หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกภูมิภาค | ภาคเหนือ
 

สาธารณสุขชู “ปิงปองจราจรชีวิต 7 สี” สู้เบาหวาน-ความดัน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 มิถุนายน 2556 13:38 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
สาธารณสุขชู “ปิงปองจราจรชีวิต 7 สี” สู้เบาหวาน-ความดัน
นายแพทย์วิศิษฐ์ ตั้งนภากร ผู้ตรวจการกระทรวงสาธารณสุขเขตพื้นที่เครือข่ายบริการที่ 1

ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - สาธารณสุขจัดประชุมเฝ้าระวังเบาหวาน-ความดันโลหิตสูงที่เชียงใหม่ ชูแนวคิด “ปิงปองจราจรชีวิต” แยกผู้ป่วยเป็น 4 ระดับ 7 สี ก่อนกำหนดแนวทางรักษา-ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ผู้ตรวจ สธ.แจง เดิมผู้ป่วยไม่รู้ระดับความรุนแรงทำให้ดูแลตนเองยาก แต่แยกระดับตามสีช่วยให้ง่ายขึ้น ปลื้มลองใช้ไม่นานผลลัพธ์ดีเกินคาด เตรียมเดินหน้าต่อ
       
       วันนี้ (5 มิ.ย.) ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ โรงแรมดิ เอ็มเพรส จ.เชียงใหม่ นพ.วิชัย เทียนถาวร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุม “การเฝ้าระวังควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โดยใช้ปิงปองจราจรชีวิต” มี นพ.วิศิษฐ์ ตั้งนภากร ผู้ตรวจการกระทรวงสาธารณสุข เขตพื้นที่เครือข่ายบริการที่ 1 นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน และตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
       
       การประชุมครั้งนี้เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สรุปผลการทำงาน และแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการทำงานในแต่ละพื้นที่เกี่ยวกับการใช้แนวคิดปิงปองจราจรชีวิต 7 สี ในการเฝ้าระวังและควบคุมโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ที่ปัจจุบันมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดการเจ็บป่วย พิการ และเสียชีวิต รวมทั้งสร้างภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจำนวนมาก
       
       โดยแนวทางปิงปองจราจรชีวิต 7 สีจะเป็นเครื่องมือคัดกรอง และจัดระดับความรุนแรงของโรคด้วยการเทียบกับปิงปองจราจรชีวิต 7 สีเพื่อจัดแบ่งประชาชนออกเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มปกติ สีขาว กลุ่มเสี่ยง สีเขียวอ่อน กลุ่มป่วย ระดับ 0 สีเขียวเข้ม ระดับ 1 สีเหลือง ระดับ 2 สีส้ม และระดับ 3 สีแดง ส่วนกลุ่มผู้ป่ายที่มีภาวะแทรกซ้อนใช้สีดำ ส่วนการปฏิบัติงานจะมุ่งไปที่การป้องกันไม่ให้เกิดผู้ป่วยหน้าใหม่ (สีเหลือง) ลดความรุนแรงของโรคจากสีแดงให้เป็นสีส้ม สีเหลือง และสีเขียวเข้ม รวมทั้งลดความเสี่ยงของผู้ป่วยกลุ่มสีแดงไม่ให้มีโรคแทรกซ้อน (สีดำ)
       
       นพ.วิศิษฐ์กล่าวว่า โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงถือเป็นหนึ่งในโรคที่สำคัญส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทย โดยเป็นต้นตอของโรคร้ายแรงอื่น เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือโรคไต เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันด้วยพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของผู้คนทำให้แนวโน้มของทั้งสองโรคทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ในภาคเหนือ พบผู้ป่วยโรคเบาหวานร้อยละ 3-5 โรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 10 แต่ในบางพื้นที่อาจมีตัวเลขที่สูงกว่านี้
       
       ที่ผ่านมาแม้จะมีกระบวนการคัดกรองและรักษาผู้ป่วย แต่สิ่งที่เป็นปัญหาทั้งต่อผู้ป่วยและผู้รักษาคือ การไม่สามารถทำให้ผู้ป่วยมีความเข้าใจที่ชัดเจน และรับทราบแนวทางปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง และเหมาะสมต่อระดับความรุนแรงของโรคได้ แต่เมื่อมีแนวคิดเรื่องปิงปองจราจรชีวิตที่ นพ.วิชัยได้นำเสนอ ก็ช่วยให้การให้ข้อมูลต่อผู้ป่วยมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะการเปรียบเทียบระดับอาการกับปิงปองจราจรชีวิตจะทำให้ผู้ป่วยเข้าใจสถานการณ์ของตนเองว่าอยู่ในระดับใด ขณะเดียวกัน ผู้ดูแลรักษาก็สามารถให้ข้อมูลการปฏิบัติตน และกำหนดแนวทางการดูแลรักษาให้เหมาะสมได้
       
       นพ.วิศิษฐ์กล่าวว่า แม้แนวทางดังกล่าวจะนำมาใช้ได้ไม่นานนัก แต่จากข้อมูลที่หลายหน่วยงานนำเสนอจากการทดลองปฏิบัติถือว่าได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ โดยการใช้ปิงปองจราจรชีวิตสามารถช่วยให้หน่วยงานสาธารณสุขลดระดับความรุนแรงของผู้ป่วยที่อยู่ในระดับต่างๆ ได้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังช่วยให้ผู้ป่วยสามารถจัดการกับพฤติกรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งหลังจากนี้จะดำเนินงานตามแนวทางดังกล่าวต่อไป เพราะโรคทั้งสองโรคถือเป็นโรคสำคัญ มีผลกระทบต่อสุขภาพ หากไม่มีการเตรียมการรับมือหรือป้องกันจะส่งผลเสียอย่างรุนแรงในอนาคต

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ผู้ว่าฯ น่านสั่งเตรียมพร้อม 24 ชม.ผวาโคลนถล่ม “บ่อเกลือ” พบดินแยกทรุดตัวเพิ่ม
บุกรังแก๊งค้ายาใหญ่ “พยุหะคีรี” รวบ 4 ผู้ต้องมีหญิงเกาหลีร่วม-ยึดของกลางอื้อ
กู้ระทึก! ระเบิด Type 4 ลูกซุกทางขึ้นวัดใกล้ค่ายทหารเชียงราย
ไทย-พม่า ประชุม BLO ร่วมปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติ
ตร.-หทารแม่สอดจับขบวนการโจรกรรมรถข้ามชาติได้กว่า 10 คัน
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014