หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกบันเทิง | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ 3 ทหารเสือสาว มายาตวัน

มายาตวัน ตอนที่ 4

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 31 มีนาคม 2556 08:50 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
มายาตวัน ตอนที่ 4
       มายาตวัน ตอนที่ 4 (ต่อ)
       
       หน้าหัวลำโพงตอนสายวันใหม่... ที่ร้านขายหนังสือ มีคณายืนอ่านพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ อยู่ไปมา เธอสนใจหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง หยิบขึ้นมาพร้อมจ่ายเงินแล้วถอยจะไปหาที่นั่งอ่าน
        ไม่คาดคิด มีเด็กสาวแต่งชุดนักเรียน ถือกระเป๋านักเรียนสีดำใบโต วิ่งมาชนกระแทกเธออย่างจังจนเธอเสียหลักเกือบจะล้ม แต่ด้วยความไวจึงใช้อีกมือหนึ่งคว้าเด็กคนนั้นไว้ทันเพื่อพยุงตัว
        มีคณาตั้งหลักได้พูดด้วยความเป็นห่วง
        “เป็นอะไรรึเปล่าคะน้อง”
        เด็กสาวมีท่าทางตื่นตระหนก หันมองซ้ายมองขวา
        “เปล่าคะ”
        “มีอะไรรึเปล่าจ๊ะ”
        สารวัตรหิรัณย์แต่งตัวนอกเครื่องแบบวิ่งตามมาติดๆ เด็กสาวตกใจกลัวชี้ไปที่หิรัณย์
       “พี่ช่วยหนูด้วย ไอ้แมงดามันตามหนูมา มันจะจับหนูไปขาย หนูไม่อยากขายตัว”
       มีคณาจ้องหิรัณย์เขม็ง สีหน้าแววตาทั้งโกรธและเกลียด หิรัณย์จะเข้าไปจับตัวเด็กสาวๆ ที่รีบหลบหลังมีคณา เธอจับมือเด็กเอาไว้ด้วยความเป็นห่วง
        มีคณาจ้องหิรัณย์ สีหน้าเอาจริง
       “ถอยไปเลยนะ อย่ามายุ่งกับเด็กคนนี้ ถ้าแกก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะเรียกตำรวจ”
        “คุณนั่นแหละอย่ายุ่ง ถอยออกไป ผมมีธุระกับเด็กคนนี้”
        มีคณาพูดเสียงแข็ง
       “อย่าเข้ามานะ ฉันร้องจริงๆ ด้วย”
       เด็กสาวสีหน้ามีพิรุธ หันมองลู่ทางทำท่าจะหนี หิรัณย์จะขยับเข้าไปจับตัวเด็กอีก
       มีคณาเห็นท่าไม่ดี ใช้หนังสือพิมพ์ในมือฟาดๆ ใส่หิรัณย์ไม่ยั้ง พร้อมตะโกนลั่น
       “ช่วยด้วยค่ะ คนร้าย มันจะทำร้ายฉันกับเด็ก”
        หิรัณย์เอามือบัง เขาเจ็บจนเริ่มหงุดหงิด
       “โธ่โว้ย ผู้หญิงนี่”
       เด็กสาววิ่งหนีไปเลย
        หิรัณย์เสียงดังลั่น
       “หยุดซะทีได้มั้ยคุณ”
       “ไม่หยุด ไอ้ผู้ร้ายหลอกเด็ก ไอ้...โอ๊ย”
       หิรัณย์เหลืออด คว้ามือที่ถือหนังสือพิมพ์ของมีคณาและบิดหมุนตัวเธอล็อกแขนขวาไพล่อยู่ด้านหลัง แล้วจับจับยึดแขนซ้ายเอาไว้ไม่ปล่อย
        หิรัณย์พูดข้างหู
       “หยุดนะคุณ เดี๋ยวแขนก็หักหรอก”
       มีคณาทำท่าขนลุกขยะแขยง คนร้ายมาพูดข้างหู
        “ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยเรียกตำรวจที”
        “หุบปากซะทีได้มั้ย ผมนี่ล่ะตำรวจ”
        มีคณาชะงักไปเล็กน้อย
        หิรัณย์พูดเสียงดุ
        “แล้วคุณก็กำลังขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อยู่รู้ตัวมั้ยคุณแว่น”
        คนละแวกนั้นเริ่มหยุดมองดูมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่มีใครคิดเข้ามาช่วยซักคน
        มีคณาทั้งโกรธ ทั้งไม่เชื่อ เธอแผดเสียงสูงและดิ้น
        “ถ้าแกเป็นตำรวจ ฉันก็เป็นรัฐมนตรีหญิงแล้วล่ะ ปล่อยฉันนะ บอกให้ปล่อย”
        ตำรวจนอกเครื่องแบบหญิงและชายวิ่งฝ่าผู้คนที่ล้อมดูเข้ามา มีคณาดีใจนึกว่ามาช่วย
        “ไอ้คนนี้จะล่อลวงเด็กไปขาย คุณช่วยเรียกตำรวจที”
        “คนนี้เหรอคะสารวัตร” ตำรวจหญิงแปลกใจถามหิรัณย์
        มีคณาได้ยินเรียกยังงั้น ก็ชะงัก หยุดดิ้นทันที
        “เห็นสายบอกเป็นเด็กสิบห้าสิบหก ทำไมสาวขนาดนี้ หรือว่ามีสองราย”
        “อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นแม่ค้าล่ะ เธอเป็นรัฐมนตรีหญิง”
        หิรัณย์แขวะ มีคณามีสีหน้าเจ็บใจหมั่นไส้มาก หิรัณย์แขวะต่ออีกดอก
        “เธอคงคิดว่ากำลังออกตรวจราชการอยู่ เลยต้องทำหน้าที่ปกป้องประชาชน”
        มีคณายอมปล่อย ขยับตัวห่างออกมา หน้าแดงด้วยความอาย
        มีคณาพูดหน้าแหยปนอาย
        “คุณเป็นตำรวจจริงๆเหรอ”
        เพื่อนตำรวจอีกสองคนยิ้มๆ
        “จะตรวจบัตรประจำตัวมั้ยครับ”
        ตำรวจชายและหญิงแยกย้ายเดินไปบอกไทยมุง
        “ไม่มีอะไรแล้วนะครับ / เข้าใจผิดกันนิดหน่อยค่ะ”
        ไทยมุงขำๆ หัวเราะกัน
        มีคณาอายแทบแทรกแผ่นดินหนี
        “ฉันขอโทษ เด็กคนนั้นท่าทางกลัวมาก”
        “กลัวถูกจับน่ะสิ ในกระเป๋านั่นมียาบ้าไม่รู้กี่เม็ด อาจจะถึงพัน”
        มีคณาจ๋อยสนิท พูดเสียงอ่อย
        “ท่าทางเธอยังเด็ก”
        “เด็กแค่ตัวน่ะสิ คราวหน้าคราวหลังถ้าอยากจะเล่นบทรัฐมนตรีหญิงอีกล่ะก็ กรุณามองตาม้าตาเรือหน่อย”
        มีคณาดันแว่นกระชับดั้ง
        “ฉันบอกแล้วไงว่าขอโทษ ขอโทษ...ก็ท่าทางคุณไม่เหมือนตำรวจนี่คะ”
        “คุณพูดเหมือนรู้จักตำรวจดีงั้นล่ะ”
        มีคณาตาเป็นประกายขึ้นมา
        “ดีกว่าที่คุณคิดก็แล้วกัน”
        หิรัณย์ยักไหล่ก่อนก้มลงเก็บหนังสือพิมพ์คืนมีคณา
        “เอาอาวุธคุณคืนไป”
        มีคณารับหนังสือพิมพ์มา
        “ขอบคุณค่ะ ขอโทษอีกครั้งนะคะที่ทำให้คนร้ายของคุณหนีไปได้”
        “ไม่เป็นไร คราวหน้าระวังกว่านี้นิดนึงแล้วกัน ถ้าโดดเข้าช่วยใครแบบถวายหัวยังงี้ คุณเองที่จะเดือดร้อน”
        “ฉันจะจำคำสอนคุณไว้ค่ะ ไปได้แล้วใช่มั้ยคะ ต้องรีบไปรับคุณแม่”
        “เชิญครับ”
        มีคณารีบเดินกลับไปที่ชานชะลา พร้อมกับหิรัณย์ที่แยกเดินไปอีกทาง ต่างคนต่างมีสีหน้าคิดๆ แล้วหยุดหันมามองและพูดพร้อมกัน
        “เราเคยเจอกัน” ทั้งคู่หยุดพูดต่อ ต่างจ้องหน้า
        มีคณาดันแว่นเล็กน้อยแล้วบอก
        “คิดว่าไม่เคยค่ะ”
        หิรัณย์พยักหน้ารับ
        “คงงั้น”
        มีคณาและหิรัณย์ ยิ้มตามมารยาทให้กัน ต่างเดินแยกกันไปคนละทาง
        ภายในห้องรับแขก มัทนากำลังจดโน้ตต่างๆ บันทึกความจำสำหรับกลับไปใช้เขียนข่าวอยู่บนเตียง
       เขตต์ตวันแง้มประตูเปิดห้องเข้ามา เธอรีบซ่อนกระดาษและปากกาไว้ใต้หมอนทันที สีหน้ามีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด เขตต์ตวันเห็นอยู่แต่ทำไม่สนใจ
        “ทานข้าวทานยาแล้วใช่มั้ย”
        มัทนาปั้นยิ้มบอก
        “ค่ะ”
        เขตต์ตวันเปิดประตูกว้างทำให้เห็นรถเข็นพยาบาลที่เขาเข็นมาด้วย
        “เธอจะได้ไม่เบื่อ”
       
        เขาพูดหน้านิ่ง มัทนายิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจ

มายาตวัน ตอนที่ 4
       ผ่านเวลาเล็กน้อย เขตต์ตวันเข็นรถพยาบาลพามัทนามาสูดอากาศนอกบ้านที่สนามข้างบ้าน
        “ฉันรู้ว่าตอนนี้งานคุณยุ่งมาก แต่ยังต้องเจียดเวลามาคุมฉันอีก”
        เขตต์ตวันชะงักไปเหล่มองมัทนา
        มัทนาตกใจที่หลุดปาก รีบแก้
        “เอ๊ย...ดูแลฉันอีก...คุณเอางานมาออกแบบด้วยก็ได้นะคะ ฉันไม่แอบดูงานคุณหรอก”
        เขาเข็นเก้าอี้พยาบาลต่อไป ไม่แคร์
        “รู้สึกว่าเอกชัยจะพูดมากเกินไป”
        “เพราะคุณเอกมั่นใจว่าฉันไม่ปากโป้งเที่ยวเอาเรื่องที่เค้าพูดไปขยายต่อน่ะสิคะ เค้าถึงได้บอกฉัน”
        “มั่นใจซะจริงนะสาวน้อย อย่าพูดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้หน่อยเลย เรื่องพวกนี้เป็นอาหารอันโอชะของพวกคุณอยู่แล้วนี่ จะอดใจไหวเหรอะ”
        สีหน้าและน้ำเสียงของเขตต์ตวันเต็มไปด้วยความหยามหยัน
        มัทนาฉุน จับคันล็อกให้หยุด แหงนมองหน้าเขา
        “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคุณเติบโตและมีประสบการณ์ในการไว้เนื้อเชื่อใจคนอื่นแค่ไหน แต่ฉันถูกสอนมาแต่เด็กว่า พูดอะไรแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูด คนที่ผิดคำพูด หรือ พูดปัดๆไปให้พ้นตัว ก็เหมือนกับคนไม่มีศักดิ์ศรี ไม่เคารพตัวเอง ถ้าทำไม่ได้อย่าพูดเลยจะดีกว่า”
        เขตต์ตวันเดินอ้อมมาเผชิญหน้า กอดอกไว้หลวมๆ มองหน้ามัทนา
        “ฉันจะเชื่อเธอได้ยังไง เมื่อฉันไม่เคยรู้จักเธอ เธอจะพูดยังไงก็ได้”
        มัทนาเสียงแข็ง ไม่พอใจ
        “ใช่สิ อย่าว่าแต่ฉันเลย คุณไม่มีทางได้รู้จักใครหรอก ถ้าคุณมัวแต่สร้างกำแพงปิดกั้นตัวเอง เอาแต่ตัดสินคนอื่นจากประสบการณ์เลวร้ายในอดีตของคุณ ชาตินี้ทั้งชาติคุณก็ไม่รู้จักฉันหรือใครๆทั้งนั้น”
        เขตต์ตวันอึ้งเงียบไป เมื่อโดนสาวน้อยตรงหน้าตีแผ่ตัวตนอย่างชัดเจน มัทนาจ้องหน้าเขาด้วยสีหน้าแววตาน้อยใจ ตัดพ้อ
        “ผ่านวันสองวันนี้ไป คุณก็คงจำได้แค่ว่า คุณเคยช่วยนักข่าวที่คุณแสนจะเกลียดชังไว้คนนึง มันก็แค่นั้น”
        มัทนาพูดเองเจ็บเอง อดน้ำตารื้นๆ ขึ้นมาไม่ได้ เธอหมุนเก้าอี้พยาบาล เบี่ยงเลี่ยงไปทางอื่น
        เขตต์ตวันยืนหันหลังให้เหมือนเดิมพูดลอยตามไป
        “ฉันจะลองเชื่อคำพูดเธอซักครั้ง มัทนา”
        มัทนาหยุดกึก น้ำตาท่วมตา
        “ฉันจะลองทำใจกว้างเพื่อจะได้รู้จักเธอมากขึ้น”
        มัทนาหันรถเข็นกลับมามองหน้าเขตต์ตวัน น้ำตาท่วมตาอย่างกลั้นไม่อยู่ เขาจ้องหน้าเธอ
        “แต่ฉันคงไม่ต้องบอกหรอกนะ ว่าถ้าฉันเชื่อใจเธอแล้ว แต่เธอยังทำลายคำพูดของเธอเอง มันจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอมั่ง”
        เขาหยุดพูดด้วยปาก แต่ใช้สายตาดุดันพูดต่อแทน มัทนาพูดทั้งน้ำตาคลอ
        “คุณยอมให้ฉันสัมภาษณ์แล้วใช่มั้ยคะ”
        เขตต์ตวันยังไม่ทันจะตอบ มัทนาก็ลุกพรวดด้วยความดีใจเข้าไปหาเขาทันที แต่ความที่ขามัทนายัง
       ไม่หายเจ็บดี ทำให้เธอเสียหลักหน้าคะมำ จนเขาต้องรีบเข้าไปกอดเอาไว้
        “ขอบคุณมากนะคะ”
        “ฉันยังไม่ได้รับปากอะไรเธอเลย”
        มัทนาไม่สนใจแล้ว พูดทั้งร้องไห้ไปด้วย
        “ขอเครื่องอัดเสียงฉันคืนได้มั้ยคะ ฉันจะอัดสัมภาษณ์คุณ”
        เขตต์ตวันทำหน้าเซ็งพร้อมถอนใจออกมา เขาตกกระไดพลอยโจนซะแล้ว
       
        เวลากลางวัน ท่ามกลางบรรยากาศสวนสวยและสระว่ายน้ำของโรงแรม บริเวณมุมหนึ่ง ษมาสวมแว่นดำยืนสั่งงานลูกน้องอยู่ ลูกน้องก็รับคำสั่งไป
        สาระวารีเดินถืองานมาหาที่นั่งเขียนต้นฉบับที่เก้าอี้ริมสระน้ำ ก็เห็นสาระวารีมองหาที่นั่งทำงานอยู่ ทั้งคู่หันไปสบตากันพอดี เธอบ่น
        “ซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ”
        สาระวารีรีบเก็บของจะหนีขึ้นห้อง ษมารีบเดินปรี่เข้ามาหา
        “เจอกันอีกแล้วนะครับ”
        สาระวารีเก็บของด้วยความเซ็งจัด
        “เดี๋ยวก็ไม่ได้เจอแล้วล่ะ”
        “ทำไมล่ะครับ เสร็จงานจะกลับกรุงเทพแล้วเหรอ”
        “เปล่า แต่จะเปลี่ยนโรงแรม”
        สาระวารีจ้องหน้า ชักสีหน้ารำคาญใส่ ก่อนจะเดินเลี่ยงไป ษมารีบเดินตามดักหน้า
        “รำคาญผมเหรอ”
        สาระวารีจ้องหน้าบอก
        “ที่สุด”
        เธอเดินหนี เขาเดินตาม
        “ผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย”
        “อยากจะเรียกชื่อฉันว่าหมูหมากาไก่อะไรก็เรียกไปเถอะ”
        เธอเดินนำไป เขาโพล่งเรียกชื่อเธอ
        “สาระวารี”
        สาระวารีหยุดกึก หันมาจ้องหน้าเขา
        “รู้จักชื่อฉันได้ยังไง”
        “เช็คที่เคาท์เตอร์ก็ได้ ผมกว้างขวางที่นี่พอสมควร”
        สาระวารีฉุกคิดอยากใช้ให้เป็นประโยชน์
        “กว้างขวางจริงเหรอะ แล้วรู้จักคุณษมามั้ยล่ะ”
        สาระวารียิ้มหยัน เขาหน้านิ่ง
        “รู้จัก ถามถึงเค้าทำไมเหรอ จะมาสัมภาษณ์เหรอะ ไม่มีทางหรอก เค้าไม่เคยให้สัมภาษณ์ใคร”
        “เอาน่ะ เค้าจะให้สัมภาษณ์ฉันหรือไม่ เค้าเป็นคนตัดสินใจไม่ใช่นาย แล้วรู้มั้ย ฉันจะเจอกับเค้าได้ที่ไหนมั่ง”
        ษมาทำสีหน้านึกๆ
        “ผมจะได้อะไรเป็นข้อแลกเปลี่ยน”
        “ไม่บอกก็อย่าบอก”
        สาระวารีจะเดินไป
        “โอเค บอกก็ได้ กำลังจะมีงานเลี้ยงที่บ้านคุณจิตติ นักธุรกิจใหญ่ คุณษมาไปร่วมงานแน่นอน”
        “ฉันรู้แล้วย่ะ คุณจิตตินั่นพ่อเพื่อนฉันเอง ตอนนี้เพื่อนฉันยังช็อปปิ้งเพลินอยู่ที่ฝรั่งเศส เป็นไงรู้ลึกกว่ามั้ย”
        สาระวารีสะบัดหน้าพรืดเดินกลับไปเข้าโรงแรม ษมามองตามพร้อมอมยิ้มเจ้าเสน่ห์
       
        ผ่านเวลาซักครู่ ภายในห้องพักของโรงแรม สาระวารีเดินไปทิ้งอุปกรณ์หากินลงเตียงพร้อมคุยโทรศัพท์มือถือไปด้วย
        “ยุ่งอยู่รึเปล่า”
        “เพิ่งมาถึงออฟฟิศ ไปรับแม่กับหลานที่หัวลำโพงไปส่งบ้าน แล้วก็รีบมาทำงานเลย” มีคณาบอก
        “ฉันดวงซวยจริงๆเลยแก” สาระวารีเสยผมอย่างเซ็ง
        “ฉันก็ซวยเหมือนกัน...แกเล่าก่อน” มีคณาบอก
        สาระวารีนั่งลงที่เตียง คุยโทรศัพท์
        “ฉันเจอพวกโรคจิตตามจีบ”
        มีคณากระเซ้าบอก
        “ก็เหมาะสมกะแกดี”
        สาระวารีเน้นเสียง
        “มีคณา เดี๋ยวจะตายคาโทรศัพท์”
        เธอฟังมีคณาก่อนตอบ
        “ก็ไม่ได้ขี้เหร่หรอก แต่งตัวก็เนี๊ยบดี คงพวกขี้หลีแหละ ฉันรำคาญกำลังจะย้ายโรงแรมใหม่วันนี้แหละ ยังไม่รู้จักฤทธิ์แม่เสือซะแล้ว … แกไม่ต้องมาขำฉันเลยนะ คนยิ่งหงุดหงิดอยู่ แล้วแกไปซวยอะไรมา”
        มีคณาเสียงจ๋อย
        “วันนี้ฉันเข้าใจผิด ขัดขวางการจับกุมทำให้คนร้ายหนีไปได้ แล้วฉันยังเอาหนังสือพิมพ์ไปฟาดตำรวจอีก”
       
        “อีกแล้วเหรอะ แกฟาดตำรวจมา 2 นายซ้อนแล้วนะมี่... เออ แกโดนหมายหัวแน่ๆ ก็หวังว่าคงไม่ได้เจอกันอีก”

มายาตวัน ตอนที่ 4
       สาระวารีนึกได้ ตัดบทเปลี่ยนเรื่องคุย
        “เออ แล้วนี่ยัยมัทแต่งงานมีลูกรึยัง ติดต่อไม่ได้เลย”
        มีคณาขำๆ เสียงไชยวัฒน์แทรกเข้ามาให้ได้ยิน
        “คืนนี้อย่าลืมงานแฟชั่นนะมี่”
        สาระวารีกระเซ้า
        “ซวย 3 ชั้น ขอให้หนุกหนานกะงานแฟชั่นโชว์สุดโปรดนะจ๊ะเพื่อนรัก หัวเราะทีหลังดังกว่าเห็นๆ” ว่าแล้วสาระวารีก็รีบตัดสายไปก่อนโดนด่า วางสายแล้วเธอก็ถอนใจเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเตรียมย้ายโรงแรม
       
        เวลาต่อเนื่องมา เขตต์ตวันกำลังอารมณ์ดี วาดรูปเจ้าด่างเจ้าจุดจากความทรงจำไปเพลินๆที่สนามข้างบ้าน มัทนานั่งรถเข็นพยาบาลอยู่เยื้องไปด้านหลัง เธอแอบมองภาพสเก็ตในมือของเขาไปมา เขาปิดภาพคว่ำหน้าลง
        มัทนาทำมองไปทางอื่นไม่ได้สนใจแอบมองอะไร เขาหันมาถาม
        “เธออยากจะสัมภาษณ์อะไร”
        “ก็สิ่งที่เกี่ยวกับชีวิตคุณ การเข้ามาสู่วงการบันเทิงจนกระทั่งหันเหมาเป็นนักธุรกิจ แล้วก็การบริจาคเงินให้การกุศลของคุณด้วย”
        “ใช้เวลาคิดคำตอบหรูๆ นี่นานมั้ย”
        “ไม่ได้คิดค่ะ ถามมาก็ตอบไปเลย”
        ตวันลุกขึ้นยืนฃ
        “เหรอะ ทำไมไม่บอกมาตรงๆ เลยล่ะว่าอยากรู้อดีตของฉันว่ามีสภาพชีวิตเป็นยังไงก่อนจะมาเสนอหน้าบนจอหนัง”
        มัทนาถอนใจอย่างเซ็ง อารมณ์เสียอีกแล้ว
        เขตต์ตวันสีหน้าแววตาเจ็บช้ำ เดินพูดไปตะคอกจนถึงหน้า โกรธจัดขึ้นเรื่อยๆเหมือนขุดปมในใจออกมา
        “ฉันมันลูกไม่มีพ่อ แม่ทิ้งให้เป็นเด็กวัด แล้วก็ถามต่อเลยสิ ว่าฉันเป็นคนทุบตีผู้หญิงคนนั้นจนตายใช่มั้ย นี่ไม่ใช่เหรอะคือสิ่งที่นักข่าวอยากรู้กันนัก อยากรู้ว่านายเขตต์ตวันคนนี้ มีเบื้องหลังแหลกเหลวยังไง”
        มัทนาผงะ อึ้งไป
        “ฉันตามอารมณ์คุณไม่ทันแล้ว”
        เขตต์ตวันชะงักไปเล็กน้อย พยายามสะกดอารมณ์
        “ฉันขอโทษ” เขาถอนใจเดินกลับไปเก็บงานขึ้นมาถือเอาไว้ แล้วทอดสายตามองไกลไปที่ทะเล พยายามสงบอารมณ์
        “คุณเคยบอกฉันว่า ถ้าไม่อยากให้คนอื่นเค้าดูถูก ก็อย่าดูถูกตัวเองก่อนไม่ใช่เหรอคะ คุณไม่ควรสอนฉันหรอกถ้าตัวเองก็ยังทำไม่ได้”
        เขตต์ตวันหันมาเหล่มองมัทนาเล็กน้อยที่โดนย้อน เธอเชิดหน้า สู้สายตาอย่างไม่กลัว
        “ฉันว่าคุณควรจะภูมิใจตัวเองมากกว่า ที่คุณมานะบากบั่นจนมีเงินมีชื่อเสียงได้ขนาดนี้ คนเราจะดีได้ไม่ใช่เพราะชาติตระกูลหรือมาจากครอบครัวที่สูงส่งหรอกนะคะ แต่มาจากนี่ ตัวเราเองตะหาก”
        มัทนาพูดพลางเชิดหน้าอย่างมั่นใจ ยกมือขึ้นมาแตะตัวเองเบาๆ เขาแค่นหัวเราะออกมา ดูผ่อนคลายขึ้น เธองงๆ กับอารมณ์ของเขา
        เขตต์ตวันเดินไปเข็นรถเข็นผู้ป่วยพามัทนากลับไปอย่างเร็ว แกล้งกดให้ยกสองล้ออีกต่างหาก มัทนาร้องกรี๊ดออกมาด้วยความตกใจ
        “ยอกย้อนเก่งนัก”
       
        มัทนาก็ร้องตกใจ เกาะเก้าอี้แน่นด้วยความกลัว

มายาตวัน ตอนที่ 4
       เขตต์ตวันประคองมัทนาจากรถเข็นพยาบาลไปนั่งบนเตียงพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันเล็กๆ
        “เธอนี่หว่านล้อมเก่งนะ พูดจาเหมือนนางเอกในนิยายน้ำเน่าเลย ไม่เห็นความสำคัญของชาติตระกูล มองผู้คนด้วยความดีในตัว”
        มัทนาเหล่มอง
        “ถ้างั้นก็คงน้ำเน่าทั้งบ้านล่ะค่ะ เพราะพ่อกับแม่ฉันสอนเรื่องนี้มาตั้งแต่ฉันยังเด็ก...”
        เขาแกล้งพาเธอนั่งลงบนเตียงแรงๆ
        “โอ๊ย... โยนเลยก็ได้ค่ะ”
        มัทนาพูดประชด เขตต์ตวันอมยิ้มเอ็นดู ดูอารมณ์ดีขึ้น
        “แล้วนี่เธอจะเขียนตามที่ฉันให้สัมภาษณ์ทุกคำรึเปล่า”
        “คุณอนุญาตให้ฉันสัมภาษณ์แล้วจริงๆนะคะ” มัทนาพูดเสียงตื่นเต้นดีใจ
        “มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเธอเอง ตอบมาก่อน เธอจะเขียนตามที่ฉันพูดทุกคำรึเปล่า”
        “คงไม่หรอกค่ะ”
        เขตต์ตวันผงะไปเล็กน้อย
        “เรื่องของเราไม่ใช่เป็นแบบสัมภาษณ์คุณ คำถามต่อคำถาม ฉันอาจจะเขียนบรรยายบรรยากาศ หรือไม่ก็สัมภาษณ์คนรอบตัวคุณเพิ่มเติมอย่างคุณเอกชัยหรือหลวงพ่อจำรูญ มันจะทำให้เรื่องของเรานำเสนอ
       สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น แต่ส่วนใหญ่ก็จะยึดอยู่ที่คำสัมภาษณ์ของคุณเป็นหลัก”
        “ก็น่าสนใจดี ฉันคงเชื่อใจเธอได้นะมัทนา ว่าจะไม่เอาคำพูดของฉันไปพลิกแพลงให้มันเป็นคนละความหมายกับสิ่งที่ฉันพูดไป เหมือนอย่างที่หนังสือบางเล่มเค้าทำกัน”
       
        มัทนาดีใจที่มีความหวังได้สัมภาษณ์แน่
        “วางใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ พันเปอร์เซ็นต์เลยค่ะ”
        “ฉันไม่เข้าใจว่า พวกเธอทำเรื่องของฉันแล้วจะได้อะไร ตอนนี้ฉันค้าขาย ไม่ใช่ดาราหนังอีกแล้ว”
        “ฉันทำข่าวคุณก็เพราะคุณยังขายได้น่ะสิคะ”
        เขตต์ตวันขำออกมา
        “เธอเป็นคนที่พูดได้ตรงมาก จนฉันชักเชื่ออย่างที่เจ้าเอกมันบอกแล้วว่าคนอย่างเธอหลอกใครไม่เป็น”
        มัทนาลังเลเล็กน้อย
        “ตกลงชมรึเปล่าคะเนี่ย”
        เขตต์ตวันยักไหล่ แล้วจะเดินออกไป มัทนาพูดสีหน้าอ้อนๆ ปนแหย
        “อย่าลืมคืนเครื่องอัดเสียงของฉันนะคะ ฉันกลัวจำคำพูดของคุณไม่หมด”
        เขตต์ตวันยิ้มสบายขึ้น ดูใจดีและเอ็นดู
        “เธอนี่แม่สาวทำงานจริงๆ หายใจเข้าหายใจออกเป็นงานไปหมด”
        มัทนายิ้มหน้าเป็น
        “แล้วฉันจะเอาเครื่องมือหากินเธอมาคืนให้ แต่รอให้เธอพร้อมและแข็งแรงกว่านี้ก่อนเถอะ แล้วเราค่อยมาคุยเรื่องนี้กันใหม่”
        “สัญญาแล้วนะคะ” มัทนารอคำตอบ
        “สาวน้อยจอมตื้อเอ๊ย” เขตต์ตวันยิ้มๆแล้วเดินออกไป
        มัทนาบ่นพึมพำแล้วถอนใจออกมา
        “อ้าว แล้วยังไงล่ะเนี่ย จะให้สัมภาษณ์เมื่อไหร่ กั๊กตลอด”
        บริเวณโรงแรมอโณทัย พนักงานต้อนรับเงยหน้าขึ้นตอบเชน
        “คุณมัทไม่ได้สั่งอะไรไว้เลยค่ะ”
        เชนมีสีหน้าแปลกใจ
        “ผมติดต่อเค้าไม่ได้ 2 วันแล้วนะครับ”
        “ดิฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ”
        “ยังไม่ได้เช็คเอ๊าท์นะครับ”
        “อ๋อ ยังค่ะ”
        “ถ้ายังไงเค้าติดต่อกลับมา ช่วยให้โทรหาผมด้วยนะครับ”
        “จะโน้ตไว้ให้ค่ะคุณเชน”
        “ขอบคุณครับ”
        เชนเดินออกไปพร้อมโทรศัพท์มือถือหามัทนา...ยังสัญญาณตอบว่าติดต่อไม่ได้เหมือนเคย เชนกดตัดสาย บ่นๆ)
        “หายไปไหนของเค้า”
        เชนสีหน้าติดใจสงสัยเดินไปทางลิฟท์ โทรศัพท์มือถือดังขัดจังหวะขึ้นมา เชนกดรับโทรศัพท์ทันทีไม่ทันได้ดูเบอร์โชว์
        “ฮัลโหล...”
        เชนฟังเสียงอีกฝ่าย แล้วสวนไปทันที ท่าทางหัวเสีย อารมณ์ร้าย
        “นี่ก็อีกคน หายหัวไปไหน ฉันติดต่อไม่ได้เลย... สิงคโปร์ ไปทำไม”
       
        เชนเดินเข้าลิฟท์ไป ประตูลิฟท์ปิดลง
       
       จบตอนที่ 4

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
มายาตวัน ตอนที่ 13 อวสาน
มายาตวัน ตอนที่ 12
มายาตวัน ตอนที่ 11
มายาตวัน ตอนที่ 10
มายาตวัน ตอนที่ 9
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 26 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 26 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014