า ได้ติดต่อกับ นายนาธาน แมกซิก กรรมการบริหารเขตเฟรสโน แจ้งว่า ทหารได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ชินุก บินสำรวจพื้นที่ ลำน้ำ และสำรวจความเป็นไปได้ในการเก็บกู้รถยนต์ของนักศึกษาที่ติดอยู่บนแผ่นหินกลางแม่น้ำ ต่อมาวันที่ 11 ส.ค. กงสุลใหญ่ฯ กงสุล และครอบครัวของนักศึกษาทั้งสองคนได้เดินทางไปสำนักงานมณฑลเขตเฟรสโน โดยฝ่ายเขตเฟรสโนและหน่วยกู้ภัย แสดงความเสียใจต่อการสูญเสีย ย้ำว่าให้ความสำคัญกับการเก็บกู้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยว และมีความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและรถคันดังกล่าวจะถูกกระแสน้ำพัดลงสู่น้ำตกด้านล่าง นอกจากนี้ หน่วยงาน Sheriff's Search and Rescue (SAR) จะไม่อนุญาตให้หน่วยงานเอกชนใดหรือบุคคลทั่วไปเข้าพื้นที่เกิดเหตุเพื่อเก็บกู้ เนื่องจากอาจเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต และเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ส่วนครอบครัวนักศึกษายืนยันว่า ต้องการให้มีการเก็บกู้ร่างนักศึกษาโดยเร็วที่สุด เนื่องจากได้รอคอยมาเป็นเวลานานหลายวัน และมีการเลื่อนการเก็บกู้มาหลายครั้งแล้ว

#MGRTOP7 : ระบอบวงษ์สุวรรณ - ยังไร้คืบกู้ซาก 2 นศ.ตกเหว - แม่ใจยักษ์แขวนคอลูกประชดผัว
        อันดับ 3 : วุ่นทั้งกรุงฯ! จัดระเบียบรถเมล์ ด่ายับตัวหนังสืออังกฤษ-เปลี่ยนเลขสาย
       
       15 ส.ค. 2560 กรมการขนส่งทางบก และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะทดลองเดินรถ 8 เส้นทาง เป็นระยะเวลา 1 เดือน ตามแผนปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 269 เส้นทาง โดยได้กำหนดหมายเลขเส้นทางเป็นลักษณะเขตพื้นที่แบ่งเป็น 4 โซน และกำหนดทั้งสัญลักษณ์เชิงสี หมายเลขเส้นทางที่ไม่เกิน 2 หลัก และตัวอักษร ที่จะทำให้เข้าใจง่ายมากขึ้น โดยแบ่งออกเป็น โซนสีเขียว เขตการเดินรถที่ 1 และ 2 (อู่บางเขน และอู่สวนสยาม) ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G, โซนสีแดง เขตการเดินรถที่ 3 และ 4 (อู่เมกาบางนา และอู่คลองเตย) ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร R, โซนสีเหลือง เขตการเดินรถที่ 5 และ 6 (อู่แสมดำ และอู่วัดไร่ขิง) ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร Y และโซนสีน้ำเงิน เขตการเดินรถที่ 7 และ 8 (อู่ท่าอิฐ และ อู่หมอชิต 2) ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร B และเพิ่มตัวอักษร E ท้ายหมายเลข สำหรับรถขึ้นทางด่วน เช่น สายที่ G59E มีนบุรี – ท่าเรือสี่พระยา (ทางด่วน)
       
       

       
       

       
       หลังจากที่การทดลองเปลี่ยนสายรถประจำทางแพร่สะพัดในโซเชียลมีเดีย ทำให้หลายคนเกิดความกังวลว่าจะสับสนหรือไม่ เพราะนอกจากจะเปลี่ยนตัวเลขสายใหม่หมดแล้ว ยังประกอบไปด้วยตัวหนังสือภาษาอังกฤษ แม้จะอ้างว่าเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ก็สร้างความลำบากในการจดจำแก่ผู้สูงอายุ หรือคนต่างจังหวัดที่อ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ไม่นับรวมปัญหารถเมล์แบบไทยๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทั้งปฏิเสธผู้โดยสาร พนักงานขับรถไม่มีมารยาท ขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด ความสะอาดของรถ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ถ้าผลตอบรับดี จะเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. ใช้มาตรา 44 ยกเลิกสัญญารถร่วม 111 สัญญา เพื่อให้เปิดประมูลใหม่ 269 เส้นทาง แต่ถ้าไม่ได้ผล อาจต้องปรับเปลี่ยนให้เกิดความเหมาะสม

#MGRTOP7 : ระบอบวงษ์สุวรรณ - ยังไร้คืบกู้ซาก 2 นศ.ตกเหว - แม่ใจยักษ์แขวนคอลูกประชดผัว
        อันดับ 4 : สะเทือนขาช้อป! "ร้านทุกอย่าง 20 บาท" ไร้คุณภาพ - สมอ. ปัดห้ามขาย
       
       สั่นสะเทือนวงการค้าปลีกระดับรากหญ้า ในขณะที่ร้านจำหน่ายสินค้าราคาถูก โดยเฉพาะ "ร้านทุกอย่าง 20 บาท" ที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคระดับกลางและระดับล่าง เนื่องจากราคาประหยัด และใช้งานได้จริง เมื่อวันที่ 7 ส.ค. นายพิสิฐ รังสฤษฏ์วุฒิกุล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ได้เรียกผู้ประกอบการร้านจำหน่ายสินค้าทุกอย่าง 20 บาท ที่เช่าพื้นที่ขายตามห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด หรือเขตชุมชน มาหารือ หลังได้รับร้องเรียนจากผู้บริโภคจำนวนมากว่า เมื่อซื้อไปแล้ว นำไปใช้ได้ไม่นานก็พังเสียหาย ต่อไปหากพบว่าร้านค้ายังไม่ปฏิบัติตาม จะมีโทษปรับ 5,000-50,000 บาท หรือจำคุก 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกขยายผลในโซเชียลมีเดีย ทำให้ผู้ค้าและผู้บริโภคหลายรายออกมาโจมตีทำนองว่าตัดอาชีพ และตัดทางเลือกของผู้บริโภค
       
       

       
       นายพิสิฐ ต้องแถลงข่าวอีกครั้งเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ว่า สมอ.ยังไม่ได้เข้าไปจับกุมร้านค้าจำหน่ายสินค้าทุกอย่าง 20 บาทแต่อย่างใด ยังสามารถจำหน่ายสินค้าได้ทุกอย่าง ยกเว้นรายการสินค้าที่เป็นมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ภาคบังคับ 105 รายการ ซึ่งร้านขายทุกอย่าง 20 บาทจะเข้าข่ายอยู่เพียง 8 ผลิตภัณฑ์เท่านั้น ได้แก่ ผงซักฟอก ไม้ขีดไฟ ของเล่น ไฟแช็กก๊าซ หัวนมยางดูดเล่น ฟิล์มยืดหุ้มห่ออาหาร แอลกอฮอล์แข็งสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิง และสีเทียน อย่างไรก็ตาม ได้แจ้งเตือนและทำความเข้าใจให้ทราบถึงข้อกฎหมายที่มีอยู่ ผ่านตัวแทนผู้ประกอบการค้าส่ง และห้างสรรพสินค้าที่ให้เช่าพื้นที่ เช่น บิ๊กซี เทสโก้ โลตัส แมกซ์แวลู และร้านเอโกะ ขอความร่วมมือให้ช่วยควบคุมการดูแลการจำหน่ายสินค้า เนื่องจากมีสินค้าบางรายการที่เป็นสินค้าบังคับ โดยสามารถดูรายชื่อผลิตภัณฑ์ได้ที่ www.tisi.go.th

#MGRTOP7 : ระบอบวงษ์สุวรรณ - ยังไร้คืบกู้ซาก 2 นศ.ตกเหว - แม่ใจยักษ์แขวนคอลูกประชดผัว
        อันดับ 5 : เจ้าสัวกินไก่! "เสี่ยเจริญ" ทุ่มซื้อ "เคเอฟซี" 240 สาขา หวังลุยธุรกิจร้านอาหาร
       
       นับเป็นข่าวสั่นสะเทือนไปถึงธุรกิจอาหาร รวมทั้งผู้บริโภคที่เคยได้ลิ้มลองไก่ทอดสัญลักษณ์ผู้พันที่มีชื่อว่า "เคเอฟซี" มานานกว่า 33 ปี เมื่อวันที่ 8 ส.ค. บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ว่า บริษัท คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้ซื้อกิจการร้านเคเอฟซีในประเทศไทย จากบริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด 240 แห่ง จากทั้งหมด 601 สาขาในปัจจุบัน ด้วยมูลค่าประมาณ 11,300 ล้านบาท รวมถึงสาขาที่มีแผนจะเปิดให้บริการในอนาคตด้วย หลังก่อนหน้านี้ ยัมฯ ได้ประกาศหาผู้ที่สนใจเข้ามาซื้อกิจการสาขาของร้านเคเอฟซีในไทยทั้งหมด โดยได้แต่งตั้งให้บริษัท ไพร้ซ์ วอเตอร์ เฮาส์ เป็นที่ปรึกษาการซื้อขาย โดยคาดว่า การซื้อกิจการเคเอฟซีของไทยเบฟฯ จะเสร็จสมบูรณ์ในเดือนธันวาคม 2560
       
       

       
       ดีลที่เกิดขึ้น ทำให้ยัมฯ ปรับบทบาทเป็นผู้บริหารแบรนด์ และแฟรนไชส์แบรนด์เคเอฟซีเต็มตัว และให้ผู้ได้รับสิทธิ์ดำเนินกิจการร้านและการขยายสาขา ได้แก่ เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป, เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ และ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย ตั้งเป้าหมายให้มีร้านเคเอฟซีในไทยครบ 800 สาขาภายในปี 2563 อย่างไรก็ตาม ไทยเบฟเวอเรจ มีธุรกิจร้านอาหารอยู่ในมือภายใต้แบรนด์ “โออิชิ” ที่ซื้อกิจการจากนายตัน ภาสกรนที ผู้ก่อตั้งเมื่อปี 2549 อาทิ ร้านโออิชิ แกรนด์, ร้านโออิชิ บุฟเฟ่ต์, ร้านชาบูชิ และ ร้านโออิชิ ราเมน รวมทั้งยังมีธุรกิจอาหารพร้อมรับประทาน และธุรกิจเครื่องดื่ม โดยเฉพาะชาเขียว ซึ่ง นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายธุรกิจอาหาร บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ กล่าวว่า การเข้าซื้อกิจการร้านเคเอฟซี ถือเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจอาหารของเครือไทยเบฟ โดยเครือข่ายที่กว้างขวางของร้านเคเอฟซีในประเทศไทย จะช่วยให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลายจุดทั่วประเทศ เข้าใจแนวโน้มและความต้องการของผู้บริโภค นับเป็นปัจจัยสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

#MGRTOP7 : ระบอบวงษ์สุวรรณ - ยังไร้คืบกู้ซาก 2 นศ.ตกเหว - แม่ใจยักษ์แขวนคอลูกประชดผัว
        อันดับ 6 : แม่ใจยักษ์! แขวนคอลูกประชดผัว อ้างเครียดขายของไม่ได้-กลัวไปมีหญิงอื่น
       
       ขอย้ำว่าเหตุการณ์แบบนี้ คนมีลูกมีผัวอย่าคิดเอาเป็นเยี่ยงอย่าง เมื่อวันที่ 11 ส.ค. เกิดคลิปสะเทือนใจคนทั้งประเทศ ถูกโพสต์และแชร์ทางเฟซบุ๊ก เป็นภาพเหตุการณ์แม่ซึ่งอยู่ในอาการสติแตก ใช้เชือกผูกคอลูกตัวเล็กๆ แล้วใช้มือดึงต่อหน้ากล้องโทรศัพท์มือถือ ที่ตั้งถ่ายอัตโนมัติไว้ ทำให้เด็กน้อยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ร้องจ๊ากด้วยความตกใจกลัว ส่วนคนเป็นแม่ได้ตะโกนขู่ชายคนหนึ่งเข้าใจว่าเป็นสามีว่าจะฆ่าลูกให้ตาย หลังคลิปเผยแพร่ออกไป มีการแจ้งพิกัดว่าอยู่แถวอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งในซอยฉลองกรุง 39 แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กทม. ตำรวจ สน.ฉลองกรุงจึงรีบตามหา พบตัว น.ส.นฤมล แจ่มประเสริฐ หรือน้ำ อายุ 32 ปี พร้อมลูกชายวัย 1 ขวบ 10 เดือน อยู่ภายในห้อง จึงเรียกตัวมาสอบสวน
       
       

       
       หลังการพูดคุยนานกว่า 2 ชั่วโมง พ.ต.ต.สามารถ กลิ่นเกล้า สารวัตร (สอบสวน) สน.ฉลองกรุง เปิดเผยว่า น.ส.นฤมลให้การว่า ได้อัดคลิปวิดีโอเมื่อเวลา 09.00 น. เพื่อจะส่งต่อไปให้สามี เนื่องจากเครียดเพราะเสื้อผ้าออนไลน์ขายไม่ดี ประกอบกับน้อยใจที่สามีไม่สนใจ ทำแต่งานไม่สนใจครอบครัว ซึ่งนัดกับสามีจะให้พาไปซื้อของ แต่สามีบอกควงเวรให้เพื่อนลาไม่ได้ ประกอบกับตนกลัวว่าจะไปมีหญิงอื่น ที่ทำไปก็เพื่อประชดสามี จากนั้นได้ส่งคลิปไปให้สามี และนอนหลับไป จนพี่สาวได้โทรศัพท์มาหา ว่าที่ทำไปนั้นกลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว เพราะแม่ของสามีได้นำคลิปวิดีโอดังกล่าวไปโพสต์ลงโซเชียล ตนยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายลูก และเหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนแก่ชีวิต ที่ทำลงไปเมื่อเห็นลูกเจ็บ ตัวเองก็เจ็บเช่นกัน พร้อมวอนสังคมหยุดต่อว่า ด่าทอ และข่มขู่เธอเพราะเธอสำนึกในสิ่งที่ทำแล้ว ในเบื้องต้นยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาใดๆ

#MGRTOP7 : ระบอบวงษ์สุวรรณ - ยังไร้คืบกู้ซาก 2 นศ.ตกเหว - แม่ใจยักษ์แขวนคอลูกประชดผัว
        อันดับ 7 : เฮงซวย! ต่างชาติเข้า ตม. คิวยาวแทบเป็นลม พบมีแต่ "ตำรวจแขวนป้าย" แล้วรับใช้นาย
       
       ต่อเนื่องจากกรณีที่นักร้องสาวจากเวทีเดอะวอยซ์ "อิมเมจ สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ" โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ ถึงปัญหาระบบขนส่งสาธารณะด้วยคำว่า "ประเทศเฮงซวย" กระทั่งนายปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul เมื่อคืนวันที่ 4 ส.ค. ระบุว่า ภรรยากลังจากต่างประเทศ พบว่าด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานดอนเมืองหนาแน่น แถวไม่ขยับ คนเริ่มขาดอากาศ หิวน้ำ เป็นลม ใช้เวลา 4 ชั่วโมง 20 นาที กว่าจะเข้าประเทศไทยได้ ทำเอาผู้คนบนโลกโซเชียลต่างแสดงความไม่พอใจเป็นจำนวนมาก ต่อมาวันที่ 6 ส.ค. นาวาอากาศโท สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง อ้างว่า ในวันเกิดเหตุมีเที่ยวบินขาเข้าระหว่างประเทศและเที่ยวบินปกติ รวมทั้งสิ้น 21 เที่ยวบิน ประกอบกับเที่ยวบินล่าช้าอีก 3 เที่ยวบิน ด้วยพื้นที่ที่จำกัด และจำนวนของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานดอนเมือง สามารถรองรับการบริการได้ประมาณ 1,000 คนต่อชั่วโมงเท่านั้น จึงทำให้เกิดความล่าช้าในการบริการ
       
       

       
       

       
       ผ่านไป 3 วัน วันที่ 9 ส.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เรียกประชุมมอบนโยบายสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทั่งช่วงบ่าย พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือเพื่อแก้ไขปัญหาผู้โดยสารหนาแน่น โดยพบว่ามีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นถึงระดับ 40,000 คนต่อวัน ถือว่าเกินขีดความสามารถ อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. สั่งการให้ สตม. เปิดช่องให้บริการให้เต็ม และหากเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ สั่งการผู้บัญชาการทหารอากาศ นำกำลังทหารอากาศมาช่วย อย่างไรก็ตาม มีรายงานจาก เว็บไซต์เดลินิวส์ระบุว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้แจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบว่า จะจัดการปัญหาให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์ หลังตรวจสอบพบว่า บุคลากรที่ขาดแคลนนั้น ส่วนใหญ่มีชื่อในสังกัด สตม. จริง แต่ตัวต้องไปทำงานรับใช้ผู้ใหญ่ โดย ผบ.ตร. จะเรียกตัวตำรวจ ตม. เหล่านี้กลับมาทำงานให้บริการประชาชนให้หมด

จำนวนคนโหวต 8 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 2 คน
25 %
ไม่เห็นด้วย 6 คน
75 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017