ญี่ปุ่นแอบขน ๗๐๐ คนในกรุงเทพฯไปลอยลำกลางอ่าวไทย! ให้ทหารยกพลขึ้นสถานตากอากาศยังกับนักท่องเที่ยว!!

โดย โรม บุนนาค   
4 สิงหาคม 2560 09:54 น.
ญี่ปุ่นแอบขน ๗๐๐ คนในกรุงเทพฯไปลอยลำกลางอ่าวไทย! ให้ทหารยกพลขึ้นสถานตากอากาศยังกับนักท่องเที่ยว!!
อนุสรณ์ประวัติศาสตร์ที่หน้าสะพาสุขตาในปัจจุบัน
        ในคืนวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๔๘๔ คนญี่ปุ่นในเมืองไทยรู้กันหมดแล้วว่า คืนนั้นทหารสมเด็จพระจักรพรรดิจะยกพลขึ้นบกที่เมืองไทย ทางสถานทูตญี่ปุ่นได้จัดงานเลี้ยงขึ้นที่สถานทูต เชิญคณะรัฐมนตรีไทยไปร่วมงาน เพื่อกันไม่ให้สั่งราชการได้ขณะที่กองทัพญี่ปุ่นจะเคลื่อนพลขึ้นบก และพยายามถ่วงเวลาไว้ให้นานที่สุด แต่จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีไม่ได้ไปร่วมงาน เพราะไปตรวจราชการอยู่ทางจังหวัดพิบูลสงคราม
       
       อีกงานหนึ่ง สมาคมชาวญี่ปุ่นในประเทศไทยได้จัดฉายภาพยนตร์ที่สมาคม ซอยทรัพย์ ถนนสุรวงศ์ ให้สตรี เด็ก และคนชราชาวญี่ปุ่นราว ๗๐๐ คนนำทรัพย์สินติดตัวไปด้วย จากนั้นก็นำขึ้นรถบรรทุกกว่า ๑๐ คันไปลงเรือมิตซุยโอซากา มารู ที่ท่าเรือของบริษัทมิตซุย ยานนาวา ออกไปลอยลำอยู่ในอ่าวไทยเพื่อความปลอดภัย
       
       ขณะเดียวกันก็ส่งชาวญี่ปุ่นอีกจำนวนหนึ่งไปพักที่บ้านพักตากอากาศบางปูในฐานะนักท่องเที่ยว เพื่อตัดสายโทรศัพท์ระหว่างบางปู-กรุงเทพฯ และจัดรถกว่า ๑๐ คันไปรอรับทหารญี่ปุ่นที่จะขึ้นบกในคืนนั้น
       
       ทหารญี่ปุ่นที่ขึ้นบกบางปูมีกำลัง ๑ กองพัน มาโดยเรือสินค้าญี่ปุ่นชื่อ ซิดนีย์ มารู ลอยลำอยู่ห่างประภาคารที่ปากน้ำประมาณ ๘ กม. ในเวลา ๐๓.๓๐ น. นาวาโทวุฒิ สุทธิบุตร พนักงานนำร่องได้เข้าไปเตือนให้เคลื่อนเรือไปที่จุดเรือพักนำร่อง กัปตันก็ร้องบอกว่า “ขอบคุณ”
       
       แม้ขณะนั้นหมอกจะลงจัด พนักงานไทยก็สังเกตเห็นมีการลำเลียงทหารญี่ปุ่นจากเรือสินค้าลงสู่เรือเล็กเตรียมขึ้นฝั่ง จึงรีบกลับไปที่เรือพักนำร่อง
       
       พอ ๐๔.๓๐ น. พนักงานของสถานตากอากาศบางปูซึ่งนอนอยู่ที่ปลายสะพานสุขตา ได้วิ่งกระหืดกระหอบไปปลุก นายวริน อมาตยกุล ผู้จัดการ ซึ่งกำลังหลับอยู่ในบังกาโลที่พัก บอกว่าทหารญี่ปุ่นได้ยกพลมาขึ้นที่ปลายสะพาน จับพนักงานที่มีห้องพักปลายสะพานไว้หมดแล้ว และที่ถนนริมทะเลก็มีทหารญี่ปุ่นเต็มไปหมด นายวรินจึงยกหูโทรศัพท์เพื่อจะแจ้งให้ตำรวจทราบ แต่ก็ติดต่อไม่ได้เพราะโทรศัพท์ถูกตัด จึงวานให้นายจำลองคนขับรถเมล์สายบางปู-เจริญกรุงไปแจ้งสถานีตำรวจสมุทรปราการ ขอกำลังมาโดยด่วน
       
       ร.ต.ต.เขียน กุญชรานุสสรณ์ ร้อยเวร ได้รับแจ้งเมื่อ ๐๕.๐๐ น.จึงรายงานต่อผู้กำกับการ และได้รับคำสั่งพร้อมกับ ร.ต.ต.สุวิทย์ เอกศิลป์ ให้นำกำลังตำรวจ ๒๐ นายรีบไปที่บางปูโดยรถเมล์คันที่มาแจ้ง
       
       เมื่อไปถึงโค้งหัวลำพูเมื่อเวลาราว ๐๖.๐๐ น. ก็พบรถบรรทุกทหารญี่ปุ่น ๒ คัน ตั้งปืนกลจังก้าบนหลังคา และที่คันหน้าติดแถบผ้าสีขาวมีรูปมือ ๒ มือประสานกัน ที่ข้อมือข้างหนึ่งเป็นรูปธงไทย อีกมือหนึ่งเป็นธงญี่ปุ่น มีข้อความภาษาไทยติดอยู่ว่า “สัมพันธมิตรอย่างดียิ่ง ระหว่างไทย-ญี่ปุ่น” ร.ต.ต.สุวิทย์ จึงสั่งให้นายจำลองจอดรถเมล์ขวางถนนไว้
       
       นายทหารญี่ปุ่นคนหนึ่งเดินมาแนะนำตัวว่าเป็นรองผู้ช่วยทูตทหารบกประจำกรุงเทพฯ อ้างว่ารัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ่นตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่า ให้ทหารญี่ปุ่นเดินทางผ่านกรุงเทพฯได้เพื่อไปตีสิงคโปร์ แต่ ร.ต.ต.สุวิทย์ไม่ยอมให้ผ่านจนกว่าจะได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาฝ่ายไทย และตรึงทหารญี่ปุ่นไว้ไม่ให้เคลื่อนต่อไป
       
       ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดสมุทรปราการ ตั้งแต่ข้าหลวงประจำจังหวัด และรองผู้กำกับการตำรวจ ได้เดินทางไปที่โค้งหัวลำพูเพื่อดูสถานการณ์ ซึ่งทุกคนก็ลงความเห็นว่าให้ยันทหารญี่ปุ่นไว้ที่จุดนั้น จนกว่าจะได้รับคำสั่งจากฝ่ายไทย ระหว่างนั้นเครื่องบินญี่ปุ่นก็บินโฉบไปโฉบมาเป็นการข่มขวัญ ทำให้บรรยากาศที่โค้งหัวลำพูตึงเครียดหนักด้วยกันทั้ง ๒ ฝ่าย
       
       ทางกรุงเทพฯได้รับรายงานตั้งแต่มีรถบรรทุก ๑๔-๑๕ คันมุ่งไปบางปู เพื่อรับทหารญี่ปุ่นซึ่งจะขึ้นบกที่นั่น ก็รู้สึกแปลกใจ เพราะบางปูมีแต่หาดโคลน ทหารญี่ปุ่นจะลุยโคลนขึ้นมาได้อย่างไร แต่ก็สั่งปิดถนนกรุงเทพฯ – สมุทรปราการตามจุดที่มีสถานีตำรวจ เช่นที่พระโขนง
       
       ปรากฏว่า ญี่ปุ่นไม่ได้ยกพลลุยโคลนขึ้นบกอย่างที่คิด แต่เอาเรือมาเทียบสะพานสุขตาที่ยื่นออกไปยังสถานลีลาศและภัตตาคารในทะเล แล้วเดินลอยนวลกันขึ้นมายังกับนักท่องเที่ยว
       
       จนเวลา ๐๘.๐๐ น. คณะของพันเอกฟ้อน ฤทธาคนี ผู้แทนรัฐบาลไทย ซึ่งได้รับคำสั่งให้ไปเจรจากับทหารญี่ปุ่นที่บางปูได้มาถึงพร้อมกับ พ.ท.ฮิโรมิชิ ยาฮารา รองผู้ช่วยทูตทหารบกญี่ปุ่น ซึ่งเคยอ้างว่าเป็นหัวหน้าคณะธุรกิจที่มากับเรืออาซาฮียามา มารู เมื่อเดือนกันยายน ๒๔๘๓ นั่นเอง และได้แจ้งให้ ร.ต.ต.สุวิทย์ ยอมผ่อนปรนให้ทหารญี่ปุ่นผ่านไปได้ แต่ให้ไปหยุดอยู่แค่สามแยกหอนาฬิกา เพื่อรอฟังคำสั่งจากรัฐบาลต่อไป
       
       ต่อมาในเวลา ๑๓.๐๐ น. วิทยุกระจายเสียงกรมโฆษณาการได้ประกาศว่า รัฐบาลไทยตกลงให้ทหารญี่ปุ่นเคลื่อนกำลังผ่านประเทศไทยได้ ให้ทุกหน่วยระงับการต่อต้าน แต่นายสุวรรณ รื่นยศ นายอำเภอเมืองสมุทรปราการ รวมทั้งข้าราชการและอาสาสมัครฝ่ายพลเรือนก็ยังคงไม่ยอมให้ทหารญี่ปุ่นผ่าน จนกว่าจะได้รับคำสั่งโดยตรง
       
       เหตุการณ์ตึงเครียดอยู่จนถึง ๑๙.๐๐ น. ปลัดจังหวัดสมุทรปราการจึงยืนยันว่าได้รับคำสั่งจากรัฐบาลให้ญี่ปุ่นผ่านแล้ว ทุกหน่วยที่สกัดกั้นทหารญี่ปุ่นไว้ที่จุดนี้จึงสลายตัว แต่กระนั้นเมื่อเคลื่อนจากสามแยกผ่านหน้า ร.ร.ชุมพลทหารเรือ ทหารญี่ปุ่นก็เตรียมพร้อมระวังตัวเป็นพิเศษ ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี กลัวว่าจะถูกทหารเรือถล่ม
       
       แผนการยกพลขึ้นบกของทหารญี่ปุ่นที่บางปูนี้ ซึ่งเป็นหน่วยที่จะเข้ากรุงเทพฯ ได้ถูกวางไว้อย่างรอบคอบรัดกุม คำนึงถึงความปลอดภัยของคนญี่ปุ่นที่อยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบจากการต่อต้าน และคนญี่ปุ่นก็เป็นชาติมีวินัย แม้จะรู้ข่าวว่ากองทัพลูกพระอาทิตย์จะยกพลขึ้นบกในคืนนั้น ก็ไม่ได้แพร่งพรายข่าวนี้ให้คนไทยรู้เลย ไม่ว่าจะมีความสนิทสนมใกล้ชิดกันเพียงใด และให้ความร่วมมือกับทางราชการของตัวเองเป็นอย่างดี คำนึงถึงชาติไว้เหนือสิ่งอื่นใด

ญี่ปุ่นแอบขน ๗๐๐ คนในกรุงเทพฯไปลอยลำกลางอ่าวไทย! ให้ทหารยกพลขึ้นสถานตากอากาศยังกับนักท่องเที่ยว!!
สะพานสุขตาในยุคที่ญี่ปุ่นยกพลลอยนวลขึ้นบก
       

ญี่ปุ่นแอบขน ๗๐๐ คนในกรุงเทพฯไปลอยลำกลางอ่าวไทย! ให้ทหารยกพลขึ้นสถานตากอากาศยังกับนักท่องเที่ยว!!
บังกะโลตากอากาศชายฝั่ง
       

ญี่ปุ่นแอบขน ๗๐๐ คนในกรุงเทพฯไปลอยลำกลางอ่าวไทย! ให้ทหารยกพลขึ้นสถานตากอากาศยังกับนักท่องเที่ยว!!
ด้านหน้าติดถนนสุขุมวิทของสถานตากอากาศบางปูในยุคนั้น
       

ยังไม่มีผู้โหวต
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | เศรษฐกิจ-ธุรกิจ | ตลาดหลักทรัพย์
กองทุนรวม | SMEs | Motoring | CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | โต๊ะญี่ปุ่น | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017