พุทธทำนาย...วันนี้ก็ยังแม่นทั้ง ๑๖ เรื่อง! ที่สำคัญใกล้ถึง “ศักราชสองพันปลาย” ตามคำทำนายแล้ว!!

โดย โรม บุนนาค   
12 เมษายน 2560 09:21 น.
พุทธทำนาย...วันนี้ก็ยังแม่นทั้ง ๑๖ เรื่อง! ที่สำคัญใกล้ถึง “ศักราชสองพันปลาย” ตามคำทำนายแล้ว!!
พระเจ้าปะเสนทิเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า
        การทำนายอนาคตเป็นพันๆปีนี้ ในหนังสือโบราณที่เรียกว่า “มหาสุบินชาดก” ได้กล่าวไว้ว่า คืนหนึ่งพระเจ้าปะเสนทิ หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ปัตเถวน” ซึ่งครองเมืองสาวัตถี แคว้นโกศล ได้ทรงพระสุบินประหลาดคืนเดียวถึง ๑๖ เรื่อง เกิดความหวาดหวั่นพระทัย จึงให้พราหมณ์ปุโรหิตทั้งหลายพยากรณ์ พวกพราหมณ์ทูลว่าพระสุบินนี้ล้วนแต่เป็นเรื่องร้าย ให้สะเดาะเคราะห์ด้วยการบูชายัญสัตว์ ๒ เท้าและ ๔ เท้าอย่างละ ๕๐๐ เหตุร้ายก็จะกลายเป็นดี พระเจ้าปะเสนทิทรงเชื่อตามคำพราหมณ์ จึงโปรดให้ดำเนินการแก้ฝัน
       
       ปรากฏที่หน้าเมืองมีเสียงผู้หญิงร้องไห้กันระงม ที่ผัวถูกลากตัวจะเอามาฆ่า ผู้ชายก็ตะโกนสาปแช่งที่วัวควายช้างม้าของตัวถูกต้อนมาบูชายัญ พระนางมัลลิกาเทวี มเหสีของพระเจ้าปะเสนทิทรงเยี่ยมหน้าต่างออกดูก็สลดพระทัย ทูลขอให้พระสวามีปลดปล่อยผู้คนช้างม้าวัวควายคืนเจ้าของไป จะได้ไม่เป็นบาป แล้วชวนกันไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งขณะนั้นเสด็จมาประทับ ณ เชตะวันมหาวิหาร ใกล้เมืองสาวัตถี ขอให้พระองค์ทำนายฝันจะเป็นการประเสริฐกว่า
       
       ครั้นพระพุทธองค์ทรงสดับพระสุบินทั้ง ๑๖ ข้อของพระเจ้าปะเสนทิแล้ว จึงตรัสว่า พระสุบินนั้นแสดงว่าจะเกิดเหตุร้าย แต่ใช่ว่าจะเกิดกับพระเจ้าปะเสนทิหรือเกิดในยุคนั้น หากจะเกิดแก่สรรพสัตว์ทั้งหลายเมื่อโลกหมุนไปถึงจุดเสื่อม ในยุคที่ผู้นำมิได้ปกครองโดยธรรม และหมู่มนุษย์ก็มิได้ดำเนินชีวิตตามหลักศีลธรรม เมื่อความดีลดน้อยลงและความชั่วหนาแน่นขึ้น โลกก็เข้าสู่ยุคเสื่อม แล้วทรงทำนายพระสุบินของพระเจ้าปะเสนทิเป็นข้อๆไป ซึ่งเรียกกันว่า “ทำนายฝันปัตเถวน ๑๖ ข้อ” ดังนี้
       
       ฝันว่า “หนึ่งฝันว่าโคทั้งสี่มีกำลัง แล่นประดังโดยทิศนิมิตเห็น
       จะชนกันแล้วหันห่างกระเด็น ต่างหลีกลี้หนีเร้นไปลับตัว”
       
       พุทธพยากรณ์ อภิปรายทายว่าฤดูฝน เมฆบนมืดมิดทุกทิศทั่ว
       ดังจะปรายสายพิรุณขุ่นเขียวมัว พายุพัดกลัดกลั้วละลายไป
       จะลำบากยากใจแก่ไพล่พล ด้วยฟ้าฝนไม่ตกมาในนาไร่
       ต้นข้าวเต้าแตงเหี่ยวแห้งไป ผลไม้ม่วงปรางจะบางเบา
       ข้าวจะยากหมากจะแพงทุกแหล่งหล้า ฝูงประชาแค้นคับดูอับเฉา
       ด้วยมนตรีโมหาปัญญาเยาว์ ลำเอียงเอาอามิสไม่คิดธรรม์ฯ
       
       ฝันว่า “หนึ่งฝันว่าไม้รุ่นเจริญผล ดูวิกลเหมือนไม้ในไพรสัณฑ์”
       
       พุทธพยากรณ์ มีดำรัสตรัสทายทำนายพลัน ภายหน้านั้นเหล่าหญิงจะทิ้งเหล่า
       จะคบชู้สู่หาสมาคม เสพสมกันแต่แรกเพิ่งรุ่นสาว
       กุมารีจะมีบุตรแต่รุ่นเยาว์ อายุไม่ยาวยากเย็นด้วยเข็ญมีฯ
       
       ฝันว่า “หนึ่งฝันว่าแม่โคคาวิน วอนขอนมลูกกินน่าบัดสี
       
       พุทธพยากรณ์ อภิปรายทายว่านิมิตนี้ ไปภาคหน้าจะมีเป็นแน่นอน
       พ่อแม่แก่ชรามาหาบุตร ด้วยสิ้นสุดด้วยข้าวปลาและผ้าผ่อน
       ต้องมายอบปลอบขอเฝ้าง้องอน มันขอดข้อนสำทับให้อับอาย
       หยาบช้าต่อบิดาชนนี พาทีให้ช้ำสล่ำสลาย
       มิได้มีหิริโอตับปะละอาย หยาบคายขี่ข่มด้วยลมพาลฯ
       
       ฝันว่า “หนึ่งฝันว่าแม่โคใหญ่เคยไถนา ไม่นำพาปล่อยทิ้งจากสถาน
       เอาลูกโคเทียมไถเข้าใช้การ ไม่เคยงานเสียรอยย่อยยับไป
       เดินแตกแยกข้ามคันนาหนี ไม่รู้ในท่วงทีทำนองไถ”
       
       พุทธพยากรณ์ มีพุทธบรรหารว่านานไป นเรศร์ไท้ท้าวพระยาทุกธานี
       จะคบคนพาลาปัญญาหยาบ ใจบ้าบาปหนุ่มคะนองให้ครองที่
       นับถือว่าซื่อสัตย์สุจริตดี ได้ทีพวกอุทามเข้าลามลวน
       ถึงได้เป็นเสนาปรึกษาความ ทำวู่วามตามศักดิ์แล้วหักหวน
       ชอบผิดมิได้คิดที่คู่ควร เอาแต่ส่วนสินบนคนเข็ญใจฯ
       
       ฝันว่า “หนึ่งฝันว่ามีม้าสองปาก เห็นหญ้าหยากปากอ้าน้ำตาไหล
       บุรุษสองปองป้อนจนอ่อนใจ หยิบหญ้ายื่นให้ไม่เว้นวาย
       
       พุทธพยากรณ์ มีพุทธฎีกาพยากรณ์ ผู้ตัดรอนความราษฎร์สิ้นทั้งหลาย
       จะรวบรวมกินกันทั้งสองฝ่าย แนะนำให้ท้ายโจทก์และจำเลย
       กินพลางทางข่มด้วยลมลวง เหนี่ยวหน่วงถามทิ้งแล้วนิ่งเฉย
       บ้างอาศัยใช้การจนนานเลย ความก็เกยแห้งแล้งอยู่ค้างปีฯ
       
       ฝันว่า “หนึ่งฝันว่าสุวรรณภาชน์ทอง สุนัขปองขึ้นนั่งน่าบัดสี”
       
       พุทธพยากรณ์ เอื้อนโอษฐ์โปรดพุทธวาที ว่าพาลาจะได้ที่เสนานาย
       จะหยิ่งยศมาสำทับไม่นับปราชญ์ เสพย์สังวาสคบพาลสมานหมาย
       เหมือนขมิ้นขยำน้ำปูนละลาย ทั้งไพร่นายจะคะนองลำพองพาลฯ
       
       ฝันว่า “หนึ่งฝันว่าผู้มีฟั่นซึ่งเชือกหนัง อยู่เคหังเพิงพะในสถาน
       ปลายเชือกเสือกห้อยลงย้อยยาน สุนัขนอนใต้ร้านกัดกินไป
       ยิ่งฟั่นก็ยิ่งสั้นไปหมดสิ้น หายืดลงถึงดินได้ไม่”
       
       พุทธพยากรณ์ พระโลกุตตมาจารย์บรรหารไว้ ว่านานไปจะได้เห็นขุกเข็ญมี
       ชายหาลาภสักการมาบ้านเรือน หญิงก็เบือนบากบ่ายจำหน่ายหนี
       ทำแสนงอนซ่อนทรัพย์คิดอัปรีย์ ข่มขี่หยาบคายให้ชายกลัว
       ทำยอกยักลักทรัพย์ส่งให้ชู้ ตะแคงค่อนข่มขู่ข่มเหงผัว
       ชายเขลาเมารักสมัครมัว เห็นผัวกลัวกลับข่มให้สมใจฯ
       
       ฝันว่า “หนึ่งฝันว่าประชาชนนั้นขนน้ำ ชวนกันปล้ำเทส่งลงตุ่มใหญ่
       ตุ่มน้อยร้อยพันเรียงกันไป หามีใครเทใส่แต่สักคน”
       
       พุทธยากรณ์ พระวรญาณโปรดประทานปกาศิต แนะนิมิตทายเข็ญให้เห็นผล
       ว่าภายหน้าเสนาเป็นนายพล ราษฎร์จะปล้นทรัพย์ใส่ในตุ่มโต
       ยิ่งได้มากจานเจือจนเหลือล้น ยิ่งยากจนยับนักลงอักโข
       จะรุ่งงามตระการหน้าแต่พาโล ที่ซื่อก็จะโซดังตุ่มน้อยฯ
       
       ฝันว่า “หนึ่งฝันว่าจะเห็นสระปทุมา มีหมู่กุ้งกุมภามัจฉาหอย
       วารีรอบขอบใสมิใช่น้อย กลางกลับถอยข้นขุ่นสนุ่นมี”
       
       พุทธพยากรณ์ พระวรญาณบรรหารให้เห็นเหตุ ว่าประเทศที่สุขเกษมศรี
       กษัตริย์วงศ์สืบทรงประเพณี เป็นบุรีที่ประชุมประชากร
       จะแรมร้างว่างราเป็นป่าแขม ทั้งคาแฝกแซกแซมขึ้นสลอน
       ทางชลวิกลกลายเป็นชายดอน ราษฎร์จะรอนแรมสุขทุกเดิอนปี
       ด้วยกรรมแรงแห่งสัตว์วิบัติเป็น ไม่เคยเห็นก็จะเห็นเป็นถ้วนถี่
       น้ำกลางขุ่นข้นคือมนตรี จะย่ำยีบีฑาประชาชน
       จะรุกรานแก่ไพร่ใช้ระดม คิดขี่ข่มเอาทรัพย์อยู่สับสน
       ทั้งเดือนนอกเดือนในใช้เปื้อนปน สุดจะทนที่จะทานด้วยการรุม
       การหลวงแล้วก็ให้ทำการนาย พวกไพร่ราษฎร์พลัดพรายเข้าส้องสุม
       จะหลบลี้หนีหายเข้าป่าชุม ประคองคุมพวกเข็ญได้เย็นใจฯ
       
       ฝันว่า “หนึ่งฝันว่าเห็นคนนั่งหุงข้าว หม้อเดียวซาวหลากล้นพ้นวิสัย
       บ้างดิบบ้างสุกระคนปนกันไป บ้างเปียกบ้างไหม้ไม่มีดี”
       
       พุทธพยากรณ์ พระแย้มโอษฐ์โปรดพุทธฎีกา ว่าเทพารักษาบุรีศรี
       พระเสื้อเมืองพระทรงเมืองเรืองฤทธี ประเพณีพลาดเพลี่ยงไม่เที่ยงทรรศน์
       เทวันอันรักษาศาสนา จะรักษาแต่คนที่อสัตย์
       ผู้มีศิลจะเสียศีลาวัตร์ มิตรรักจักตัดความรักตน
       ฝูงราษฎร์จะอาพาธเจ็บไข้ เกิดมรณภัยทุกแห่งหน
       ประเพณีปีเดือนจะเปื้อนปน ฤดูฝนหนาวร้อนก็ผ่อนไปฯ
       
       ฝันว่า “หนึ่งฝันว่าเห็นแก่นจันทน์แดง ราคาแพงเลิศล้ำในต่ำใต้
       ชายเขลาเอาพอแรงไม่แจ้งใจ ก็เอาไปแลกนมโคเสียง่ายดาย”
       
       พุทธพยากรณ์ ทรงพุทธทำนายอภิปรายโปรด ภายหน้าโสดหมู่สงฆ์สิ้นทั้งหลาย
       จะแนะนำพระธรรมอันเพริศพราย เที่ยวเร่ขายแลกทรัพย์มาซื้อกิน
       ไม่อดสูดูร้ายละอายบาป นิยมหบาบเอื้อมอาจประมาทหมิ่น
       ก่อกรรมทำตนให้มลทิน เหมือนหนึ่งกินยาตายไม่หมายเป็นฯ
       
       ฝันว่า “หนึ่งฝันว่าน้ำเต้านั้นจมชล ดูวิกลไม่เคยพบประสบเห็น”
       
       พุทธพยากรณ์ พุทธบรรหารว่านานไปจะได้เป็น ที่ข้องเข็ญของสัตว์วิบัติมี
       จะเกิดความยากล้ำเหลือลำเค็ญ สิ่งที่เย็นกลับจะร้อนทั่วธานี
       นักปราชญ์ผู้รู้ธรรมจะต่ำต้อย พาลาลอยเฟื่องฟูชูศักดิ์ศรี
       ผู้พงศาตระกูลประยูรมี จะลี้ลับเสื่อมสูญประยูรยศ
       คนพาลจะรานเริงบันเทิงหน้า เจรจาผิดธรรมไปจนหมด
       ใครปลอกปลิ้นลิ้นลมเป็นคมคด รู้โป้ปดกลอกกลับจึงนับกันฯ
       
       ฝันว่า “หนึ่งฝันว่าคีรีนั้นลอยน้ำ ประหลาดล้ำหลากใจที่ในฝัน”
       
       พุทธพยากรณ์ พระทรงญาณแจ้งการณ์ให้เห็นพลัน ภายหน้านั้นผู้มีศักดิ์จะรักพาล
       จะยกย่องต่ำชาติอันต่ำช้า เป็นเอกอัครเสนาในสถาน
       ได้ยศสืบสายแป็นนายการ ได้ทีพวกพาลสำราญใจฯ
       
       ฝันว่า “หนึ่งฝันว่าเห็นกบขบงูร้าย กัดจนตายล้วงกินจนสิ้นใส้”
       
       พุทธพยากรณ์
       พระแย้มโอษฐ์โปรดอภิปรายทำนายไป ภายหน้าไซร้หญิงพาลจะราญชาย
       จะขี่ข่มด้วยลมลิ้นให้ผัวกลัว จะใช้ผัวเทียมทาสดังมาดหมาย
       ผัวสมานน้ำใจมิให้ระคาย อีหญิงร้ายยิ้มลามคำรามรนฯ
       
       ฝันว่า “หนึ่งฝันว่าพระยาเหมราช เข้าปนฝูงกากาจน่าฉงน
       แล้วคำรพบนบนอบยอมยอบตน เข้าระคนคบค้ากับกาพาล”
       
       พุทธพยากรณ์ สมเด็จพระสรรเพชญ์โมลี เผยพุทธวาทีทรงบรรหาร
       ว่าผู้มีตระกูลนั้นจะบันดาล ว่าคนพาลจะย่ำยีผู้ปรีชา
       สันดานทาสชาติต่ำจะได้ดี จะข่มขี่ผู้ที่มีซึ่งพงศา
       คนปราชญ์จะกลัววาจา พวกพาลาได้ทีไม่มีอายฯ
       
       ฝันว่า “หนี่งฝันว่าเนื้อสมันนั้นไล่เสือ พยัคฆ์เบื่อเบือนหน้าเข้าป่าหาย”
       
       พุทธพยากรณ์ มีพระพุทธบรรหารประทานนาย ว่าสานุศิษย์ทั้งหายจะสู้ครู
       จะหักหาญผู้ใหญ่ให้เป็นน้อย สำทับถ้อยขี่ข่มคารมอยู่
       ยกย่องกายหมายประกวด อวดอ้างรู้ จะลบหลู่ขู่ซ้ำด้วยคำพาล
       สงฆ์ทรงศีลบริสุทธิ์จะทรุดเศร้า ผู้เป็นเจ้าหลีกสิ้นทุกถิ่นฐาน
       ซึ่งบพิตรนิมิตสิบหกประการ ไม่มีเหตุเภทพาลแก่พระองค์
       จะได้แก่สัตว์โลกทั้งหลายในภายหน้า จงจำไว้พิจารณาอย่าลืมหลง
       จะเสื่อมสูญเมธีกวีวงศ์ และฝูงหงส์ประยูรตระกูลพราหมณ์
       จะเฟื่องฟูเชยชมนิยมหยาบ แบกแต่บาปหาบนรกยกขึ้นหาม
       อันกองธรรมจะนำสนองตาม จดลงหนังสุนัขถามเมื่อยามตาย
       พระไตรรัตน์จะวิบัติหม่นมัวหมอง ไม่ผุดผ่องแผ้วผาดสะอาดฉาย
       ศักราชคำรบนั้นสองพันปลาย จะต้องคำพุทธทำนายไว้แน่นอนฯ
       
       พุทธทำนายทั้ง ๑๖ ข้อนี้มีปรากฏให้รู้กันเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว ต่อมามีแพร่หลายออกไปหลายภาษา ทั้งตะวันตกและตะวันออก แต่น่าประหลาดที่ตรงกับเหตุการณ์ในปัจจุบันหมดทุกข้อ ถ้าพระพุทธองค์ทรงทำนายไว้จริง ก็ต้องถือว่าเป็นการทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าถึง ๒ พันกว่าปีได้แม่นยำมาก แต่ถ้ามีผู้แต่งขึ้นภายหลัง ก็ต้องถือว่าผู้แต่งเป็นนักวิเคราะห์เหตุการณ์ล่วงหน้าเป็นร้อยๆปีได้แม่นยำเช่นกัน
       
       ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้มีเพลงยาวพยากรณ์เกิดขึ้น ๑๖ ข้อเหมือนกัน โดยเอาความในมหาสุบินชาดกมาแต่ง และเจาะจงว่าจะเกิดกับกรุงศรีอยุธยา แต่ไม่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ จนในสมัยรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จึงได้นำข้าราชการครั้งกรุงศรีอยุธยาที่จำเพลงยาวนี้ได้ มาลำดับความแล้วจดลงสมุดไว้ ดังนี้
       
       เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา
       
       จะกล่าวถึงกรุงศรีอยุธยา
       เป็นกรุงรัตนราชพระศาสนา มหาดิเรกอันเลิศล้น
       เป็นที่ปรากฏรจนา สรรเสริญอยุธยาทุกแห่งหน
       ทุกบุรียสีมามณฑล จบสกลลูกค้าวานิช
       ทุกประเทศสิบสองภาษา ย่อมมาพึ่งกรุงศรีอยุธยาเป็นอัคคะนิด
       ประชาราษฎร์ปราศจากไภยพิศม์ ทั้งความพิกลจริตแลความทุกข์
       ฝ่ายองค์พระบรมราชา ครองขันสีมาเป็นสุข
       ด้วยพระฎีกาทำนุก จึ่งอยู่เป็นสุขสวัสดี
       เป็นที่อาไศรยแก่มนุษย์ในใต้หล้า เป็นที่อาไศรยแก่เทวาทุกราศี
       ทุกนิกรนรชนมนตรี คะหะบดีชีพราหมณ์พฤฒา
       ประดุจดั่งศาลาอาไศรย ดั่งหนึ่งร่มพระไทรอันษาขา
       ประดุจหนึ่งแม่น้ำพระคงคา เป็นที่สิเหน่หาเมื่อกันดาน
       ด้วยพระเดชเดชาอานุภาพ อาจปราบไภรีทุกทิศาน
       ทุกประเทศเขตขันท์บันดาน แต่งเครื่องบัณาการมานอบนบ
       กรุงศรีอยุธยานั้นสมบูรณ์ เพิ่มพูนด้วยพระเกียรติคะจรจบ
       อุดมบรมศุขทั้งแผ่นภิภพ จนคำรบศักราชได้สองพัน
       คราที่นั้นฝูงสัตว์ทั้งหลาย จะเกิดความอันตรายเป็นแม่นมั่น
       ด้วยกษัตริย์มิได้ทรงทศพิธราชธรรม์ จึงเกิดเป็นมหัศจรรย์สิบหกประการ
       คือเดือนดาวดินฟ้าจะอาเพศ อุบัติเหตุเกิดทั่วทุกทิศาน
       มหาเมฆจะลุกเป็นเพลิงกาฬ เกิดนิมิตพิศดารทุกบ้านเมือง
       พระคงคาจะแดงเดือดเป็นเลือดนก อีกแผ่นดินเป็นบ้าฟ้าจะเหลือง
       ผีป่าก็จะวิ่งเข้าสิงเมือง ผีเมืองนั้นจะออกไปอยู่ไพร
       พระเสื้อเมืองจะเอาตัวหนี พระกาสีจะเข้ามาเป็นไส้
       พระธรณีจะตีอกไห้ อีกพระกาฬจะไหม้อยู่เกรียมกรม
       ในลักษณ์ทำนายไว้บ่ห่อนผิด เมื่อพินิจพิศดูก็เห็นสม
       มิใช่เทศกาลร้อนก็ร้อนระงม มิใช่เทศกาลลมลมก็พัด
       มิใช่เทศกาลหนาวก็หนาวล้น มิใช่เทศกาลฝนฝนก็อุบัติ
       ทุกต้นไม้หย่อมหญ้าสารพัด เกิดวิบัตินานาทั่วสากล
       เทวดาซึ่งรักษาพระศาสนา จะรักษาแต่คนฝ่ายอกุศล
       สัปปุรุษจะแพ้แก่ทรชน มิตรตนจะฆ่าซึ่งความรัก
       ภรรยาจะฆ่าซึ่งคุณผัว คนชั่วจะมล้างผู้มีศักดิ์
       ลูกศิษย์จะสู้ครูพัก จะหาญหักผู้ใหญ่ให้เป็นน้อย
       ผู้มีศีลจะเสียซึ่งอำนาจ นักปราชญ์จะตกต่ำต้อย
       กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าอันลอยจะถอยจม
       ผู้มีตระกูลจะสูญเผ่า เพราะจัณฑานมันเข้ามาเสพสม
       ผู้มีศีลนั้นจะเสียซึ่งอารมณ์ เพราะสมัครสมาคมด้วยมารยา
       พระมหากษัตริย์จะเสื่อมสิงหนาท ประเทศราชจะเสื่อมซึ่งยศถา
       อาสัจจะเลื่องลือชา พระธรรมาจะตกลึกลับ
       ผู้กล้าจะเสื่อมใจหาญ จะสาบสูญวิชาการทั้งปวงสรรพ
       ผู้มีศีลจะถอยจากทรัพย์ สัปปุรุษจะอับซึ่งน้ำใจ
       ทั้งอายุจะเคลื่อนจากเดือนปี ประเวณีจะแปรปรวนตามวิสัย
       ทั้งพืชแผ่นดินจะผ่อนไป ผลหมากรากไม้จะถอยรส
       ทั้งเพศพรรณว่านยาก็อาเพศ เคยเป็นคุณวิเศษก็เสื่อมหมด
       จวงจันทน์พรรณไม้อันหอมรส จะถอยถดไปตามประเพณี
       ทั้งข้าวก็จะยากหมากจะแพง สารพันจะแห้งแล้งเป็นถ้วนถี่
       จะบังเกิดทรพิษมิคสัญญี ฝูงผีจะวิ่งเข้าปลอมคน
       กรุงประเทศราชธานี จะเกิดการกลียุคทุกแห่งหน
       จะอ้างว้างอกใจทั้งไพร่พล จะสาละวนทั่วโลกหญิงชาย
       จะร้อนอกสมณาประชาราษฎร์ จะเกิดเข็ญเป็นอุบาทว์นั้นมากหลาย
       จะรบราฆ่าฟันกันวุ่นวาย ฝูงคนจะล้มตายลงเป็นเบือ
       ทางน้ำก็จะแห้งเป็นทางบก เวียงวังก็จะรกเป็นป่าเสือ
       แต่สิงห์สาราสัตว์เนื้อเบื้อ นั้นจะหลงหลอเหลือในแผ่นดิน
       ทั้งผู้คนสารพัดสัตว์ทั้งหลาย จะสาบสูญล้มตายเสียหมดสิ้น
       ด้วยพระกาฬจะมาผลาญแผ่นดิน จะสูญสิ้นการณรงค์สงคราม
       กรุงศรีอยุธยาจะสูญแล้ว จะลับรัศมีแก้วเจ้าทั้งสาม
       ไปจนคำรบปีเดือนคืนยาม จนสิ้นนามศักราชห้าพัน
       กรุงศรีอยุธยาเกษมสุข แสนสนุกนี้ยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
       จะเป็นเมืองแพศยาอาทัน นับวันแต่จะเสื่อมสูญเอยฯ
       
       เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกในปี พ.ศ.๒๓๑๐ มีการพูดถึงเพลงยาวพุทธทำนายนี้กันมาก ร่ำลือว่าแม่นยำจริงตามคำทำนายทุกอย่าง แม้ในยุครัตนโกสินทร์ พุทธทำนายก็ยังได้รับการกล่าวขานตลอดมา และหากเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ปัจจุบัน ก็ยังน่าหวั่นว่าจะเป็นกรุงศรีอยุธยาไปด้วย

จำนวนคนโหวต 7 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 7 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ภาคใต้ | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | Site Map | โฆษณาบนเว็บ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2017