หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกบันเทิง | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ฟ้าจรดทราย

ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 11

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
31 สิงหาคม 2556 09:26 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 11
        ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 11
       
       อยู่มาวันหนึ่ง ประตูห้องพักชารีฟเปิดออกโดยทหารองครักษ์ ก่อนจะเห็นองค์อาหเม็ดเดินเข้ามา หันกลับไปห้ามไม่ให้คนตามเข้ามา จะคุยกับชารีฟ 2 คน ชารีฟฟื้นแล้ว ซาลามอยู่บนเตียง
       
       “ชารีฟ...ดูแจ่มใสดี เจ็บหายหรือยัง”
       “เป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้า”
       “ยังเจ็บปวดมากมั้ยนี่”
       “พอบรรเทาแล้วพระเจ้าค่ะ”
       องค์อาหเม็ดวางมือบนไหล่ชารีฟนิ่งนาน ส่งความรู้สึกผ่านมือและนัยน์ตาสู่กันและกัน
       “ขอบใจมากชารีฟ”
       ชารีฟค้อมหัวรับคำ
       องค์อาหเม็ดถอนมือออก ปรับน้ำเสียงปกติอย่างเดิม “แผลใหญ่นะ...ก็มีดวงเดือนนี่ใครมือไม่ถึงก็ไม่ต้องคิดอะไร จัดพิธีศพได้ โดยเฉพาะดวลกับโอมาน”
       “เพราะพระปรีชาขององค์อาหเม็ด ข้าพระองค์จึงมีโอกาสฝึกหัดการใช้มีดนั้นจนพอตัว”
       “ความจริงหัดอีก 10 ปีก็สู้โอมานไม่ได้ โอมานชำนาญที่สุดว่าแต่เล่าให้ฟังหน่อยซิว่าทำไมถึงกลายเป็นสู้กันด้วยมีดไม่ใช่ถูกฆ่าบนเตียงผ่าตัด”
       สองคนสนทนากัน ชารีฟเล่าจนเห็นเป็นภาพเล่าประกอบคำบรรยาย
       “โอมานรู้แผนการเราอยู่แล้ว ข้าพระองค์สงสัยตั้งแต่วันที่ส่งวิทยุ เพราะดูผิดสังเกต รหัสลับไม่ถูกต้อง แต่ก็ตัดสินใจเข้าไปพบ เพราะเดาว่าคนอย่างโอมานมีศักดิ์ศรีพอตัว คงไม่ถือโอกาสฆ่า..คนที่เหมือนลูกไก่ในกำมือ”
       องค์อาหเม็ดแทรกขึ้น “ข้อนี้ต้องมาย่องโอมาน คงท้าดวลมีด-วงเดือน”
       ภาพเหตุการณ์ตอนชารีฟไปพบองค์โฮมานที่ศาลาในสวนจนโอมานท้าดวลผุดขึ้นมา
       ชารีฟจ้องมองอาหเม็ด สายตาเริ่มพร่าพรายนิดๆ
       องค์อาหเม็ดวางมือบนหัวชารีฟเบาๆ
       “เจ้ารับคำท้าของโอมานทั้งๆ ที่รู้ว่า...นั่นคือความตายเท่านั้น”
       “ข้าพระองค์คิดถึงฮิลฟารา คิดถึงประชาชน คิดถึงองค์อาหเม็ด ตั้งใจไว้ว่าจะใช้สติทุกลมหายใจ”
       “ในที่สุด...”
       “ตอนนั้นข้าพระองค์ใกล้หมดสติ องค์โอมานฟาดดาบลงมาเต็มแรงข้าพระองค์นั่งลง ดาบพลาดไม่ถูก ข้าพระองค์ จึงแทงสวนขึ้นไป”
       องค์อาหเม็ดซาบซึ้งใจยิ่งนัก ตบหัวเบาๆ
       “เจ้าเป็นยิ่งกว่าขุนทหาร เป็นยิ่งกว่าผู้รักษาบัลลังก์ เจ้าเป็นน้องชายที่ช่วยค้ำจุนพี่ชาย ขอบใจมากๆ ชารีฟ รู้มั้ยว่าถ้าสู้กันด้วยมีด-วงเดือน โอมานไม่เคยแพ้ใคร”
       “ใช่พระเจ้าค่ะ ฝีพระหัตถ์ก็เหนือกว่าข้าพระองค์มากนัก”
       “รักษาตัวให้หายเร็วๆ จะรอจนกว่าเจ้าจะหายถึงจะมีพิธีถวายพระพรและเลี้ยงฉลอง ปูนบำเหน็จความดี ความชอบ”
       
       “เป็นพระกรุณา”

ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 11
        องค์อาหเม็ดเดินออกไป ชารีฟทำท่าเหมือนอยากพูดอยากถามอะไรบางอย่าง องค์อาหเม็ดเหลียวกลับมามอง อ่านสายตาแล้วรู้ทันที
       
       “พระชายามาจากอานาอีซาถึงแล้วเรียบร้อย” องค์อาหเม็ดมองตาชารีฟแน่วนิ่ง แต่สายตาขำๆ ล้อๆ “คนอื่นๆ เอ..ไม่รู้สิว่ามาพร้อมกันหรือตามมาทีหลัง”
       ชารีฟสายตาหมองลง
       “อ้อ แต่รายงานล่าสุด บอกว่ามาด้วยกัน”
       ชารีฟสายตาละห้อย บ่งบอกว่าอยากพบมิเชลล์เหลือเกิน
       “เห็นใจ...เห็นใจมาก” องค์อาหเม็ดรับรู้ความรู้สึกนั้น
       ชารีฟนัยน์ตาวาววับขึ้น
       “แต่...ยังให้มาพบไม่ได้ รอก่อน” แล้วเดินออกไปเลย
       ชารีฟหงอยลงไปถนัดตา ถอนหายใจยาว
       
       ประตูห้องชารีฟเปิดออก องค์อาหเม็ดเดินออกมา ทหารทำความเคารพ หมอ พยาบาล คอยส่งเสด็จ
       นายพลมุสกัตยืนเฝ้าอยู่ด้วย
       “ท่านนายพล”
       “พระเจ้าค่ะ”
       องค์อาหเม็ดมองตานายพลมุสกัต เสียงเบาลงนิด “เข้าไปปลอบโยนกันหน่อย คิดถึงจะขาดใจตายอยู่แล้ว”
       นายพลมุสกัตยิ้มขำๆ “พระเจ้าค่ะ” จากนั้นจึงโค้งเคารพต่ำ
       องค์อาหเม็ดเดินจากไป ทักทายผู้คนไปตามรายทาง
       สุไบดาเดินออกมาจากลิฟท์แล้วหยุดคอย พอองค์อาหเม็ดมาถึงที่สุไบดายืนอยู่ สุไบดาถอนสายบัว
       “เจ้าน้า...”
       “เพคะ”
       “ชารีฟจวนหายแล้ว หลานกำลังสั่งให้เตรียมพิธีเลื่อนยศ แต่งตั้ง ครม. กับถวายพระพรเป็นงานเดียวกัน เจ้าน้าคงเดาถูกว่าชารีฟจะต้องทำงานหนักอีกมาก”
       “ลูกชายมีหน้าที่ถวายงานให้กับราชบัลลังก์อยู่แล้ว”
       “ชารีฟทำยิ่งกว่าถวายงานให้ราชบัลลังก์”
       สุไบดามีสีหน้าเป็นคำถาม
       “ชารีฟยอมตายเพื่อราชบัลลังก์” องค์อาหเม็ดตรัส
       “เป็นพระกรุณา”
       “ต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรที่เป็นความสุขของชารีฟ หลานจะทำทุกอย่างไม่ว่าเรื่องนั้นจะยิ่งใหญ่สักแค่ไหน”
       สุไบดาฟังด้วยสีหน้าไม่สบายใจเลย
       องค์อาหเม็ดเข้ามาจับมือสุไบดาทั้งสองมือ ยกขึ้นสูงเกือบจรดหน้าผาก “ขอบพระทัยมากที่มีน้องชายคนนี้ให้หลาน”
       สุไบดาถอนสายบัวต่ำ “เป็นพระกรุณาธิคุณ”
       องค์อาหเม็ดเสด็จไปทันที
       
       สุไบดายืนส่งเสด็จจนลับพระองค์ ด้วยสีหน้าครุ่นคิดไม่สบายใจ

ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 11
        ส่วนชารีฟหลับตา มือแตะอยู่ที่แหวนเปียรุส อีกมือที่วางบนหน้าอก สุไบดาเข้ามา หันไปบอกนางกำนัลว่าไม่ต้องตาม สุไบดาจ้องมองชารีฟเขม็ง
       
       ภาพของมิเชลล์ แวบเข้ามาในความคิด สุไบดาสายหน้าไม่ยอมให้มิเชลล์แต่งกับลูกชายแน่ๆ บอกตัวเองในใจ
       “เมียเอกของชารีฟจะเป็นหล่อนไปไม่ได้ เป็นอันขาด แม่สาวต่างชาติ คนเรร่อนพเนจรอย่างหล่อนหรือ จะมาเป็นคุณหญิงของราชองค์รักษ์ หรืออนาคตรัฐมนตรีของฮิลฟารา”
       
       วันรุ่งขึ้น สุไบดานั่งสงบนิ่งอยู่ในห้องโถง รอคอยลูกชายกลับจากโรงพยาบาล แต่สีหน้าเป็นกังวลมาก
       นิชาเข้ามา “รถออกจากโรงพยาบาลแล้วเพคะ”
       สุไบดาพยักหน้า “น่าจะเป็นวันแห่งความยินดี แต่เรากังวลเหลือเกินนิชา”
       “เรื่อง...”
       “ผู้หญิงคนนั้นสวยเหลือเกินนิชา สวยจนเรากลัว”
       “เพคะ”
       “เรากลัวใจลูกชาย เห็นทีจะไม่ยอมแม้แต่จะมีเมียคนที่ 2 อย่าว่าแต่คนที่สามคนที่สี่เลย”
       “บางทีอาจจะมีแม่อีกหลายคนที่อยากให้ลูกชายมีเมียคนเดียวเพคะ”
       “ถ้าลูกชายเราเป็นอย่างเราจะยิ่งกังวล เพราะไม่มีวันที่เมียคนเดียวของเขาจะเป็นชาวฮิลฟารา เขาไม่มีวันยอม เขาจะต้องยืนยันว่า เป็นผู้หญิงต่างชาติคนนั้น”
       “เพคะ”
       “ซึ่งเราจะไม่ยอมเหมือนกัน จำไว้นะ นิชา เราจะไม่ยอมอย่างเด็ดขาด”
       สุไบดาย้ำคำหนักแน่น
       
       ภายในท้องพระโรงใหญ่วันนี้ มีพิธีประกาศเลื่อนตำแหน่งให้ความดีความชอบให้กับทหารหาญ ในงานมีแต่เฉพาะผู้ชาย ไม่มีผู้หญิงเลยสักคน
       
       นอกจากนี้ยังมีทูตานุฑูตจากมิตรประเทศหลายประเทศมาร่วมยินดีอีกด้วย

ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 11
        องค์อาหเม็ดประทับนั่งอยู่บนบัลลังก์สีทอง ชารีฟ การิม เจ้าชายอับดุลลาห์ นายพลมุสกัต ทหารชั้นผู้ใหญ่ และข้าราชบริพารคนอื่นๆ ยืนกันพร้อมหน้า ในที่ของตัวเอง
        
       พิธีการเริ่มแล้ว และเสนาบดีวังยืนอ่านประกาศเลื่อนยศมาเรื่อยๆ
       “เจ้าชายอับดุลลาห์ เจ้าชายแห่งอิชฟาอัค”
       เจ้าชายอับดุลลาห์เดินออกมาข้างหน้า
       เสนาบดีพูดต่อ “มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้เป็นรัชทายาท ผู้สืบทอด บัลลังก์ของฮิลฟาราต่อจากองค์อาหเม็ดที่ 3”
       อับดุลลาห์เดินเข้าไปและก้มลงรับตราตั้ง
       “มีพระบรมราชโองการให้เลื่อนยศนายพลมุสกัตตำแหน่งจอมพล ผู้บังคับบัญชาหารทหารสูงสุดแห่งกองทัพบก กองทัพเรือและกองทัพอากาศของฮิลฟารา”
       นายพลมุสกัตเดินออกมาเดินตัวตรงไปรับสายสะพาย และตราตั้งจากองค์อาหเม็ด เสนาบดีประกาศต่อ
       “ราชองครักษ์พันเอกนายแพทย์ชารีฟ อัลฟารัซ ผู้ซึ่งเกือบจะต้องพลีชีพเพื่อนำราชบัลลังก์และความสงบสุขกลับคืนมายังชาวฮิลฟารา”
       ชารีฟเดินออกมา ยังมีผ้าคล้องแขน สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสมาก
       เสนาบดีประกาศอีก “มีพระบรมราชโองการเลื่อนยศเป็นตำแหน่งนายพลตรี พร้อมกับให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ”
       ชารีฟเดินมาอย่างองอาจ สีหน้าของผู้คน ต่างชื่นชมยินดี ยิ้มแย้ม มากบ้างน้อยบ้างตามความสนิทสนม
       มือข้างหนึ่งของชารีฟ ยื่นมาแตะแหวนนิดหนึ่ง สายตา...บ่งบอกว่าคิดถึงเจ้าของแหวนมากเหลือเกิน
       ชารีฟเดินไปถึงองค์อาหเม็ด รับสายสะพาย รับตราตั้ง แล้วโค้งคำนับต่ำ
       องค์อาหเม็ดเข้ามาสวมกอด มองหน้า สายตารักใคร่ยินดีมาก ชารีฟยิ้มรับ
       “ประกาศให้รู้ทั่วกันว่า นายพลตรี นายแพทย์ชารีฟ อัลฟารัซ คือวีระบุรุษคนแรกของฮิลฟารา...” พลางหันมาทางชารีฟ ผายมือยกย่อง “ฮีโร่คนแรกของบัลลังก์เรา”
       
       ทุกคนตบมือโห่ร้องยินดีดังสนั่นท้องพระโรง
        
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 11
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 10
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 9
ฟ้าจรดทราย ตอนที่ 8
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 233 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 226 คน
97 %
ไม่เห็นด้วย 7 คน
3 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2015