หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกบันเทิง | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ : คุณชายรัชชานนท์

สุภาพบุรุษจุทาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 9

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
2 มิถุนายน 2556 23:59 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
สุภาพบุรุษจุทาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 9
        สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 9
       
        ที่วังกิตติวงศ์ในตอนเช้าวันนี้ ชัชวีร์นั่งกินข้าวเช้าอยู่ที่โต๊ะอาหารในครัว คนรับใช้สองคนช่วยกันจัดเตรียมอาหารเช้าอย่างรีบเร่ง
       
       อนุพันธ์เดินเข้ามาหยุดมองชัชวีร์ที่นั่งกินข้าวอยู่ราวกับคนรับใช้ในบ้าน คนขับรถถือจานข้าวมานั่งกินข้างชัชวีร์เหมือนคนระดับเดียวกัน ดูเป็นชีวิตปกติที่ทำอยู่ประจำ
       อนุพันธ์มองชัชวีร์แล้วรู้สึกเจ็บปวดใจที่ไม่ได้ดูแลชัชวีร์ให้ดีพอ
       “นายชัช”
       ชัชวีร์เงยหน้าขึ้นมองอนุพันธ์อย่างแปลกใจ
       
       ฝ่ายศินีนุชกับดารณีนุชเดินมานั่งที่โต๊ะอาหาร คนรับใช้ปราดเข้ามาเอาชามข้าวต้มปลาเข้ามาเสิร์ฟ
       “ว้าย ! ข้าวต้มปลา ฉันไม่กินปลา เอาออกไปเดี๋ยวนี้”
       “อ้าว ! แม่ก็เห็นลูกชอบกินปลา บอกว่ากินแล้วไม่อ้วนไม่ใช่เหรอ”
       “ตอนนี้นุชเกลียดปลาค่ะ เกลียดๆๆ แล้วนุชก็จะไม่กินปลาไปตลอดชีวิต คุณแม่ไม่รู้หรอกค่ะว่า นุชต้องไปเจออะไรในป่าบ้าง นี่นุชยังไม่ได้เล่าเรื่อง แม่พวกสาวบ้านป่าให้คุณแม่ฟังเลยใช่มั้ย ตายจริง ! นุชน่าจะเรียนหม่อมย่าเรื่องแม่สร้อยฟ้าตั้งแต่เมื่อคืน..นี่คุณแม่ฟังนุชอยู่หรือเปล่าคะ”
       ศินีนุชหันไปมองดารณีนุชที่นั่งหน้าตึงคอแข็งอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นอนุพันธ์พาชัชวีร์เข้ามา อนุพันธ์นั่งลงที่โต๊ะอาหาร แต่ชัชวีร์ยังยืนลังเลมองดารณีนุชอย่างอึดอัดใจ
       “นั่งซิ ! นายชัช”
       ชัชวีร์นั่งลงร่วมโต๊ะอาหารด้วยอย่างไม่เต็มใจ ดารณีนุชโยนผ้าเช็ดปากทิ้งลงบนโต๊ะทันที
       “ฉันไม่กินแล้ว”
       ดารณีนุชขยับตัวจะลุกออกจากโต๊ะ ศินีนุชละล้าละลังจะลุกตามแม่
       “นั่งลง ! ทั้งสองคน”
       ดารณีนุชมองอนุพันธ์ที่ดูดุและจริงจังจนต้องยอมนั่งลงตามเดิม ศินีนุชทรุดตัวลงนั่งตาม
       “นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทุกทีก็เห็นกินข้าวในครัวได้ วันนี้เกิดอยากเป็นผู้ดีกับเขาบ้างหรือยังไง”
       “ถ้าคุณเข้าใจความหมายของคำว่าผู้ดี คุณคงไม่ถามคำถามนี้หรอก คุณหญิง ผมไม่หวังให้คุณดูแลนายชัชเหมือนลูกหรอกนะ ขอแค่คุณปฏิบัติต่อนายชัชเหมือนกับที่ผู้ดีเขาปฏิบัติกับผู้อื่นก็พอแล้ว”
       “คุณชายอนุพันธ์”
       “แล้วต่อไปห้ามนายชัชไปนอนค้างที่กองบินฯอีก นายชัชมีสิทธิ์ที่จะอยู่บ้านหลังนี้เท่าๆกับยายนุช เพราะเขาเป็นลูกของผมเหมือนกัน ที่ผ่านมาผมหลีกเลี่ยงที่จะมีปัญหากับคุณ แต่ไม่อีกแล้ว ผมจะไม่ยอมให้ชัชวีร์ต้องลดศักดิ์ศรีไปมากกว่านี้อีกแล้ว”
       “งั้นก็เชิญคุณยกย่องลูกชายของคุณไปคนเดียวเถอะ สำหรับฉันมันก็คือไอ้ชัชที่มีฐานะไม่ต่างกับคนขับรถหรือคนสวน หรืออาจจะต่ำไปกว่านั้น จะต่ำแค่ไหน คงต้องให้มันไปถามแม่มันเอาเอง”
       ดารณีนุชลุกพรวดออกไปทันที ศินีนุชจะลุกตามแล้วต้องนิ่งขึงเมื่อเห็นอนุพันธ์มองมา
       ศินีนุชก้มลงกินข้าวต้มปลาอย่างฝืนทน ชัชวีร์นั่งนิ่งอย่างกินอะไรไม่ลง อนุพันธ์มองชัชวีร์อย่างรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก
       
       ภายในห้องรับแขก วังจุฑาเทพ สร้อย จ่อยและจันทาที่นั่งอยู่ด้วยกันอีกฝั่งหนึ่ง รอว่าต้องทำอะไรต่อไป รัชชานนท์ ธราธร พุฒิภัทร และรณพีร์นั่งรวมกันอีกฟากฝั่ง
       คุณชายทั้งสี่ได้มีโอกาสมองสร้อยอย่างจริงจังในครั้งนี้ ดูแล้วคิดพิจารณาว่าจะทำยังไงกับสร้อยดี
       “ไม่น่าจะได้” ธราธรบอก
       “แต่ก็ไม่น่ายาก” พุฒิภัทรว่า
       “คงต้องเปลี่ยนแปลงกันขนานใหญ่” รณพีร์บอก
       สร้อยเริ่มหน้าบูดบึ้งไปทุกทีที่โดนทุกคนจ้องมองเหมือนตัวประหลาด กรองแก้วหลังจากที่รูเรื่องหมดแล้ว เดินมามองพิจารณาดูสร้อยและจันทา
       “ได้ค่ะ แก้วคิดว่า แก้วพอจะช่วยเรื่องนี้ได้”
       ธราธรกับพุฒิภัทรลุกขึ้นทันที
       “งั้นก็หมดปัญหา ฉันไปทำงานล่ะ” ธราธรบอก
       “ฉันก็ต้องรีบไปโรงพยาบาลเหมือนกัน”
       รณพีร์รีบลุกหนีอีกคน รัชชานนท์ฉุดรั้งรณพีร์ไว้ทัน
       “เฮ้ย ! อย่าทิ้งกันอย่างนี้ซิ ไอ้ชายพีร์ นายต้องอยู่ช่วยฉัน พี่ชายใหญ่ พี่ชายภัทรครับ ไหนๆก็ช่วยผมมาตั้งแต่ต้นแล้ว ก็ช่วยกันต่อไปซิครับ ถ้าไม่มีพี่ๆช่วยเป็นกองสนับสนุน ผมเอาตัวไม่รอดแน่ๆ”
       “ฉันว่า ฉันช่วยนายมามากแล้วล่ะ”
       “กรองแก้วก็อยู่ช่วยนายแทนฉันนี่ยังไง”
       “ผมก็ช่วยพี่ชายเล็กจนสุดตัวแล้ว ผมไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรพี่ได้อีก ตัวผมเองมีทั้งคดีเก่าคดีใหม่ค้างอยู่ ไม่รู้หม่อมย่าจะชำระความเมื่อไหร่ ยังไงผมต้องขอเผ่นก่อนล่ะ”
       รณพีร์เดินพรวดพราดออกไปทันที
       “ไม่มีอะไรที่ต้องกลัว” ธราธรบอก
       พุฒิภัทรว่า
       “เดี๋ยวก็ผ่านไปได้”
       ธราธรกับพุฒิภัทรตบไหล่รัชชานนท์แล้วพากันเดินออกไป
       “ไม่อยู่ช่วยกันจริงๆหรือเนี่ย”
       รัชชานนท์ยืนเคว้งคว้างไม่คิดว่าจะถูกพี่ๆ น้องๆ ทิ้งไปเฉยอย่างนี้
       
       รัชชานนท์เดินกล้าๆกลัวๆเข้ามาถึงโถงกลางเรือนหม่อมเอียด เขาสูดหายใจลึกๆ มองไปที่รูปถ่ายของหม่อมเจ้าวิชชากรกับหม่อมหยกเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจให้ตัวเอง
       “ท่านพ่อ หม่อมแม่ ช่วยลูกด้วยนะครับ”
       หม่อมเอียดกับย่าอ่อนเดินลงมาจากชั้นบน,ชะงักมองรัชชานนท์
       “ชายเล็ก”
       “ชายเล็กจริงๆด้วย ชายเล็กกลับมาแล้วล่ะค่ะ คุณพี่ขา”
       รัชชานนท์โผเข้ากอดย่าเอียดและย่าอ่อนไว้แน่น
       “ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย”
       “ผมไม่เป็นอะไรครับ ผมกลับมาครบสามสิบสอง ไปลุยป่าอยู่หลายวัน ผมว่า ผมแข็งแรงขึ้นอีกนะครับ หม่อมย่า”
       “ผ่านความเป็นความตายมายังพูดเล่นได้อีก แสดงว่า ไม่เป็นไรแล้วจริงๆล่ะค่ะ คุณพี่” ย่าอ่อนบอก
       “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว อย่าหายไปอย่างนี้อีกนะ พอรู้ข่าวว่า เธอหายไปในป่า ย่าใจแทบขาด..บ้านเราทำไมถึงได้มีเรื่องมีราวไม่หยุดหย่อน ไม่เอาแล้วนะ ย่าไม่ขอรับฟังข่าวร้ายอีกแล้ว”
       “เรากินไม่ได้ นอนไม่หลับ ได้แต่สวดมนต์ภาวนาทุกวัน ขอให้หลานกลับมาอย่างปลอดภัย” ย่าอ่อนนิ่งอึ้งจุกอก น้ำตารื้น
       รัชชานนท์ทรุดตัวลงกราบเท้าหม่อมเอียดและย่าอ่อน
       “ผมกราบขอโทษครับ หม่อมย่า ผมเสียใจจริงๆครับ ย่าอ่อน ที่ทำให้ทุกคนต้องเป็นห่วง..ยกโทษให้ผมด้วยนะครับ”
       หม่อมเอียดกับย่าอ่อนประคองตัวรัชชานนท์ขึ้นมา
       “ย่ายกโทษให้...ไม่มีเรื่องอะไรที่ย่าจะยกโทษให้หลานไม่ได้”
       “หม่อมย่าพูดแล้ว...อย่าเปลี่ยนใจนะครับ ไม่ว่าผมจะไปก่อเรื่องอะไรมา หม่อมย่าก็จะยกโทษให้ใช่มั้ยครับ”
       
       รัชชานนท์ยิ้มปะเหลาะพยายามทำใจดีสู้เสือเข้าไว้ หม่อมเอียดกับย่าอ่อนมองหน้ากันชักเริ่มหวั่นใจ

สุภาพบุรุษจุทาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 9
        หม่อมเอียดกับย่าอ่อนตั้งหลักนั่งลงที่เก้าอี้ในห้องรับแขก หม่อมเอียดจ้องรัชชานนท์อย่างเอาเรื่อง ถ้าเป็นเรื่องไม่เข้าทีจะไม่ปล่อยไปได้ง่ายๆแน่
       
       “ย่าบอกแล้วว่า ย่าไม่อยากฟังข่าวร้ายอีก”
       “แต่เรื่องที่ผมจะเรียนให้หม่อมย่ากับย่าอ่อนทราบนี่.ผมว่า..น่าจะเป็นข่าวดี การแต่งงานเป็นเรื่องมงคล น่าจะเป็นข่าวดีไม่ใช่หรือครับ”
       “นี่หลานพูดเรื่องอะไร แต่งงาน...ใครจะแต่งงาน”
       “นี่อย่าบอกนะว่า หลานกับหนูนุชตกลงปลงใจกันไปแล้ว ถ้าไปก่อเรื่องดีๆ อย่างนี้ ย่าไม่ถือโทษโกรธอะไรหลานหรอก” ย่าอ่อนบอก
       “ไม่ใช่ครับ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับน้องนุช หม่อมย่าครับ ย่าอ่อนครับ ผมแต่งงานแล้วครับ ผมแต่งงานกับสาวเวียงภูคำที่ชื่อว่า สร้อยฟ้า”
       หม่อมเอียดตกใจ
       “สร้อยฟ้า”
       ย่าอ่อนจะเป็นลม
       “สาวเวียงภูคำ...”
       “ผมรอดชีวิตออกจากป่ามาได้ เพราะว่าได้สร้อยฟ้าเสี่ยงภัยช่วยชีวิตผมไว้ แล้วก็มีเหตุผลหลายอย่างที่เราต้องแต่งงานกัน เรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นรวดเร็วไปหน่อย แต่ผมแน่ใจว่า ผมตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกที่จะแต่งงานกับสร้อยฟ้า ผมหวังว่าหม่อมย่าจะยอมรับหลานสะใภ้คนนี้นะครับ”
       “เธอเป็นใคร ชายเล็ก! คุณชายรัชชานนท์ จุฑาเทพ อยู่ๆ ก็ไปคว้าผู้หญิงมาจากในป่า แล้วมาบอกย่าว่าแต่งงานกันแล้ว มันใช้ได้ที่ไหน คนมีชาติมีตระกูลเขาไม่ทำกัน แล้วที่ว่ามีเหตุผลที่จะต้องแต่งงาน มีเหตุผลว่าอะไร แจกแจงมาให้หมด แล้วย่าจะพิจารณาเองว่า แม่สร้อยฟ้านี่เหมาะสมที่จะเป็นสะใภ้จุฑาเทพหรือไม่” หม่อมเอียดร่ายยาว
       “ฟังแค่นี้ ย่าบอกได้เลยว่า ไม่ ไม่มีทางที่เราจะรับแม่สาวบ้านป่าเป็นหลานสะใภ้ ไม่มีทาง” ย่าอ่อนบอกเสียงดัง
       รัชชานนท์นิ่งอึ้งอย่างสยองขวัญ ในที่สุดฝันร้ายก็กลายเป็นจริง!
       
       ศินีนุชถือโทรศัพท์กำลังคุยสายอยู่กับสมศรีทางวังจุฑาเทพด้วยท่าทางหงุดหงิดใจ
       “ฉันรู้แล้วว่า คุณชายเล็กกลับมาแล้ว ฉันถึงสั่งให้หล่อนไปเชิญคุณชายมารับสายยังไงล่ะ อะไรนะ หล่อนนี่พูดไม่รู้ฟังจริงๆ แม่สมศรี ฉันต้องการพูดสายกับคุณชายเล็กเดี๋ยวนี้...โอ๊ย ! อะไรก็ไม่รู้”
       ศินีนุชวางโทรศัพท์ลงโครมอย่างขัดใจ ดารณีนุชที่รอฟังอยู่ รีบเข้ามาหาลูกสาวทันที
       “ว่ายังไง ลูก คุณชายเล็กกลับมาแล้วใช่มั้ย”
       “กลับมาแล้วค่ะ แต่ติดธุระอะไรอยู่ก็ไม่รู้ มาพูดสายกับนุชไม่ได้”
       “งั้นเราก็ไปวังจุฑาเทพกันเลยดีกว่า ป่านนี้คุณชายเล็กคงกำลังรอลูกนุชอยู่แน่ๆ”
       “ห้ามไปเด็ดขาด”
       แม่ลูกหันไปเห็นอนุพันธ์เดินเข้ามาขัดจังหวะได้ทันท่วงที
       “นี่อับอายขายหน้าไม่พออีกหรือยังไง ถึงยังคิดจะไปวังจุฑาเทพอีก”
       “อับอายขายหน้าอะไรกัน คุณนี่คิดเล็กคิดน้อยไปได้ ที่คุณชายเล็กไม่ได้กลับมาพร้อมกับลูกนุช ก็เพราะติดธุระสำคัญ”
       อนุพันธ์ ถามศินีนุช
       “งั้นขอถามหน่อย ลูกก็ได้เจอกับคุณชายเล็กแล้ว เขามีท่าทียังไงกับลูก เขายอมรับเป็นคู่หมั้นคู่หมายของลูกแล้วงั้นหรือ”
       ศินีนุชอึกอัก
       “เออ...คือ เรามัวแต่รีบหาทางออกจากป่ากัน ก็เลยยังไม่มีโอกาสพูดถึงเรื่องนี้น่ะค่ะ”
       “ไม่มีโอกาสหรือเขาไม่ได้สนใจไยดี เราเป็นผู้หญิง ต้องให้ผู้ชายเป็นฝ่ายมาหาไม่ใช่ไปตามไล่จับผู้ชายอย่างนี้ เลิกทำตัวเป็นผู้หญิงไร้ค่าได้แล้ว ถ้าพ่อไม่อนุญาต ห้ามไปวังจุฑาเทพเป็นอันขาด”
       “คุณพ่อ”
       ชัชวีร์เดินออกมา กำลังจะออกไปทำงาน ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นบรรยากาศอึมครึมตรงหน้า
       “งั้นแก ! นายชัช ไปวังจุฑาเทพเดี๋ยวนี้ ไปดูซิว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไม่มีใครส่งข่าวอะไรมาเลย ไปซิ ไปเดี๋ยวนี้เลย” ดารณีนุชจิกใช้
       “ผมต้องรีบไปรายงานตัวที่กองบินฯน่ะครับ ยังไงเย็นนี้ผมจะแวะไปให้นะครับ”
       “ไม่ได้ แกต้องไปเดี๋ยวนี้ สั่งอะไรก็ให้เป็นไปตามสั่ง”
       อนุพันธ์ ตัดบท
       “ไปทำงานได้แล้ว ไป”
       ชัชวีร์ยกมือไหว้ลาอนุพันธ์กับดารณีนุชแล้วเดินออกไป ดารณีนุชหันมามองอนุพันธ์อย่างขัดเคืองใจ แต่ท่าทีที่เอาจริงของอนุพันธ์ ทำให้ดารณีนุชไม่กล้าอาละวาดอีก ได้แต่ดึงศินีนุชออกไป อนุพันธ์มองตามอย่างระอาใจ
       
       ชัชวีร์เดินออกมาจากตึก อนุพันธ์เดินตามหลังมา
       “เดี๋ยวก่อน นายชัช”
       ชัชวีร์ชะงักหยุดแล้วหันกลับมายืนรอนิ่งขรึม รอฟังราวกับเป็นทหารใต้บังคับบัญชา
       “ไม่ต้องไปฟังคุณหญิงหรอกนะ”
       “ถ้าผมยังต้องอาศัยอยู่ที่นี่ ผมคงไม่ฟังไม่ได้หรอกครับ ไม่เป็นไรหรอกครับ ยังไงผมก็ต้องไปวังจุฑาเทพอยู่แล้ว แต่ผมเกรงว่า คุณหญิงจะได้รับข่าวร้ายมากกว่าข่าวดี”
       “มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ”
       ชัชวีร์ลังเลที่จะบอกเรื่องรัชชานนท์แต่งงานกับสร้อยไปแล้ว
       “ก็เกิดเรื่องยุ่งๆหลายเรื่องน่ะครับ อีกไม่นานคุณพ่อก็จะทราบเอง คุณพ่อมีเรื่องพูดกับผมแค่นี้ใช่มั้ยครับ”
       ชัชวีร์ขยับจะเดินออกไป
       “เดี๋ยว ! อย่าเพิ่งไป”
       ชัชวีร์ชะงักหยุดอีกครั้ง อนุพันธ์มองชัชวีร์ด้วยท่าทีนิ่งขรึมอย่างเป็นห่วงอยู่ลึกๆ
       “พ่อดีใจที่แกกลับมาอย่างปลอดภัย แต่ต่อไปอย่าทำอะไรหุนหันอย่างนี้อีก ชีวิตของแกมีค่าเกินกว่าจะไปเสี่ยงตายเพื่อคนอื่น”
       “ชีวิตผมไม่มีค่าเกินกว่าใครทั้งนั้น ไม่งั้นผมไม่ถูกย้ำเตือนทุกวันว่า ผมต้อยต่ำแค่ไหนหรอกครับ คุณพ่อ”
       ชัชวีร์เดินออกไป อนุพันธ์มองอย่างอึดอัดใจกับความลับที่เก็บงำไว้
       
       ภายในห้องแต่งตัว วังจุฑาเทพ กรองแก้วเลือกหยิบชุดเสื้อผ้าของเธอเองมาเลือกดูแต่ละชุด เมื่อเลือกชุดได้แล้วก็รีบส่งให้สร้อยที่ยืนปักหลักมองอยู่ด้วยสีหน้าเฉยๆ
       “ชุดนี้น่าจะเหมาะกับคุณสร้อยนะคะ”
       “เรียกอีสร้อยกะได้ คุณแก้ว บ่ใช่คำหยาบดอก ไผๆกะเรียกข้อยจังสั้น บ่เคยมีไผเรียกข้อยว่าคุณสร้อยฟังแล้วมันจั๊กจี้หูแท้”
       “เดี๋ยวก็จะชินไปเองแหละค่ะ ตอนนี้คุณสร้อยมีฐานะเป็นภรรยาของคุณชายเล็ก ชีวิตคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วนะคะ”
       จันทาในชุดของกรองแก้ว กลายเป็นสาวสวยสมัยใหม่เดินออกมาจากฉากกั้นสำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้า จันทาท่าทางเขินๆเก้อๆ แต่รู้สึกชอบที่ได้ใส่ชุดสาวกรุงเทพฯ
       “ใส่ได้พอดีเลยใช่มั้ยคะ คุณสร้อยไปเปลี่ยนชุดเลยค่ะ คุณชายเล็กคงกำลังรออยู่ เร็วหน่อยนะคะ เผื่อจะต้องลองกันหลายชุด”
       
       สร้อยถือชุดของกรองแก้วมาทาบกับตัว มองตัวเองในกระจกแล้วนิ่งคิด

สุภาพบุรุษจุทาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 9
        ฟากจ่อยเดินงุ่นง่านไปมาตรงบริเวณโถง รอสร้อยกับจันทาอยู่ สมบุญเข้ามาเมียงๆมองๆ ตามมาด้วยสองผัวเมีย ถนอมและสมศรี รวมทั้งแจ๋ว ต่างพากันยกขบวนกันมาดูพวกมาใหม่อย่างอยากรู้อยากเห็น
       
       สมศรีพูดกับสมบุญ
       “นี่หรือพวกบ้านนอกที่คุณชายเล็กพามา แกบอกว่า มากันหลายคนไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเหลือเจ้านี่อยู่คนเดียว”
       “ว่าแต่ว่า..คุณชายเล็กพามาที่นี่ทำไมกัน” ถนอมว่า
       “ฉันว่า คงจะให้มาทำงานที่นี่ล่ะมั้ง พ่อ” สมบุญว่า
       แจ๋วบอก
       “ให้มาทำงานอะไร ตอนนี้คนรับใช้ที่นี่แทบจะเดินชนกันตายอยู่แล้ว”
       แล้วทั้งสี่คนก็เริ่มสุมหัวกันคุยกันเองอย่างลืมตัว
       สมศรีบอก
       “นั่นน่ะซิ จะรับคนเพิ่มอีกทำไม แล้วก็ใช่ว่าใครก็จะมาทำงานที่วังจุฑาเทพได้ คุณอ่อนท่านเข้มงวดจะตายไป ท่านดูตั้งแต่หัวจรดเท้า พวกบ้านนอก เซ่อๆซ่าๆทำอะไรไม่เป็น ท่านไม่รับเข้าทำงานหรอก”
       “คุณชายเล็กคิดอะไรของเธอ หรือว่ามีผู้ใหญ่ฝากมา อย่างนี้ก็ต้องมาตกหนักที่พวกเราน่ะซิ คงต้องสอนงานกันอีกเยอะเลย” แจ๋วบอก
       “ฉันพนันได้เลยนะว่า ไอ้บ้านนอกพวกนี้อยู่ที่นี่ไม่ได้นานหรอก เห็นเจ้าผู้ชายแล้วใช่มั้ย ท่าทางอย่างกับนักเลงหัวไม้” สมบุญนึกไม่ถูกชะตากับจ่อย
       แจ๋วถามต่อ
       “แล้วแม่ผู้หญิงที่มาด้วยอีกสองคนเป็นยังไง สาวหรือแก่ หน้าตาคงโง่ๆ เซ่อๆ ท่าทางกะเร่อกะร่าล่ะสิ บ้านนอกคอกนาก็อย่างนี้แหละ โอ๊ย ! ยังไงก็ทำงานที่นี่ไม่ได้หรอก”
       “ไผว่า พวกเฮาสิมาเฮ็ดงานที่นี่”
       ทั้งสี่สะดุ้งเฮือกหันไปเห็นจ่อยมายืนอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
       “ถ้าพวกเจ้าอยากฮู้ว่า พวกเฮามาเฮ็ดหยังที่นี่ กะถามกันตรงๆ บ่ต้องมานินทาลับหลังผู้อื่นจังซี้”
       สมศรีอุบอิบ
       “ไม่ได้นินทา... ก็แค่คุยกันเท่านั้น แล้วตกลงพวกเธอมาทำอะไรที่นี่”
       “พวกเฮากะมาอยู่ที่นี่น่ะสิ”
       “ก็รู้แล้วว่า จะมาอยู่ที่นี่ แต่มาอยู่ในฐานะอะไรล่ะ พ่อคุ๊ณ” แจ๋วถาม
       กรองแก้วพาจันทาเดินลงมาจากชั้นบน จ่อยและทุกคนหันไปมองจันทา
       “แม่หญิงผู้นั้นชื่อ “จันทา” คุณชายรับเพิ่นมาอยู่ด้วยในฐานะน้องสาว”
       ถนอม สมศรี แจ๋วและสมบุญหันไปจ้องจันทาอย่างงงๆ จ่อยปลื้มเห็นจันทาสวยขึ้นไปอีก ถนอมกับสมบุญต่างโพล่งขึ้น
       “น้องสาว”
       จ่อยอย่างเบ่งประกาศศักดา
       “แล้วแม่หญิงอีกคนชื่อ อี...เออ...สร้อยฟ้า เพิ่นแต่งงานกับคุณชายที่หมู่บ้านของเฮา เพิ่นสิมาอยู่ที่นี่ในฐานะเมียของคุณชายรัชชานนท์”
       สมศรีกับแจ๋วร้องขึ้นพร้อมกัน
       “เมียคุณชาย”
       ถนอม สมศรี แจ๋วและสมบุญนิ่งอึ้งตะลึงพูดไม่ออก ต่างหันขวับมองไปทางชั้นบน รอการลงมาของสร้อยอย่างลุ้นระทึก กรองแก้วมองตามสายตาของทุกคนไปด้วยท่าทีกังวลใจ
       เสียงฝีเท้าของสร้อยเดินลงมา จ่อยมองไปที่สร้อยอย่างไม่แปลกใจ แต่ถนอม สมศรี แจ๋วและสมบุญมองสร้อยด้วยสีหน้าเหวอๆไปตามกัน
       
       รัชชานนท์เล่ารายละเอียดจนจบ เว้นเพียงเรื่องเดียว คือ เรื่องการตามหาเจ้ารัชทายาท เขาพยายามโน้มน้าวใจหม่อมเอียดและย่าอ่อนให้ยอมรับสร้อยให้ได้
       “หม่อมย่าครับ ย่าอ่อนครับ ไหนๆเรื่องก็มาถึงขนาดนี้แล้ว เราคงจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว ผมขอความกรุณาเถอะนะครับ กรุณารับสร้อยฟ้าเป็นสะใภ้ของจุฑาเทพ”
       “ย่ายังไม่ได้เห็นหน้าแม่สร้อยฟ้าของเธอเลย แล้วจะให้ย่ารับเป็นหลานสะใภ้ง่ายๆได้ยังไง”
       “โอ๊ย ! ไม่ต้องเห็นหน้าหรอกค่ะ คุณพี่ ยังไงเราก็รับแม่สาวบ้านป่าคนนี้เป็นหลานสะใภ้ไม่ได้ ! ไม่ได้อย่างเด็ดขาด” ย่าอ่อนบอก
       “แต่ผมกับสร้อยฟ้าแต่งงานกันอย่างถูกต้องแล้วนะครับ”
       “แต่งงานกันโดยที่ผู้ใหญ่ไม่ได้รับรู้ด้วยเลย จะเรียกว่า เป็นการแต่งงานที่ถูกต้องได้ยังไง ชายเล็ก...ไม่ว่าเธอจะติดหนี้บุญคุณแม่สร้อยฟ้าแค่ไหน ก็ไม่สมควรที่จะตอบแทนด้วยการแต่งงาน”
       “นี่คงเป็นการวางแผนจับชายเล็กตั้งแต่แรกแน่ๆ เลยค่ะ คุณพี่ ไม่งั้นคงไม่กักตัวชายเล็กไว้นานสองนานจนเกิดเรื่องเกิดราวอย่างนี้” ย่าอ่อนด่วนสรุป
       “ผมขอร้องล่ะครับ อย่าเพิ่งตัดสินสร้อยฟ้าจนกว่าจะได้รู้จักตัวตนจริงๆ ของเขาเสียก่อน แล้วทุกคนจะเข้าใจว่า ทำไมผมถึงตัดสินใจแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้”
       ย่าอ่อนพูดอีก
       “ย่าบอกแล้วว่า ไม่อยากรู้จัก ไม่อยากเห็นหน้า เธอพาแม่ผู้หญิงคนนี้ มาจากไหน ก็พากลับไปส่งคืนที่นั่นเลย”
       กรองแก้วพาจันทาเดินเข้ามา หม่อมเอียดและย่าอ่อนชะงักมองจันทา
       จันทารีบทรุดตัวนั่งลงที่พื้น ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม หม่อมเอียดกับย่าอ่อนจ้องมองจันทาเขม็ง พอเห็นจันทาที่สวยอ่อนหวานแล้วรู้สึกยังพอทน
       “แม่นี่เองหรือ” ย่าอ่อนถาม
       “ไม่ใช่ครับ นี่จันทา ลูกสาวพรานเจ้ยที่ผมเล่าให้ฟัง”
       กรองแก้วรีบไปดึงสร้อยที่ยังยืนแอบอยู่ ไม่ยอมเข้ามา
       “เข้ามาซิคะ คุณสร้อยฟ้า”
       รัชชานนท์รีบแนะนำให้ย่าเอียดและย่าอ่อนให้รู้จักสร้อย โดยไม่ทันหันไปมอง
       “นี่สร้อยฟ้าครับ ภรรยาของผม”
       รัชชานนท์ชะงักกึกไป เมื่อเห็นหม่อมเอียดและย่าอ่อนจ้องมองอย่างนิ่งอึ้ง เขาหันขวับมองตาม จึงได้เห็นสร้อยในชุดทะมัดทะแมงของเวียงภูคำที่ใส่ลุยป่า
       ย่าอ่อนบอก
       “โอ๊ยตาย ฉันอยากจะเป็นลม”
       “หนูแก้วพาแม่..แม่จันทานี่ออกไปก่อน ขอย่าจัดการทีละเรื่อง”
       
       สร้อยยืนมองหม่อมเอียดกับย่าอ่อนอย่างไม่นึกเกรงกลัวแม้แต่นิดเดียว

สุภาพบุรุษจุทาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 9
        จ่อยผุดนั่งผุดยืนรออยู่อย่างใจจดใจจ่อ ที่บริเวณหน้าเรือนหม่อมเอียด กรองแก้วพาจันทาเดินออกมา
       
       “เกิดอะหยังขึ้น จันทา เป็นหยังออกมาเร็วปานนี้ พวกเพิ่นบ่ต้อนรับพวกเฮาแม่นบ่ พวกผู้ดีชาววังบ่มีทางที่จะยอมรับคนบ้านป่าอย่างเฮาได้ดอก”
       “นายจ่อยอย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้เลย เรายังไม่รู้แน่ว่า หม่อมย่าท่านจะว่ายังไง แต่ฉันเชื่อว่า คุณชายเล็กจะต้องพยายามโน้มน้าวใจหม่อมย่าอย่างสุดความสามารถ”
       กรองแก้วแอบถอนใจแล้วพูดต่อ
       “แต่ทั้งนี้คุณสร้อยก็ต้องช่วยคุณชายด้วยนะ”
       “เจ้าสร้อยก็เป็นคนหัวดื้ออย่างนี้แหละค่ะ คุณแก้ว เขาไม่ชอบให้ใครมาสั่งหรือบังคับใจ” จันทาบอก
       “แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาเอาชนะคะคานกันนะคะ ตอนนี้คุณชายเล็กขอให้ทำอะไรก็ต้องทำตามไปก่อน นายจ่อยด้วยนะ ถ้าหากจะอยู่ที่นี่ด้วยกัน ก็ต้องรู้จักปรับตัวเหมือนกับน้องจันทา ต่อไปห้ามพูดภาษาเวียง แต่ต้องพูดภาษากลาง เข้าใจมั้ย”
       จ่อยโอด
       “ข้อยเว้าบ่เป็นเด้อ เกิดมากะอยู่แต่ในป่า เว้าแต่ภาษาเวียง คนบ้านป่าสิให้เปลี่ยนเป็นคนเมืองได้จังได๋ล่ะ คุณแก้ว”
       “แล้วคุณสร้อยฟ้าล่ะ เธอพูดภาษากลางได้หรือเปล่า”
       กรองแก้วเริ่มหนักใจแทนรัชชานนท์ขึ้นมาทันที
       
       หม่อมเอียดกับย่าอ่อนจับจ้องมองสร้อยทุกอิริยบทการเคลื่อนไหว สร้อยนั่งลงแปะที่พื้น รัชชานนท์ปราดเข้าไปนั่งประกบข้างสร้อยทันที
       “สร้อยฟ้า...นี่หม่อมย่าเอียดแล้วก็... คุณย่าอ่อนของฉัน”
       สร้อยก้มลงและยกมือไหว้ผู้ใหญ่อย่างถูกต้อง
       “นี่สร้อยฟ้าครับ ภรรยาของผมครับ”
       ย่าอ่อนหันไปปรึกษากับพี่สาวราวกับสร้อยไม่ได้นั่งอยู่ด้วย เพราะคิดว่าฟังภาษากลางไม่รู้เรื่อง
       “ไม่ไหวนะคะ คุณพี่ แม่นี่เป็นสาวเวียงภูคำไม่พอ ยังโตในหมู่บ้านกลางป่ากลางเขาอีก แล้วจะพูดจากันรู้เรื่องหรือคะ”
       “ไม่ต้องห่วงครับ ภาษาเวียงก็คล้ายๆกับภาษาอีสานบ้านเรา ฟังออกไม่ยากหรอกครับ ถ้าฟังคำไหนฟังไม่ออก ผมจะช่วยแปลให้เองครับ”
       “ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องพูด ยังไงย่าก็ไม่ยอมรับแม่นี่อยู่แล้ว ถามจริงๆ เถอะ ชายเล็ก ไม่อายคนเขาบ้างหรือยังไง ไปได้สาวบ้านป่าไร้การศึกษามาเป็นเมีย พูดภาษาไทยก็ยังไม่ได้”
       “ดิฉันพูดไทยได้”
       รัชชานนท์หันขวับมองสร้อยอย่างแปลกใจ อยากเขกหัวเข้าให้ พูดได้ก็ไม่บอก หม่อมเอียดกับย่าอ่อนเหวอไปพักแล้วตั้งสติได้
       “พูดได้แล้วทำไมไม่พูด นั่งนิ่งเหมือนคนใบ้ แล้วใครจะรู้ว่า เธอพูดไทยได้ พูดได้แล้วอ่านออกเขียนได้หรือเปล่า”
       “ได้ พ่อใหญ่ให้เรียนภาษาไทยตั้งแต่เด็ก แกสอนไว้ว่า เรามาอาศัยแผ่นดินไทยอยู่ เราก็ต้องเรียนรู้ภาษาและขนบธรรมเนียมประเพณีเจ้าของประเทศไว้ แต่เราก็ต้องไม่ลืมความเป็นเวียงภูคำของเราด้วย”
       รัชชานนท์รีบแก้ตัวให้
       “สร้อยฟ้าก็เลยใส่ชุดเวียงภูคำมายังไงล่ะครับ หม่อมย่า”
       “ดิฉันเป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ สาวบ้านป่า เกิดมาก็เห็นแต่ป่าแต่เขา ไม่มีชาติตระกูล ไม่มีทรัพย์สินเงินทอง”
       ย่าอ่อนพูดแทรกต่อทันที
       “และไม่มีอะไรที่คู่ควรกับชายเล็กได้เลย ที่เธอสองคนแต่งงานกันก็มีคนรู้เห็นไม่กี่คน งั้นก็ถือเป็นโมฆะไปก็แล้วกัน”
       “ไม่ได้หรอกครับ เพราะว่า เราสองคนจดทะเบียนเป็นสามีภรรยากันถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ! สร้อยฟ้าจะต้องอยู่กับผมที่นี่ในฐานะภรรยาของผมครับ”
       หม่อมเอียดกับย่าอ่อนมองรัชนนท์กับสร้อยอย่างนิ่งอึ้งตะลึงงันกันไป
       
       ภายในห้องห้าสิงห์ ใต้ตึกโดม วังจุฑาเทพ รัชชานนท์กับรณพีร์ยกมือขึ้นปะทะกันกลางอากาศแล้วจับมือเขย่ากันยกใหญ่
       “ดีใจด้วยจริงๆครับ ไม่คิดเลยว่า เรื่องจะลงเอยง่ายดายอย่างนี้” รณพีร์บอก
       “ฉันเตรียมตัวมาอย่างดีขนาดนี้แล้ว มีหรือจะรับมือกับหม่อมย่าไม่ได้”
       รัชชานนท์หยิบทะเบียนสมรสขึ้นมาโชว์อย่างสุดภูมิใจ
       “นี่ยังไงไม้ตายของฉัน ฉันกับสร้อยฟ้าจดทะเบียนกันแล้ว เราแต่งงานกันเป็นเรื่องเป็นราวอย่างนี้ ยังไงหม่อมย่าก็ต้องยอมรับสร้อยฟ้า แล้วก็จะมาบังคับให้ฉันแต่งงานศินีนุชไม่ได้แล้ว”
       รณพีร์บอก
       “คืนนี้เราควรไปฉลองกัน พี่ชายใหญ่ พี่ชายภัทรว่ายังไงครับ เราไปดินเนอร์กันที่ไหนดี”
       ธราธรนั่งอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เวียงภูคำอยู่ พุฒิภัทรกำลังเขียนจดหมายถึงปวรรุจ ทั้งสองไม่ผลีผลามเชื่อว่า หม่อมเอียดจะยอมถอยง่ายๆ
       “อย่าเพิ่งรีบฉลองเลย เราควรจะฉลองก็ต่อเมื่อหม่อมย่ายอมรับสร้อยฟ้าเป็นหลานสะใภ้อย่างเป็นทางการและด้วยความเต็มใจ” ธราธรบอก
       พุฒิภัทรเสริม
       “ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว จะต้องมีปัญหาตามมาแน่ นายก็เห็นคู่ฉันกับกรองแก้วมาแล้ว กว่าเราจะมาถึงวันนี้ได้ เราก็ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆมามากมาย”
       “ผมกับสร้อยฟ้าก็ฝ่าฟันเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายยิ่งกว่าพี่ชายภัทร พี่ยังเจอแค่ท่านพินิจคนเดียว เราเจอทหารเวียงเป็นกองทัพ” รัชชานนท์บอก
       “แล้วหม่อมย่ารับรู้ด้วยหรือเปล่าล่ะ ตอนนี้ในสายตาของหม่อมย่า สร้อยฟ้าเป็นแค่สาวบ้านป่าที่ไม่มีอะไรคู่ควรกับนาย สร้อยฟ้ายังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกเยอะ” ธราธรบอก
       กรองแก้วเดินเข้ามา สร้อยก็ค่อยๆเดินตามเข้ามา สร้อยอยู่ในชุดเดรสสมัยใหม่สวยแปลกตาไม่เหลือคราบสาวบ้านป่าเลย
       คุณชายทุกคนหันไปมองอย่างนิ่งอึ้ง โดยเฉพาะรัชชานนท์ที่มองจนตาแทบไม่กะพริบ
       รณพีร์สะกิดพุฒิภัทร
       “เขียนบอกพี่ชายรุจไปด้วยนะครับ ว่า น้องสะใภ้คนใหม่สวยไม่แพ้นางสาวศรีสยามของพี่เลย”
       พุฒิภัทรเดินเข้าไปจูงมือกรองแก้วให้เข้ามานั่งที่เก้าอี้อย่างสุภาพบุรุษที่ให้เกียรติสุภาพสตรี กรองแก้วยิ้มกริ่มภูมิใจ
       “เห็นฝีมือแก้วหรือยังล่ะคะ”
       แล้วกรองแก้วก็พูดเสียงเบาลง และยิ้มเอ็นดูสร้อย
       “แต่กว่าจะยอมเปลี่ยนชุดก็ทำเอาแก้วแทบหมดแรงเลยค่ะ”
       ธราธรหันมามองรัชชานนท์เป็นเชิงเตือน รัชชานนท์หายเหวอแล้วรีบไปหาสร้อย
       “ผมขออนุญาตแนะนำสมาชิกคนใหม่ของครอบครัวเราอย่างเป็นทางการ สร้อยฟ้า จุฑาเทพ ภรรยาของผมครับ”
       รัชชานนท์โอบไหล่สร้อยอย่างปลื้มใจ สร้อยศอกใส่รัชชานนท์แล้วพยายามเบี่ยงตัวออก
       รณพีร์ได้ทีรีบแซว
       “อย่างนี้ไม่ต้องจัดงานแต่งงานอีกครั้งแล้วใช่มั้ยครับ งั้นคืนนี้ก็ให้พี่ชายใหญ่ส่งตัวบ่าวสาวเข้าหอได้เลย”
       
       สร้อยหันขวับมามองรัชชานนท์ที่ยิ้มกริ่มชอบใจ แววตาสร้อยบอกชัด ฝันไปเถอะ คุณชาย!!
       
       อ่านต่อหน้า 2

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สุภาพบุรุษจุทาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 12 อวสาน
สุภาพบุรุษจุทาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 11
สุภาพบุรุษจุทาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 10
สุภาพบุรุษจุทาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 9
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 8
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 109 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 96 คน
89 %
ไม่เห็นด้วย 13 คน
11 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2015