หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกบันเทิง | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ 3 ทหารเสือสาว มนต์จันทรา

มนต์จันทรา ตอนที่ 1

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
8 พฤษภาคม 2556 08:52 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
มนต์จันทรา ตอนที่ 1
        มนต์จันทรา ตอนที่ 1 (ต่อ)
       
       ภาพจำในอดีตจางจากมโนนึกสองแฝดไปแล้ว สาระสะมากำลังมองดูน้องสาวด้วยความสงสารเห็นใจ เพราะไม่ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน บาดแผลทางใจก็ไม่เคยจางหายไปเลย สาระสะมาสงสารน้องจับใจ
       
       "เรื่องมันตั้งนานแล้ว นายยังไม่ลืมอีกเหรอ"
       สาระวารีเจ็บใจสุดๆ ขบกรามแน่น
       "สีหน้าท่าทางของน้ารดีตอนนั้นต่อให้เราตาย เราก็ไม่มีวันลืมหรอก ทำเหมือนกับเราเป็นตัวเสนียด ถ้าไม่ใช่เพราะคุณยายทิ้งพันธบัตรไว้ให้พวกเรา ป่านนี้อย่าว่าแต่บ้านเล๊ย จะมีเงินเรียนรึเปล่าก็ยังไม่รู้ ทุกอย่างมันเป็นเพราะพ่อ ถ้าพ่อไม่ติดพนัน แม่ก็คงไม่ต้องตาย เราสองคนก็คงไม่ต้องไปเป็นหนี้บุญคุณใคร ให้มันมาด่าเอาได้ว่า เป็นเด็กเลือดชั่วอย่างงี้หรอก"
       สาระสะมาสงสารน้องเปลี่ยนเรื่องพูด
       "พอแล้ว เลิกพูดเรื่องไม่สบายใจดีกว่า"
       สาระวารีหน้าตึงโวยขัด
       "แล้วก็ไม่ต้องถามเราด้วยนะ ว่าเราจะไปงานเค้ารึเปล่า เรากำลังยุ่งต้องเตรียมตัวหาข้อมูลไปทำข่าวที่ตราด แต่ต่อให้ไม่มีงาน เราก็ไม่มีวันไปเหยียบบ้านน้าสรัลเด็ดขาด"
       "นายจะไปทำข่าวที่ตราดเหรอ"
       สาระสะมาหน้าขรึมลงแล้วบอก
       "สิบเจ็ดปีแล้วสินะ ที่เราสองคนไม่ได้กลับไปที่นั่นเลย"
       "ไม่ต้องกลับก็ดีแล้ว ไม่เห็นจะมีเรื่องอะไรให้น่าจดจำซักอย่าง"
       สาระสะมาได้แต่ถอนใจ
       "แล้วนายจะไปทำข่าวอะไรที่ตราดเหรอ"
       "ข่าวคาสิโนน่ะ มีผู้ชายคนนึงชื่อษมา ชื่อเหมือนนายแหละ แต่สะกดคนละแบบ เค้ากำลังจะเปิดคาสิโนบนเกาะแถวชายแดน เห็นว่าจะสร้างใหญ่โต หรูหราไม่แพ้ที่มาเก๊าเลยนะ"
       สาระสะมานึกเป็นห่วง
       "แล้วนายจะทำข่าวได้เหรอ ถ้าไม่สบายใจก็ให้บอกอส่งคนอื่นไปทำแทนสิ"
       สาระวารียิ้มขำๆ
       "เราไม่ใช่เด็กแล้วนะสะมา เราแยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานออกน่ะ มันแปลกดีนะ เกลียดอะไรมักจะได้ยังงั้น"
       สาระวารีสายตาแข็งกร้าวแล้วพูดต่อ
       "เราเกลียดการพนันที่สุด แต่ก็ต้องกลับไปตราดเพื่อทำข่าวบ่อนจนได้"
       สาระสะมาตบไหล่น้องสาวที่ส่ายหน้าไปมาอย่างให้กำลังใจ สาระวารีถอนหายใจ ยกมือขึ้นกอดอก เงยหน้ามองพระจันทร์แก้เซ็งไป
       
       ปืนถูกยิงขึ้นฟ้าเสียงดังสนั่น ษมาเป็นคนยิงปืนขู่พวกคนงานที่กำลังชกต่อยกัน โดยมีพิพัช และจันเลา
       ยืนคุ้มกันอยู่ใกล้ๆอีกที พวกคนงานกลัวจนหน้าถอดสี รีบผละออกจากกันทันที
       "ฉันเคยบอกแล้วใช่มั้ย ถ้าจะทำงานกับฉัน ห้ามมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันที่เกาะของฉันเด็ดขาด" ษมาพูดเสียงดุ
       คนงานคนที่ 1พยายามจะอธิบาย
       "แต่คุณษมาครับ"
       ษมาตะคอกสวนทันที
       "ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น"
       คนงานทุกคนจ๋อยไป
       "พวกแกทุกคนก็รู้ว่า สถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไง คนที่มันอยากได้สัมปทานคาสิโนแทนฉันมีเต็มไปหมด ถ้าพวกเรากันเองยังไม่สามัคคีกัน แล้วจะไปรับมือกับใครเค้าได้"
       ษมาจ้องหน้าคนงานแต่ละคน พวกคนงานกลัวจนหัวหด ไม่มีใครกล้าสบตาษมาซักคน
       "ถ้าใครไม่อยากทำงานกับฉันก็ออกจากเกาะไป แต่ถ้ารักจะทำงานอยู่ที่นี่ต่อ ก็ต้องทำตามกฎของฉัน"
       พวกคนงานต่างเลิ่กลั่ก กลัวตกงาน
       พิพัชขู่ซ้ำ
       "เอ้าว่าไง คุณษมาท่านให้โอกาสแล้ว จะอยู่หรือจะไปก็ว่ามา"
       คนงานพยักเพยิดให้ตัวแทนพูดตอบไป คนงานคนที่ 2 ยกมือไหว้ษมา
       "ผมขอโทษครับคุณษมา ต่อไปพวกเราจะไม่ทำอีกแล้วครับ"
       จันเลาพูดซ้ำ
       "อย่าสักแต่รับปากพล่อยๆ พวกเอ็งก็รู้ ว่าคนอย่างคุณษมาพูดคำไหน เป็นคำนั้น"
       พวกคนงานรีบพยักหน้ารับ ทั้งกลัวตกงานและกลัวษมาสุดๆ
       "แยกย้ายไปทำงานได้แล้ว" พิพัชบอก
       คนงานแยกย้ายกันไป ษมาหน้านิ่งจ้องมองคนงานด้วยสายตาแข็งกร้าว ดูมีอำนาจน่าเกรงขาม
       
       ษมาเดินหัวเสียกลับขึ้นระเบียงบ้านมา โศภียืนรออยู่ด้วยสีหน้าท่าทางเป็นห่วง
       "คนงานมีเรื่องอะไรกันเหรอคะ"
       "ผมไม่รู้ แล้วก็ไม่สนด้วย แต่กฎของเกาะนี้คือสิ่งที่ทุกคนต้องเคารพ"
       ษมาเดินไปนั่งสงบสติอารมณ์ โศภีเดินมานั่งข้างๆ พูดจาเอาใจ
       "ดีค่ะ คนพวกนี้ต้องกำราบให้อยู่หมัด"
       โศภีหันมองไปทางตัวบ้าน ชักสีหน้าเซ็งๆ
       "ของว่างจะได้ทานวันนี้มั้ยเนี่ย"
       ลำแพงเดินหน้านิ่ง ยกของว่างยามบ่ายออกมาให้ษมา และโศภี ทานคู่กับน้ำชา
       " แล้วนี่เมื่อไหร่คาสิโนถึงจะเสร็จเรียบร้อยซะทีคะ โศไม่สบายใจเลย ห่วงความปลอดภัยของคุณ" โศภี สีหน้าออดอ้อน
       ลำแพงเสิร์ฟของว่างไป เธอหน้านิ่งทำเหมือนไม่สนใจ แต่หูเงี่ยฟังตลอดเวลา
       "นี่ก็เร็วกว่าที่คิดไว้เยอะแล้วนะครับ ภายในปีนี้ก็คงเรียบร้อยแล้วล่ะ" ษมาบอก
       "แล้วคุณไม่คิดหาใครมาร่วมหุ้นด้วยจริงๆเหรอคะ มีหุ้นส่วนหลายคน คุณจะได้ไม่ถูกพุ่งเป้าคนเดียว"
       "ไม่จำเป็นหรอก ผมเคยบอกคุณแล้วนี่ ว่าคาสิโนที่พระฮามเป็นความฝันของผม แล้วผมก็ยังไม่อยากให้ใครมาร่วมแบ่งฝันของผมด้วย"
       ษมายิ้มบางๆบนใบหน้า ลำแพงอมยิ้มชื่นชมเจ้านาย โศภีเหล่มองลำแพง
       "ถ้าจะเสิร์ฟนานขนาดนี้ ก็ลากเก้าอี้มานั่งคุยด้วยกันซะเลยสิจ๊ะลำแพง"
       โศภีแขวะ ลำแพงไม่แยแส ลุกจะเดินออกไป
       "เดี๋ยวลำแพง เรือที่จะไปส่งคุณโศภี จัดการเรียบร้อยรึยัง"
       "ดิฉันให้เจ้าแลงไปจัดการแล้วค่ะ"
       โศภีออดอ้อนษมา
       "อะไรกันคะ นี่คุณจะให้โศกลับแล้วเหรอคะ เดี๋ยวอีกสี่ห้าวัน คนของโศก็มารับเองล่ะค่ะ เสียแรงที่โศเป็นห่วงคุณ ไม่ทันไรก็ไล่กันซะแล้ว"
       ษมายิ้มรับ
       "ผมไม่ได้ไล่ แต่ผมกลัวคุณจะโดนลูกหลงไปด้วย ช่วงนี้ผมงานเยอะ คงไม่มีเวลาดูแลคุณ แล้วผมก็ไม่อยากให้คุณถูกนินทาเสียๆหายๆด้วย"
       
       โศภีทำหน้าจ๋อยๆ

มนต์จันทรา ตอนที่ 1
        ขณะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของษมาก็ดังขัดขึ้น เขาดูเบอร์แล้วกดรับ
       
       "ว่าไง ... เออ ก็ดีเหมือนกันนะ ว่าต่อไปซิ"
       ษมาลุกเดินเข้าไปในบ้านคุยโทรศัพท์ พอษมาเดินเลี่ยงไป โศภีก็หน้าหงิกบอกบุญไม่รับทันที
       "ดิฉันจะให้เด็กไปเก็บของในห้องคุณเลยนะคะ"
       "ไม่ต้อง ฉันเก็บของฉันเองได้ ของฉันแพงๆ ทั้งนั้น กลัวถูกขโมย"
       ลำแพงอมยิ้มเย็นๆ ไม่โต้ตอบอะไร ตั้งท่าจะเดินออกไป
       โศภีมั่นใจว่าลำแพงยิ้มเยาะ จึงลุกขวาง ตวาดแว๊ด
       "ยิ้มอะไร"
       "คุณคิดว่าดิฉันยิ้มเพราะอะไร ก็ตามนั้นล่ะค่ะ"
       ลำแพงพูดเสียงเย็น หน้านิ่ง ก่อนเดินหน้านิ่งเลี่ยงเข้าบ้านไป
       โศภีบ่นพึมพำ
       "ฉันเป็นคุณนายเกาะนี้เมื่อไหร่ แกตกงานเป็นคนแรกแน่นังซอมบี้"
       โศภีมองตามด้วยความเจ็บใจ เหม็นขี้หน้าลำแพงสุดๆ แต่ต้องสร้างภาพกับษมา ตอนนี้เลยทำอะไรมากไม่ได้
       
       กลางวันต่อเนื่องมา มัทนาและมีคณาเดินนำเข้าไปนั่งในร้านก๋วยเตี๋ยวยามบ่าย ซึ่งคนไม่เยอะแล้ว ปล่อยให้สาระวารีสั่งอาหารเป็นคนสุดท้ายกับเจ๊คนขายรูปร่างตุ้ยนุ้ย
       สาระวารีบีบนวดบ่าให้เจ๊
       "แห้งชามน้ำชามเหมือนเดิม วันนี้หิวจัด ให้เวลา 5 นาทีนะเจ๊ เกินนั้นจะลุกมาลุยหน้าเตาเอง"
       เจ๊คนขายยิ้มๆบอก
       "โมโหหิวมาจากไหนจ๊ะ นั่งรอแป๊บนึงนะ"
       "จ้ะเจ๊" สาระวารีแกล้งบีบชั้นไขมันข้างเอวทั้งสองข้างของเจ๊อย่างมันเขี้ยว
       "จ้ำม่ำซะจริงนะน้องเอ๋ย"
       เจ๊คนขายเขินตีแขนเบาๆ
       "น้องวารีนี่"
       สาระวารีเดินยิ้มแย้มอารมณ์ดีไปนั่งที่โต๊ะ มัทนารินน้ำใส่แก้วให้พี่ๆ
       "อิจฉาพี่วารีจัง ทานเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน"
       "ก็โวยวายมากๆ เหมือนพี่สิ แคลอรี่มีเท่าไหร่ผลาญเรียบ"
       มีคณาถาม
       "บอกอเค้าให้มัทไปทำข่าวเขตต์ตวันประเด็นอะไรเหรอจ๊ะ"
       "ประวัติน่ะพี่มี่ มีแหล่งข่าวโทรมาบอกข้อมูลใหม่ มัทต้องลงไปภูเก็ตพรุ่งนี้เลย อยากได้อะไรกันมั่งคะ"
       "อ้าว นี่มัทต้องไปภูเก็ตเหรอ พี่ก็ต้องไปตราดเร็วๆ นี้เหมือนกัน" สาระวารี บอก
       "มัทได้ยินแว่วๆว่าพี่วารีต้องไปเกาะช้างใช่มั้ยคะ"
       "ไม่ใช่ เกาะยานก เกือบติดชายแดนเขมรโน่นแน่ะ"
       มีคณาถามสาระวารีด้วยความสงสัย
       "มีประเด็นข่าวอะไรน่าสนใจเหรอวารี"
       "คาสิโน มีข่าวว่าเจ้าของเกาะทำเรื่องขอเปิดคาสิโนถูกกฎหมายที่โน่น และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะได้รับอนุญาต"
       "ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อยังงี้ มี่ว่าไม่น่ายอมให้สัมภาษณ์ง่ายๆหรอก"
       สาระวารียักไหล่
       "ก็ท้าทายดี"
       สาระวารีชักโมโหหิว บ่นฮุบก่อนตะโกนไปหน้าร้าน
       "แค่ลวกเส้นใส่เครื่องทำไมช้าจัง... จะกินกันเองแล้วเจ๊ ได้ยัง"
       มัทนาขำๆ ชอบใจหันมองไปทางเจ๊ สาระวารีเหล่มองมัทนา
       "อารมณ์ดีไว้เยอะๆ นะน้อง เดี๋ยวจะขำไม่ออก งานเราก็ไม่หมูเลยนะมัท นายตวันนี่เฮี้ยวกับนักข่าวยังกะอะไรดี เค้าขยาดกันทั้งนั้นแหละ"
       มัทนากระหยิ่มยิ้มย่องบอก
       "ก็ท้าทายดีเหมือนกันล่ะค่ะพี่วารี คุ้มที่จะเสี่ยง เพราะมัทจะได้ย้ายไปโต๊ะการเมืองซะที"
       มีคณาถอนใจยาว ชักสีหน้าเหนื่อยใจออกมา
       "น่าอิจฉาจังเลย มีแต่งานท้าทายทำกันทั้งนั้น ช่วงนี้พี่ก็มีแต่ข่าวโสเภณีเด็ก ตามปราบไม่หมดไม่สิ้นซะที"
       "ก็มีงานแฟชั่นการกุศลที่บอกอจะให้พี่มี่ไปแทนมัทไงคะ"
       มีคณาเบะปากอย่างเซ็งๆ
       "พี่ไม่ชอบนี่นา"
       มัทนามีสีหน้ากระล่อน
       "งั้นลองซ้อมไปงานแฟชั่นโชว์กับมัทเย็นนี้ก่อนนะคะเผื่อจะติดใจ...ทั้งพี่มี่ทั้งพี่วารีเลยนะ จะได้มีเวลาเมาท์กันนานๆ พรุ่งนี้มัทก็ต้องไปภูเก็ตแล้ว เมื่อไหร่จะได้กลับก็ไม่รู้" มัทนาส่งสายตาอ้อน ยื่นมือไปเกาแขน
       วารีที มีคณาที
       "ไม่ต้องมาทำแมวใส่ฉัน ไปก็ได้ย่ะ"
       มีคณาปั้นยิ้มพยักหน้ารับปาก
       "เย้"
       สาระวารีพูดให้กำลังใจเพื่อน
       "คิดบวกไว้สิมี่ อยู่ๆ มี่ก็ต้องไปงานแฟชั่นโชว์ที่ไม่ปลื้ม ฟ้าอาจจะกำหนดให้มี่ได้เจอเรื่องดีๆ ก็ได้นะ"
       มีคณาถอนใจส่ายหน้าไม่เชื่อ
       "ขอให้เป็นยังงั้นทีเถอะย่ะ"
       สาระวารีอมยิ้ม นึกสนุก
       "ก็ไม่แน่น้า บางทีเราทั้งสามคนได้อยู่ห่างๆกันนานๆ บ้าง อาจจะมีหนุ่มๆ กล้าเข้ามาทำให้หัวใจเรา กระตุกกะเค้ามั่ง"
       สาระวารีทำมือรูปหัวใจตรงตำแหน่งหัวใจ แล้วทำท่ากระตุกแบบแดนเซอร์ 2 ที มัทนาหัวเราะชอบใจ
       มีคณาขำปนอาย เตือนเพื่อน
       "วารี ไม่อายคนเค้ารึไง"
       "ทำไมล่ะ เห็นชอบเต้นกันจั๊ง เลิกฮิตแล้วเหรอะ"
       สาระวารีทำท่าหัวใจกระตุกมาอีก 3 ทีซ้อน มัทนาตบมือหัวเราะถูกใจ
       
       มีคณาอดขำไม่ได้พร้อมกับตีผสมผลักเพื่อนไปแรงๆ เป็นที่ครื้นเครงกันไป
        

มนต์จันทรา ตอนที่ 1
        ช่วงตอนหัวค่ำ สาระวารีสวมชุดนอนนั่งอยู่ภายในห้องรับแขก กำลังเช็กกล้อง และอุปกรณ์การทำงานเพื่อเตรียมเดินทางไปตราด ข้างๆ ตัวสาระวารีมีถุงใส่ไวน์ของพี่สาวอยู่ สาระสะมาเดินถือแก้วนมเข้ามาหาน้องสาวฝาแฝด
       
       "มีอะไรให้ช่วยมั้ย จะขึ้นนอนแล้วนะ"
       "จะเสร็จแล้วล่ะ"
       สาระวารีสีหน้าจับผิด คาดคั้นจ้องหน้าพี่สาวก่อนจะหยิบถุงใส่ไวน์ขึ้นมา
       "แล้วนี่อะไร เตรียมไปฝากใครไม่ทราบ"
       สาระสะมาสีหน้าเจื่อนๆ
       "เอ่อ น้ารดีเค้าฝากซื้อ เค้าบอกว่าคุณอาของคู่หมั้นดา จะมาเป็นตัวแทนฝ่ายชายให้ เค้าชอบดื่มไวน์ น้ารดีเค้าเลยอยากจะต้อนรับให้ดี"
       สาระวารีแขวะ
       "ฝากซื้อหรือว่าไถของฟรีกันแน่ นายนึกว่าเราไม่รู้เหรอะ นายไปบินทีไร เค้าก็ไถของฝากประจำ"
       "ไม่ประจำซะหน่อย นานๆที ถือซะว่าเป็นของขวัญงานหมั้นดาก็แล้วกัน"
       สาระวารียังโวยวาย
       "นายก็เป็นซะอย่างเงี้ย ทีตอนเค้าไล่ออกจากบ้านทำไมไม่จำมั่ง นี่ถ้าเราสองคนไม่มีงานดีๆทำ เค้าจะมานับญาติด้วยมั้ย"
       "นายก็ฝังใจเจ็บไม่เลิกซะที ยิ่งคิดก็ยิ่งทุกข์ ลืมๆไปซะเถอะ ... ไปดีกว่า"
       สาระสะมารีบตัดบท ชิ่งหนีไปเลย สาระวารีส่ายหน้าก่อนจะหยิบไวน์ออกมาดู อย่า
       งเสียดายเงินสุดๆ
       "ท่าจะขวดละหลายตังต์ ตั้งสองขวดแน่ะ"
       สาระวารีฉุกคิดขึ้น แล้วมองขวดไวน์ในมือ ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างมีแผน
       
       ยามสายของงานหมั้น ซึ่งจัดขึ้นที่สวนบ้านสรัล ในบรรยากาศ เล็กๆแต่น่ารัก มีแขกเหรื่อมางานพอสมควรแต่ไม่มากนักเพราะมีแต่เพื่อนหรือญาติสนิทเท่านั้น
       รุจิดา และคู่หมั้นยืนพูดคุยกับแขกด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส อาของคู่หมั้นกำลังจะขึ้นไปพูดขอบคุณแขกเหรื่อ โดยมีสรัล รินรดี รุจรวี และสาระสะมา ยืนยิ้มแย้มอยู่ใกล้ๆ
       รินรดี และรุจรวี ประจบเอาใจอาคู่หมั้นสุดๆเพราะเป็นคนรวย
       อาพูดใส่ไมค์ ยิ้มแย้ม
       "ผมขออวยพรให้ทั้งคู่รักกันมั่นคงความรักราบรื่น ไร้อุปสรรคใดๆ และพวกเราในที่นี้จะนับวันรอที่จะได้เห็นทั้งคู่เข้าพิธีสมรสและครองคู่สร้างครอบครัวที่มีความสุขด้วยกันต่อไป"
       น้ารินรดีถาม
       "รวี ไวน์ที่เตรียมไว้ล่ะ"
       รุจรวีรีบไปหยิบแก้วใส่ไวน์มาให้
       "นี่ค่ะแม่"
       "รีบเอาไปให้คุณอาสิ"
       รุจรวีเอาแก้วไวน์ไปให้อาของคู่หมั้นพี่สาว อารับแก้วไวน์มา สีหน้ายิ้มแย้ม
       "และในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ ผมขอเชิญชวนทุกท่าน ดื่มอวยพรให้กับคู่หมั้นพร้อมๆกันครับ"
       แขกเหรื่อทุกคนหยิบเครื่องดื่มลุกขึ้นยืน พวกสาระสะมาเองก็ถือเครื่องดื่มเตรียมไว้ อาชูแก้วบอก
       "ไชโย"
       ทุกคนในงานร่วมไชโย
       อาของคู่หมั้น ดื่มไวน์ฉลอง แต่ทันใดนั้นก็พ่นพรวดออกมา เพราะสำลักยาดองที่สาระวารีเอามาเปลี่ยนแทนไวน์ ท่ามกลางความตกใจของทุกคนในงาน
       สาระสะมาตกใจปนงง ว่าเกิดอะไรขึ้น!!
       
       ผ่านเวลาเล็กน้อย รินรดียื่นถุงใส่ไวน์ 2 ขวดให้สาระสะมารับไปด้วยความโกรธจัด รุจรวียืนหน้าหงิก
       อยู่ใกล้ๆ
       "เอาของเธอกลับไปเลยแม่สะมา แล้วก็ฝากบอกน้องสาวเธอด้วย ว่าถ้าไม่นับญาติกันแล้วก็ไม่เป็นไร แต่อย่ามาฉีกหน้าฉันแบบนี้"
       สาระสะมาหน้าเสีย ยกมือไหว้
       "หนูขอโทษแทนวารีด้วยค่ะน้ารดี ไม่คิดเลยว่าเค้าจะเล่นอะไรแผลงๆ เอายาดองเหล้ามาเปลี่ยนแทนไวน์แบบนี้"
       รุจรวีออกอาการโมโหมากไม่แพ้แม่ เธอหยิบการ์ดออกมาใบนึง ยัดใส่มือสาระสะมา
       "ไม่ใช่แค่เปลี่ยนไวน์นะ... ยังเขียนการ์ดเยาะเย้ยถากถางมาด้วย นี่ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะฉันกับแม่มัวแต่ยุ่งรับแขก ก็คงไม่หลงกลน้องเธอหรอก"
       "อ่านออกเสียงมาดังๆเลยนะ จะได้รู้ความร้ายกาจของน้องสาวเธอ" รินรดีบอก
       สาระสะมาเปิดการ์ดออกอ่านออกเสียง
       "ถึงท่านผู้เฒ่า..." สาระสะมากลืนน้ำลายก่อนจะอ่านต่อ
       "ยี่สิบแปดดีกรีสองขวดนี้ ยกให้เป็นของขวัญ ขอให้จิบเพียงวันละน้อยๆ แล้วจะค่อยๆมีพลัง เตะปี๊บดังไปอีกหลายๆปี ไวน์ยี่สิบแปดดีกรียี่ห้อชาร์โต เดอ วารี"
       สาระสะมาจ๋อยสนิท เถียงไม่ออกซักคำ รุจรวีโมโหมาก จิกตามองสาระสะมา
       "ไปรับแขกเถอะค่ะคุณแม่ อย่ามาเสียเวลากับพวกอกตัญญูเลยค่ะ"
       สองแม่ลูกสะบัดพรืดใส่ ก่อนจะเดินออกไปอย่างอารมณ์เสีย
       
       สาระสะมาถอนใจหนักหน่วง ก่อนจะมองไวน์ในมือแล้วหัวเราะออกมา ถึงจะเคืองน้อง แต่ก็อดขำไม่ได้

มนต์จันทรา ตอนที่ 1
        นักข่าวหนุ่มเดินถือแฟ้มงานจะเดินไปห้องบ.ก. ไชยวัฒน์ สาระวารีเดินเลี้ยวมาเห็นเข้าพอดี สีหน้าเจ้าเล่ห์ กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปแซงหน้าทันที
       
       นักข่าวหนุ่มตั้งท่าจะเคาะประตูห้อง แต่มือวารีแย่งมาเคาะก่อน นักข่าวเหล่มอง
       "พี่วารี ผมงานเร่ง"
       "ของพี่เร่งกว่า"
       สาระวารีทำหน้าตากวนใส่ นักข่าวหนุ่มแกล้งเบียดจะเปิดประตูเข้าไป
       "เข้ามา"
       สาระวารีผลักไหล่นักข่าวรุ่นน้องออกไปแรงๆ เลย แถมทำหน้าล้อเลียนใส่อีกตะหาก ก่อนเปิดประตูเข้าไป
       สาระวารีฉีกยิ้มเดินเข้าไป
       "วารีเองค่ะบอกอ"
       นักข่าวหนุ่มเจ็บใจ แต่ไม่กล้าหือ เดินกลับออกไป
       ภายในห้องทำงานไชยวัฒน์ สาระวารีนั่งลง ไชยวัฒน์ยิงคำถามทันที
       "ไหนว่ามาสิ เธอมีแผนการยังไง"
       "คืองี้ค่ะบอกอ วารีจะไปสแตนบายที่ตราดก่อน รอวัฒนาตามไปสมทบแล้วค่อยเดินทางไปเกาะยานก..วารีนัดแนะกับวัฒนาเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ"
       "ไปตราดก่อนทำไม"
       "ไปหาเพื่อน"
       ไชยวัฒน์ชะงัก เงยหน้าจากเครื่องคอมฯ เหล่มอง
       "แหม ฟังก่อนสิคะบอกอ วารีมีเพื่อนซี้สมัยเรียนอยู่ที่ตราดชื่อจิณห์ ชีเป็นลูกสาวเศรษฐีใหญ่ของจังหวัด คนนี้กว้างขวางมาก วารีไปเที่ยวบ้านเพื่อน คงจะได้ข้อมูลตื้นลึกหนาบางของนายษมาอะไรนี่เพิ่มมากขึ้น"
       "หาเรื่องไปเที่ยวสิไม่ว่า"
       สาระวารีเสียงแข็ง ท้าทายเล็กน้อย
       "จะไม่ให้ไปก็ได้นะคะ"
       "ไปเถอะจ้ะ พี่กลัวเธอแล้วล่ะ"
       สาระวารียิ้มแป้น
       "ขอบคุณค่ะ"
       ไชยวัฒน์เปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานออกมา พร้อมพูด
       "มีสายของเราส่งภาพนึงมาให้"
       สาระวารีถามอย่างสนใจ
       "ภาพอะไรคะ"
       "ก็ภาพนายษมาน่ะสิ"
       สาระวารีแปลกใจ
       "เป็นไปได้ยังไงคะ ไหนข้อมูลบอกว่าไม่ยอมให้ใครสัมภาษณ์ ไม่เคยมีภาพออกสื่อไงคะ"
       ไชยวัฒน์หยิบซองหลายซองออกมาหา
       "มีคนแอบถ่ายด้วยมือถือมาได้... อยู่ไหนซะล่ะ"
       "จะได้ดูมั้ยคะเนี่ย"
       "ใจร้อนจริง เจอแล้ว"
       ไชยวัฒน์หยิบซองและดึงรูปถ่ายออกมา
       "เค้าถ่ายได้ตอนงานเลี้ยงหอการค้าจังหวัด ไม่ชัดเป๊ะเท่าไหร่นะ แต่พอดูออก"
       ไชยวัฒน์ดึงรูปถ่ายออกมาหมุนด้านให้สาระวารีดู...
       สาระวารีมองไปที่ภาพถ่าย...เป็นงานเลี้ยง มีแขกเหรื่อมากมาย ภาพตรงกลางที่ชัดสุดคือนักธุรกิจร่างอวบ ออกแนวเสี่ยๆ ถือแก้วไวน์คุยยิ้มแย้มอยู่ แต่มีรูปของชายอีกคนอยู่ข้างๆ ห่างไปทางด้านหลัง ดูหนุ่มกว่ายืนถือแก้วไวน์ ยืนเก็กหล่อมองไปอีกมุม
       "อาเสี่ยเนี่ยเหรอบอกอ คุณษมา เจ้าพ่อเกาะยานก"
       "เค้าว่างั้น ผมก็ไม่เคยเห็น"
       "ดูแก่กว่าข้อมูลที่ว่าอายุ 37 นะคะ"
       "อยู่เกาะอยู่ทะเล ตากแดดตากลม จะให้หน้าเด้งผ่องเหมือนผมได้ไงล่ะ"
       ไชยวัฒน์ยิ้มขี้เล่น
       "จ้า ไม่ออกจากห้องแอร์เลย ใช้น้องสาวๆ ตลอด"
       ไชยวัฒน์ยิ้มๆ
       "งั้นวารีเอารูปนี้ไปเลยนะคะ"
       "เอาไปเถอะ ไม่มีอะไรก็กลับไปทำงานได้แล้ว ผมต้องรีบตรวจต้นฉบับ"
       ไชยวัฒน์หันไปทำงานต่อ
       "หมดความหมายก็ไล่ส่งเลยนะคะ"
       สาระวารีหยิบกรรไกรที่โต๊ะบอกอมาตัดรูป สาระวารีตัดรูปแบ่งครึ่งเอาเฉพาะรูปเสี่ยอ้วนไว้ แล้วตัดรูปษมาออกไป เธอลุกขึ้นแล้วหยิบรูปษมาไปทิ้งถังขยะข้างๆ ห้องไป ก่อนออกจากห้อง สาระวารีหันมาบอก
       "อย่าลืมตั้งเบิกให้วารีเพิ่มด้วยนะคะบอกอ"
       สาระวารีเดินดูรูปเสี่ยอ้วนออกไปจากห้องไป ไชยวัฒน์เงยหน้ามองตามพร้อมส่ายหน้าไปมาก่อนหันไปทำงานหน้าคอมฯต่อ
       รูปที่ถูกทิ้งขยะ สาระวารีไม่ได้รู้เลยว่รูปที่ตัดทิ้งถังขยะคือนายษมา เจ้าพ่อเกาะยานก ที่กำลังจะไปตามสัมภาษณ์ให้ได้
       
       เมืองตราดตอนหัวค่ำ โศภีเดินควงแขนษมาทันทีที่ลงจากรถ ณ ลานจอดจะเข้าไปร้านอาหารแห่งหนึ่งโศภียิ้มแย้ม ฉอเลาะตามเคย
       "เห็นมั้ยคะ ไม่รู้คุณจะให้โศรีบกลับมาทำไม สุดท้ายคุณก็ต้องตามโศมาอยู่ดี"
       "ก็ผมไม่คิดนี่ครับ ว่าจะมีงานด่วนเข้ามา ตอนแรกกะว่าจะขึ้นฝั่งอีกที ก็ตอนงานวันเกิดคุณจิตติเลย"
       ขณะนั้นเอง ประตูรถคันที่จอดอยู่ก็เปิดกว้างออก ดิตถ์ยิ้มกวนก้าวลงจากรถ
       " บังเอิญจังเลยนะครับ ไม่คิดว่าจะได้เจอเจ้าพ่อเกาะยานกกับคุณโศภีคนสวยที่นี่"
       ลูกน้องอีก 2 คนรีบลงจากรถตามประกบคุ้มกันดิตถ์ทันที ษมาไหว้ตามมารยาท
       "สวัสดีครับพี่ดิตถ์"
       "โอ๊ย ผมไม่อาจเอื้อมนับพี่นับน้องกับคุณหรอกครับ บอกตรงๆ ว่าไม่อยากเป็นอย่างไอ้เดชมันอีกคน "
       โศภีรำคาญ
       "ไปกันเถอะค่ะษมา อย่าไปฟังพวกเพ้อเจ้อเลย พูดอะไรไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอกค่ะ เสียอารมณ์เปล่าๆ"
       โศภีดึงแขนษมาไป ดิตถ์พูดตามหลังอย่างโมโห
       "ก็ฉันไม่รวยเท่าแกนี่ไอ้ษมา ถึงไม่มีใครฟังฉัน แต่ที่แกเสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทองทุกวันนี้ได้ มันมาจากเลือดเนื้อน้องชายฉันทั้งนั้น ไอ้ฆาตกร"
       ษมาหันกลับมามองดิตถ์ด้วยสายตาเย็นชา
       "ที่แล้วมาผมเห็นแก่เดช เลยไม่อยากเอาเรื่อง แต่อะไรที่มันเกินไป ผมก็ไม่ทนเหมือนกัน"
       ษมาและดิตถ์จ้องหน้ากันอย่างเอาเรื่อง ไม่มีใครลงให้ใคร โศภีไม่อยากให้มีเรื่อง
       "ไปเถอะค่ะษมา"
       โศภีรีบควงแขนษมาพาเดินเข้าไปในร้าน
       
       ดิตถ์ได้แต่มองตามด้วยความเขม่นและหมั่นไส้ คิดที่จะหาทางเล่นงานษมาให้ได้
       
       อ่านต่อ หน้า 3

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
มนต์จันทรา ตอนที่ 13 อวสาน
มนต์จันทรา ตอนที่ 12
มนต์จันทรา ตอนที่ 11
มนต์จันทรา ตอนที่ 10
มนต์จันทรา ตอนที่ 9
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 79 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 73 คน
93 %
ไม่เห็นด้วย 6 คน
7 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2015