หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ ดาวเกี้ยวเดือน

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 9

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
11 กันยายน 2556 10:01 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 9
        ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 9 (ต่อ)
       
       ศิวะทำหน้าบึ้งเดินเร็วออกมาจากในบ้านเพราะกลัวว่าจันทรภานุจะกลับไปแล้ว แต่จันทรภานุยืนคอยอยู่ที่รถ
       “คิดแล้วว่าคุณชายต้องยังไม่กลับ” ศิวะบอก
       “ผมรู้ว่าคุณมีเรื่องจะคุยกับผม”
       ศิวะเดินเข้าไปใกล้จันทรภานุแล้วกระซิบเพราะกลัวอรอุมาได้ยิน
       “ผมกับรส เราไม่ได้มีอะไรกันแล้ว”
       “แล้วยังไง” จันทรภานุถามกลับ
       “ผมแค่อยากจะเตือนคุณชายไว้ ถ้าคุณชายพูดเรื่องผมกับรส ผมจะทำทุกอย่างให้อรเชื่อว่าคุณชายโกหก แล้วคนอย่างอร ถ้าลองเกลียดมัน คนๆ นั้น ชีวิตจะไม่สงบสุขอีกต่อไป”
       “คุณอรไม่ได้โง่”
       “ถ้าไม่โง่ ป่านนี้อรรู้เรื่องผมกับรสไปนานแล้ว”
       “คนโง่ที่สุดคือคนที่คิดว่าตัวเองฉลาด”
       “จันทรภานุ”
       ศิวะผลักอกจันทรภานุ จันทรภานุเบียงตัวหลบทันทำให้ศิวะถลาไปข้างหน้า จันทรภานุกระชากเสื้อศิวะ
       “แต่คนที่ชั่วที่สุด คือคนที่ทำร้ายผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ ครั้งนี้คุณโชคดีที่คุณดาวไม่เอาเรื่อง แต่ถ้าครั้งหน้าคุณแตะต้องเธออีก เชื่อผมเถอะ ชีวิตคุณจะไม่สงบสุขอีกต่อไป”
       จันทรภานุผลักศิวะกระเด็นแล้วขึ้นรถขับออกไป ศิวะมองตามอย่างหงุดหงิด
       
       ประกายดาวนอนตะแคงข้างแตะริมฝีปากตัวเอง สักพักเสียงจิตสุภางค์ก็ดังขึ้น
       “จุ๊บๆๆ ม้วฟ อ้า...ชื่นใจจัง”
       “เลิกแซวฉันสักทีได้ไหม” ประกายดาวหันไปหาเพื่อน
       จิตสุภางค์กำลังคุยเฟชไทม์กับลูกบนไอแพด มิลินทร์ก็นั่งอยู่ด้วย
       “ฉันคิดว่าแกหลับ ที่ไหนได้กำลังฝันหวานอยู่ ฉันว่าแกขอคุณจันทรภานุแต่งงานมีลูกเป็นเรื่องเป็นราวไปเลยดีกว่า” มิลินทร์เชียร์
       “จริง ได้ทั้งลูกทั้งสามี เชื่อฉัน แกจะสุขทั้งใจและกาย” จิตสุภางค์หัวเราะคิกคัก
       “ไม่ ! ฉันยังยืนยันคำเดิม ฉันจะมีลูกแต่ไม่มีสามี ไม่แต่งงาน ไม่มีชีวิตคู่”
       จิตสุภางค์กับมิลินทร์มองหน้ากันอย่างไม่สบายใจ
       “ดาว แกอย่าเอาไอ้แฟนเก่าสามคนของแกมาตัดสินผู้ชายทั้งโลกสิ คุณชายจันทร์เขาดีกว่าหลายขุม”
       “และที่สำคัญที่สุด แกรักคุณจันทรภานุ” มิลินทร์ว่า
       ประกายดาวปากแข็ง “ฉันไม่ได้รัก”
       มิลินทร์กับจิตสุภางค์ประสานเสียง “หรา !”
       “แล้วไอ้อาการผีเสื้อบินในท้องคืออะไร”
       “แล้วทำไมถึงยอมให้เขาจุบจุบ”
       “แหม...ฉันไม่ใช่พระอิฐพระปูน อยู่ใกล้คนหล่อๆ อย่างคุณจันทรภานุแล้วจะไม่วูบวาบ แต่เชื่อฉันเถอะ ฉันไม่ได้รัก ฉันแค่อยากได้สเปิร์มของเขาเท่านั้น” ประกายดาวบอก
       มิลินทร์กับจิตสุภางค์พูดพร้อมกัน “ไม่เชื่อ !
       “ไม่เชื่อก็ตามใจ ฉันจะพิสูจน์ว่าฉันไม่ได้รักคุณจันทรภานุ”
       มิลินทร์กับจิตสุภางค์เบ้หน้าเพราะไม่เชื่อ
       
       วันต่อมา จันทรภานุคุยโทรศัพท์ขณะเดินออกจากห้อง
       “คุณดาวออกจากโรงพยาบาลวันนี้ ผมไปรับคุณดาวให้เอง” จันทรภานุฟังแล้วตอบ “ไม่รบกวนครับ ผมเต็มใจ สวัสดีครับ”
       จันทรภานุเปิดประตูออกมาก็เจอนันทินีโผล่หน้าเข้ามา
       “จ๊ะเอ๋ !”
       จันทรภานุสะดุ้งโหยง
       นันทินีพูด “อุ้ย ! นันแค่เปลี่ยนสีอายชายโดว์สีใหม่ คุณชายต้องถึงกับตะลึงเลยเหรอคะ รู้งี้นันเปลี่ยนทุกวันดีกว่า วันนี้วันหยุด คุณชายยังออกไปข้างนอกอีกเหรอคะ”
       “ผมมีธุระ”
       “ธุระอะไรคะ ธุระกับนัง เอ๊ย ! คุณดาวหรือเปล่า”
       “ใช่ครับ”
       “ธุระอะไร”
       จันทรภานุหน้าตึง
       “โอเค๊ นันไม่รู้ก็ได้” นันทินีขู่ “แต่คิดว่าหม่อมป้าจะต้องอยากรู้”
       หญิงนิ่ม เดินเข้ามา “ตอนนี้หม่อมป้าอยากรู้มากกว่าค่ะว่าพี่นันหายไปไหน”
       นันทินีตกใจ “หม่อมป้าออกมาจากห้องพระแล้วเรอะคะ”
       “ค่ะ แล้วถ้าหม่อมป้ารู้ว่าพี่นันขึ้นมาหาพี่จันทรภานุถึงห้อง หม่อมป้าต้องเอ็ดพี่นันเรื่องความเป็นกุลสตรีแน่ๆ” หญิงนิ่มบอก
       “เอ่อ...พี่...พี่ขึ้นมาตามคุณชายลงไปทานข้าวค่ะ นันขอตัวลงไปช่วยแม่บ้านจัดโต๊ะให้สมกับเป็นกุลสตรีดีกว่า”
       นันทินีเดินออกไป
       “ขอบคุณนะคะน้องหญิง” จันทรภานุเอ่ย
       “เรื่องสะกัดดาวรุ่ง หญิงถนัดค่ะ”
       
       รถของจันทรภานุเคลื่อนออกไป นันทินีที่ซุ่มอยู่หลังพุ่มไม้มองตามรถจันทรภานุ
       “คิดว่าจะหลบนันพ้นเรอะคะ”
       นันทินีสะพายกระเป๋าจะวิ่งไปที่รถตัวเอง แต่หญิงนิ่มมาขวางไว้
       “กุลสตรีที่ดี ต้องไม่วิ่งตามผู้ชายนะคะ”
       นันทินีเจ็บใจ
       
       นันทินีเดินมาตามทางแล้วชำเลืองไปข้างหลัง หญิงนิ่มเดินตามหลังห่างๆ ทำเป็นชมนกชมไม้ แต่จริงๆ แล้วคอยจับตาดูนันทินี
       “ฉันได้เป็นพี่สะใภ้หล่อนเมื่อไหร่ ฉันจะหักค่าขนมหล่อนให้เกลี้ยงเลยคอยดู” นันทินีบ่น
       นันทินีคิดอะไรได้จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด ทำเป็นโทรออกเนียนๆ ไม่ให้หญิงนิ่มสงสัย
       “ฮัลโหลคุณพงศ์ นันจะขอความช่วยเหลือค่ะ”

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 9
        จันทรภานุเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามาในห้อง ประกายดาวเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกำลังเก็บของอยู่ มิลินทร์ก็นั่งอยู่ด้วย
        ประกายดาวแปลกใจ “คุณชาย...”
        “อ้าว...คุณลินทร์ ไหนบอกว่าวันนี้ไม่ว่าง”
        “เมื่อตะกี้ไม่ว่าง แต่ตอนนี้ว่างแล้วค่ะ” มิลินทร์บอก
        ประกายดาวมองมิลินทร์ดุๆ เพราะรู้ว่ามิลินทร์มีแผนร้าย มิลินทร์ลอยหน้าลอยตาไม่สนใจ
        “ลินทร์เห็นว่าคุณชายออกมาแล้วก็เลยไม่อยากห้าม ไม่ว่ากันนะคะ”
        “ถ้าคุณลินทร์ห้ามไม่ให้ผมมารับคุณดาวสิครับ ผมถึงจะว่า ผมไปเคลียร์ค่ารักษาก่อนนะ”
        จันทรภานุเดินออกไป มิลินทร์ร้องเพลงแซว
        "เจออย่างนี้ใครไม่รักก็บ้าแล้ว ก็ไม่แคล้วคงสมองไม่ค่อยดี" มิลินทร์พูดต่อ “ไม่ต้องมองฉันแบบนั้น ฉันแค่จะพาคุณชายมาให้แกพิสูจน์กับฉันและกับใจแกเองว่าแกไม่ได้รักคุณชาย”
        “ด้าย...ฉันจะไปบอกคุณจันทรภานุเดี๋ยวนี้ ว่าฉันไม่ได้ชอบเขา”
        “คำพูดเป็นแค่ลมปาก จะพ่นคำโกหกอะไรออกมาก็ได้ แต่สิ่งที่แกโกหกไม่ได้คือใจตัวเอง แกต้องกอดและจ้องตาคุณจันทรภานุ ถ้าแกเลือดกำเดาไหล แสดงว่าแกชอบเขา”
        “หุ่นล่ำอย่างคุณชาย เลือดกำเดาใครไม่ไหลก็บ้าแล้ว” ประกายดาวบอก
        “ฉันเป็นเพื่อนแกมากี่ปี ทำไมฉันจะไม่รู้ ต่อให้หุ่นล่ำ ก้ามปู หล่อหน้าเด้งขนาดไหน แกก็จะไม่รู้สึกอะไร ถ้าแกไม่ได้ชอบเขา”
        ประกายดาวหนักใจ
        “ถ้าไม่กล้าก็ยอมรับมาว่ารักคุณจันทรภานุ” มิลินทร์บอก
        ประกายดาวหนักแน่น “ฉันต้องกอดคุณจันทรภานุนานเท่าไหร่”
        “แค่สิบวินาทีก็รู้เรื่องเพื่อนเอ๋ย”
        ประกายดาวมุ่งมั่น
       
        จันทรภานุเดินกลับมาที่ห้องพัก มิลินทร์ออกมาจากในห้องด้วยสีหน้าร้อนรน
        “คุณชาย ดาวไม่รู้เป็นอะไรค่ะ อยู่ๆ ก็ใจเสียเรื่องที่มันเจอมา คุณชายช่วยปลอบดาวหน่อยเถอะค่ะ”
        จันทรภานุรีบเข้าไปในห้อง
       
        จันทรภานุเปิดประตูเข้ามาในห้อง ประกายดาวนั่งหน้าเศร้าอยู่บนเตียง จันทรภานุเข้าไปหาประกายดาวอย่างห่วงใย
        “คุณดาว ไม่ต้องคิดมากแล้วนะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว”
        ประกายดาวโผเข้ากอดจันทรภานุ มิลินทร์โผล่หน้ามาจากช่องกระจกเหนือประตูแล้วยกนิ้วทีละนิ้วนับเวลาให้ประกายดาว ประกายดาวกอดจันทรภานุแน่นแล้วหลับตาคิดในใจ
        “อสุภะกรรมฐาน เลือด น้ำนอง เน่าเฟะ”
        มิลินทร์ไล่นิ้วจนถึง 6 7 ก็ชักหวั่นใจเพราะประกายดาวกำลังจะทำสำเร็จ ประกายดาวยักคิ้วเย้ยใส่มิลินทร์
        มิลินทร์นับต่อ “8...9...”
        จู่ๆ จันทรภานุก็ยกมือกอดประกายดาวตอบ
        “ต่อไปนี้จะไม่มีใครทำร้ายคุณได้อีก ผมสัญญา” จันทรภานุเอียงหน้าจูบที่ซอกคอประกายดาวเพื่อให้กำลังใจ
        ประกายดาวตะลึงจนเลือดกำเดาไหลย้อย
        มิลินทร์ยิ้ม “ไอ้ดาวเสร็จ”
        ประกายดาวรีบผละออกจากจันทรภานุแล้วสาวกระดาษทิชชู่มาซับเลือด
        “คุณดาว คุณเป็นอะไร”
        “ไม่มีอะไรค่ะ”
        จันทรภานุประคองหน้าประกายดาวเพื่อดูเลือดกำเดาให้อย่างห่วงใย
        “แต่เลือดกำเดาไหล ออกเยอะด้วย คุณอยู่นี่นะ ผมจะไปตามหมอมาดูให้ แล้วก็ไม่ต้องคิดจะกลับบ้านวันนี้ คุณต้องนอนต่ออีกสองคืนสองคืน อยู่ใกล้หมอให้สบายใจดีกว่า”
        “อย่าดีกับฉันมากนักได้ไหมคะคุณชาย”
        “ขอผมเรื่องอื่นเถอะ ขอให้ผมไม่ทำดีกับคุณ ผมทำไม่ได้”
        ประกายดาวกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวจึงจะวิ่งออกไปจากห้อง แต่จันทรภานุคว้าตัวประกายดาวไว้
        “คุณจะไปไหน”
        “ปล่อยฉัน !”
        “ไม่ปล่อย คุณต้องบอกผม คุณเป็นอะไรประกายดาว”
       
        มิลินทร์กำลังคุยโทรศัพท์กับจิตสุภางค์อยู่หน้าห้อง
        “ฉันอยากถ่ายรูปตอนดาวมันทำหน้าเซลฟ์ แต่เลือดกำเดาไหลให้แกดูมาก”
        มิลินทร์เม้าธ์แตกโดยยืนหันหลังให้ห้องทำให้ไม่เห็นพงศ์จันทรที่ถือช่อดอกไม้ยืนอยู่หน้าประตูห้อง
       พงศ์จันทรมองเข้าไปในห้องก็เห็นประกายดาวกำลังผลักจันทรภานุ ประกายดาวร้องไห้ในลักษณะดูเหมือนประกายดาวกับจันทรภานุกำลังทะเลาะกัน
        “คุณดาว !”
        พงศ์จันทร์ปล่อยดอกไม้ลงพื้นแล้วเปิดประตูพรวดเข้าไป มิลินทร์ได้ยินเสียงก็หันขวับไปมอง
       
        พงศ์จันทรปราดเข้าไปกระชากจันทรภานุออกจากประกายดาวแล้วชกหน้าจันทรภานุเต็มๆ จันทรภานุกระเด็นไปติดกำแพงและมีเลือดกลบปาก
        ประกายดาวตกใจ “คุณพงศ์”
        มิลินทร์เดินตามเข้ามาด้วยความตกใจ
        “ศึกชิงนาง”
        พงศ์จันทรปราดเข้าไปจะซ้ำจันทรภานุ แต่ประกายดาวเข้ามาขวาง
        “คุณพงศ์หยุดเดี๋ยวนี้ !”
        “เขาทำร้ายคุณ” พงศ์จันทรบอก
        พงศ์จันทรไม่หยุด ประกายดาวจึงผลักพงศ์จันทร์อย่างแรง
        “คุณพงศ์ ฉันบอกให้หยุด”
        พงศ์จันทรโมโหทำให้ของขึ้นจนฉุดไม่อยู่
        “รักเขามากนักหรือไง” พงศ์จันทรถาม
        ประกายดาวปากแข็ง “ฉันไม่ได้รักคุณชาย”
        จันทรภานุอึ้ง
        “ไม่รัก แล้วทำไมต้องปกป้องเขาด้วย อ๋อ...ผมลืมไปว่าคุณอยากได้สะ...”
        ประกายดาวตกใจกลัวพงศ์จันทรจะพูดจึงตบหน้าพงศ์จันทร
        “ฉันปกป้องเขา ไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่น แต่เพราะคุณชายไม่ได้ทำร้ายฉัน ไม่มีใครทำร้ายฉัน ฉันทำร้ายตัวเองทั้งนั้น !”

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 9
        ประกายดาววิ่งออกไป
        พงศ์จันทรตะโกนเรียก “คุณดาว !”
        พงศ์จันทรจะวิ่งตาม แต่มิลินทร์มาขวาง
        “ปล่อยให้เป็นหน้าที่ลินทร์เถอะค่ะ”
        มิลินทร์คว้ากระเป๋าเสื้อผ้าและกระเป๋าสะพายของประกายดาวจะเดินออกไปแต่นึกขึ้นได้จึงหันกลับมาดันพงศ์จันทรออกจากห้อง
        “ช่อดอกไม้หล่นอยู่ข้างหน้า ไปเก็บก่อนดีกว่านะคะ”
        มิลินทร์ลากพงศ์จันทรออกไป พงศ์จันทรหันไปสบตากับจันทรภานุอย่างเอาเรื่อง จันทรภานุเช็ดเลือดที่มุมปากอย่างเศร้าๆ
       
        มิลินทร์วิ่งหอบกระเป๋าเข้ามามองหาประกายดาวก็เห็นประกายดาวนั่งปาดน้ำตาอยู่ที่ม้านั่ง มิลินทร์เดินเข้าไปนั่งข้างๆ
        “ฉันแพ้แก ฉันรักคุณจันทรภานุ” ประกายดาวบอก
        มิลินทร์ถาม “แล้วเมื่อตะกี้พูดทำไมว่าไม่รัก”
        “แล้วจะพูดทำไมว่ารัก คุณชายไม่จำเป็นต้องรู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับเขา เพราะฉันจะไม่ปล่อยให้ความรักอยู่กับฉันนานหรอก”
        ประกายดาวมุ่งมั่นแต่มิลินทร์เหนื่อยใจ
       
        จันทรภานุนั่งซึมอยู่ในผับ อภิเชษฐ์นั่งอยู่ด้วย
        “เออ ไอ้นี่แปลกคน กินน้ำเปล่าดับเฮิร์ต จะพระเอกไปไหนวะ”
        “รู้ได้ไงว่าฉันเฮิร์ต” จันทรภานุถาม
        “ครั้งสุดท้ายที่แกชวนฉันมานั่งดื่ม เพราะแกเฮิร์ตเรื่องแฟนเก่า”
        “เออ แกเก่ง ฉันเฮิร์ต เฮิร์ตมากด้วย” จันทรภานุยอมรับ
        “มันต้องอย่างงั้น การยอมรับความรู้สึกตัวเองเป็นอย่างแรกที่แกต้องทำ ถ้าตัวแกเองยังไม่ยอมรับความรู้สึกตัวเอง ก็อย่าคิดว่าใครจะช่วยแกได้ มา... ระบายออกมาเลยเพื่อน กูรูความรักอย่างฉันช่วยแกได้แน่นอน” เสียงข้อความในโทรศัพท์ของอภิเชษฐ์ดังขึ้น “แปบนะ งาน”
        อภิเชษฐ์พิมพ์ตอบด้วยหน้าตาเคร่งเครียด
        “โอเค ว่ามาเลย เกิดอะไรขึ้น ใครมันบังอาจทำให้ปากคุณจันทรภานุแตก” เสียงข้อความโทรศัพท์อภิเชษฐ์ดังอีก “แปบนะ”
        อภิเชษฐ์พิมพ์จนเสร็จ
        “คราวนี้เสร็จแล้วจริงๆ” เสียงข้อความดังอีก “กะอีแค่สะกดรอยตามคน ทำไมต้องให้บอกทุกสเต็ปวะ” อภิเชษฐ์พิมพ์ตอบจนเสร็จ “มาเลยเพื่อน”
        “ไม่ต้องหรอก แกช่วยฉันแล้ว” จันทรภานุบอก
        อภิเชษฐ์งง “ช่วยอะไร”
        “แกช่วยทำให้เห็นว่าปัญหาของฉันมันเล็กมาก ถ้าเทียบกับปัญหาระดับประเทศที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแกต้องจัดการ แล้วคดีที่แกตามอยู่ไปถึงไหนแล้วล่ะ”
        “เพิ่งได้ความคืบหน้ามาว่าพวกมันกำลังเคลื่อนไหวอะไรบางอย่างอยู่ ถ้าพวกมันทำสำเร็จ ยาเสพย์ติดจะหลุดเข้ามาในประเทศเราอีกมาก”
        จันทรภานุพยักหน้ารับเพราะเครียดไปด้วย
       
        ปุระชัยนั่งอยู่ในห้องทำงาน สักพักลูกน้องก็เคาะประตู
        ปุระชัยบอก “เข้ามา”
        ลูกน้องเดินเข้ามา
        “พวกมันมากันแล้วครับนาย”
        “ให้เข้ามา แล้วดูให้ดีว่ามีใครสะกดรอยตามมันมาหรือเปล่า แล้วก็อย่าให้ใครเข้ามากวน แผนนี้จะหลุดลอดออกไปไม่ได้เด็ดขาด”
        “ครับนาย” ลูกน้องเดินออกไป
        พลกับเจ้านายสะพายกระเป๋าเดินเข้ามา
        “เป็นยังไง กรุงเทพฯ น่าอยู่กว่าบนดอยใช่ไหม” ปุระชัยถาม
        พลกับเจ้านายยิ้มด้วยแววตาเป็นประกายตามประสาคนที่กำลังหลงกับความศิวิไลซ์ของเมืองหลวง
       
        อรอุมากับรติรสยืนคุยกับลูกน้องปุระชัยอยู่หน้าห้อง
        “นายคุยงานอยู่ครับ นายสั่งไว้ว่าไม่ให้รบกวน”
        รติรสไม่พอใจ “นี่แกกล้าออกคำสั่งกับฉันเหรอ”
        “นายไม่ให้ใครกวนจริงๆ ครับคุณหนู”
        “ไม่เป็นไรหรอกรส เอาไว้วันหลังฉันค่อยมาหาคุณพ่อก็ได้” อรอุมาบอก
        “ตกลงว่าเธอมีเรื่องอะไรจะคุยกับพ่อฉัน บอกฉันไว้ก็ได้ เดี๋ยวฉันบอกคุณพ่อให้” รติรสถาม
        “ฉันจะขอให้คุณพ่อส่งคนตามสืบ ว่านังผู้หญิงที่ศิวะเล่นชู้อยู่เป็นใคร” อรอุมาบอก
        รติรสทำโทรศัพท์ตกมือ
       
        ในบ้านปุระชัย อรอุมาจิบน้ำชาไปด้วยโดยไม่ได้สังเกตเลยว่ารติรสนั่งหน้าซีด
        “เธอรู้ได้ยังไงว่าศิวะมีชู้” รติรสถาม
        “วันก่อนคุณจันทรภานุไปที่บ้านฉัน ศิวะพูดอะไรแปลกๆ กับคุณชาย” อรอุมาบอก
        “นังประกายดาวไง ไม่เห็นจะยาก”
        “ไม่ใช่หรอก ไม่ใช่นังดาว ฉันสังหรณ์ใจว่าจะมีใครอีกคน”
        “คิดมากไปเองหรือเปล่า”
        “ฉันก็อยากจะแน่ใจว่าคิดไปเอง ถึงต้องขอให้พ่อเธอช่วยสืบให้ไง”
        รติรสกลืนน้ำลายเพราะคิดว่างานเข้าแล้ว แต่ก็พยายามปั้นหน้าปกติเพื่อกลบเกลื่อน
        “แต่เธอก็คิดจะหย่ากับศิวะอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องไปสนใจเลยว่าเขาจะไปยุ่งกับใคร” รติรสว่า
        อรอุมาย้อนถาม “เธอคิดว่าฉันจะหย่ากับศิวะจริงๆ เหรอ”
        รติรสเหวอ
        “ฉันรักศิวะ ฉันก็แค่ลองใจแกล้งเอาเรื่องหย่ามาขู่ มันได้ผลมากเลยนะรส ศิวะไปง้อฉันทุกวัน ฉันทำไม่ดีกับเขายังไง เขาก็ยังดีกับฉัน ฉันแน่ใจแล้วว่าเขารักฉัน สมน้ำหน้านังพวกผู้หญิงหน้าโง่ที่โดนศิวะหลอกกินฟรี ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าตัวเองก็เป็นได้แค่ของกินเล่น”
        รติรสปัดแก้วชาทิ้ง
        “ใครอยู่แถวนี้บ้าง มาเก็บแก้วทีสิ”
        อรอุมามองรติรสด้วยดวงตาแข็งกร้าวพร้อมกับนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ศิวะหลุดปากเรื่องเป็นชู้กับรติรส
        “คุณอย่าไปฟังจันทรภานุ ผมไม่ได้เป็นชู้กับรส”
       
        ดวงตาอรอุมาแข็งกร้าวเพราะเธอมาที่นี่เพื่อจับผิดรติรส ซึ่งรติรสก็มีอาการแปลกๆจริง แต่พอรติรสหันหน้ามา อรอุมาก็ปรับสีหน้าเป็นปกติ
        “ระวังเศษแก้วนะรส ฉันเคยโดนบาดมาแล้ว เจ็บไปถึงหัวใจเลยล่ะ” อรอุมาว่า
        “ไม่สบายหรือเปล่า ปกติไม่เคยเห็นเธอเป็นห่วงใคร”
        อรอุมายิ้มเย็น “เธอเป็นเพื่อนรักของฉัน ฉันถึงเตือน จะทำอะไรระวังให้ดี แก้วแพงๆ ถ้าแตกไปแล้ว ยังไงก็ประสานกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้”
        รติรสกลืนน้ำลายเพราะรู้สึกกลัวอรอุมาอย่างบอกไม่ถูก

ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 9
        ประกายดาวยืนอยู่ริมหน้าต่างห้อง วิทยุเปิดเพลง "เธอคือความฝัน ของวงพราว "
       “เธอคือความฝันในใจฉัน เป็นความฝันที่แสนไกล
       เนื้อเพลงโดนใจประกายดาว ประกายดาวจึงรีบกดเปลี่ยนคลื่นจนไปเจอเพลง "รักเธอเสมอ ของ อัสนี-วสันต์"
       “รักเธอเสมอ นานเท่าไหร่ยังรักเธอ”
       ประกายดาวรีบปิดวิทยุ
       “จะรักอะไรกันนักหนา”
       ประกายดาวเปิดนิตยสารดูก็เห็นรูปจันทรภานุในหน้าข่าวสังคม
       “คุณชาย !”
       ประกายดาวปิดหนังสือแล้วกดรีโมททีวีก็เจอรายการสัมภาษณ์คุณจันทรภานุ
       “ครับ ผมยังโสด” จันทรภานุพูด
       ประกายดาวกดรีโมท
       “ฉันจะหนีคุณไม่พ้นก็ให้มันรู้ไป”
       ประกายดาวมีท่าทีมุ่งมั่น
       
       จันทรภานุเดินอยู่ที่สวน มือของเขาจับโทรศัพท์เหมือนอยากจะโทรศัพท์ไปหาประกายดาว
       “ขอโทรศัพท์หน่อยค่ะพี่ชาย” หญิงนิ่มพูด
       จันทรภานุหันไปเจอหญิงนิ่มยืนอยู่
       “แน่ะ...มาใช้ของพี่ แล้วของตัวเองไปไหนคะ”
       “อยู่ค่ะ แต่ถ้าพี่ดาวเห็นเป็นเบอร์พี่ชายโทรไป พี่ดาวน่าจะดีใจกว่า”
       “น้องหญิงจะโทรหาคุณดาว?”
       “ค่ะ หญิงจะโทรไปถามว่าทำไมวันสองวันมานี้พี่ชายของหญิงดูไม่สดใส พี่ดาวทำอะไรพี่ชายหรือเปล่า”
       จันทรภานุรีบปฏิเสธ “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”
       “ถ้าไม่มี งั้นพรุ่งนี้หญิงโทรชวนพี่ดาวไปทานข้าวนะคะ พี่ชายต้องไปด้วย นี่ไม่ใช่การขอร้องแต่คือการบังคับ”
       หญิงนิ่มดึงโทรศัพท์จันทรภานุไปกด จันทรภานุอยากจะห้าม
       “น้องหญิงคะ อย่า...”
       หญิงนิ่มลดโทรศัพท์ลงแล้วทำหน้าจ๋อย
       “พี่ดาวปิดเครื่องค่ะ”
       จันทรภานุโล่งใจ
       
       พงศ์จันทรหยุดยืนหน้าประตูห้องประกายดาวแล้วเคาะประตูห้อง
       “คุณดาว คุณดาวครับ”
       ไม่มีใครเปิด พงศ์จันทร์แปลกใจ
       
       มิลินทร์วิ่งออกกำลังกายอยู่ในฟิตเนสและคุยโทรศัพท์ไปด้วย
       “ดาวหายไปเหรอคะ”
       พงศ์จันทรคุยโทรศัพท์อยู่ที่ล้อบบี้คอนโด
       “ครับ ผมโทรติดต่อคุณดาวไม่ได้เลย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ ที่คอนโดก็ไม่อยู่ คุณลินทร์รู้ไหมว่าคุณดาวอยู่ไหน”
       “ไม่รู้เลยค่ะ สองสามวันมานี้ลินทร์งานยุ่งมาก ก็เลยไม่ได้ติดต่อดาวเลย”
       “คุณไม่ได้โกหกผมนะ”
       “ถ้าลินทร์โกหก ขอให้ลินทร์ตกงานค่ะ ลินทร์ไม่รู้จริงๆ ว่าแต่คุณพงศ์มีธุระอะไรกับดาวหรือคะ”
       “ผมจะขอโทษคุณดาว เรื่องวันนั้น”
       “อ๋อ...ดาวมันไม่ถือสาหรอกค่ะ”
       “แต่ผมก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี ผมเกือบจะเผลอพูดเรื่องสเปิร์ม ผมต้องขอโทษคุณดาวให้ได้”
       พงศ์จันทรมุ่งมั่น
       
       แดนดินกำลังทำสวนอยู่ที่บ้าน รถพงศ์จันทรขับเข้ามาจอดหน้าบ้าน พงศ์จันทรลงจากรถ แดนดินมองอย่างแปลกใจ
       
       มือถือของประกายดาวมีข้อความจากดินแดนเข้ามา ประกายดาวกดอ่าน
       "น้องฟ้าไม่สบาย"
       
       ประกายดาวคุยโทรศัพท์
       “พี่ดิน น้องฟ้าเป็นอะไร ไปหาหมอหรือยัง”
       แดนดินคุยโทรศัพท์อยู่มุมหนึ่งของบ้าน
       “เป็นไข้หวัดใหญ่ เป็นตั้งแต่ปีที่แล้ว ตอนนี้หายแล้ว” แดนดินบอก
       “หายแล้ว ?! แล้วส่งข้อความมาบอกดาวทำไมมิทราบ”
       “ถ้าฉันไม่ส่งไปแบบนั้น แล้วแกจะยอมโทรกลับเหรอ ตอนนี้แกอยู่ไหนดาว รู้ไหมว่ามีแต่คนเป็นห่วง”
       ประกายดาวอ้อน “รวมทั้งพี่ดินด้วยปะ”
       “ไม่ต้องสตรอเบอรี่กับฉัน บอกมา แกอยู่ไหน”
       “ดาวมาทำงานที่เชียงใหม่ พอดีเจ๊พีชมีงานด่วน”
       “มีงานด่วน หรือใจแกป่วนกันแน่”
       “พี่ดินรู้อะไรมา ใครบอกอะไรพี่ดิน ลินทร์ใช่ไหม”
       “ไม่ต้องมีใครบอกหรอก ฉันเป็นพี่แก ทำไมฉันจะไม่รู้จักแก ไอ้พฤติกรรมหายตัวเป็นนินจา แกกำลังเฮิร์ต คนเราจะหนีอะไรก็หนีได้ แต่หนีใจตัวเองไม่ได้หรอกนะดาว”
       “ดาวรักพี่ดินนะ”
       “เออรู้ ไม่ต้องดราม่า” แดนดินแอบยิ้ม
       “พี่ดิน ถ้าพี่ดินรู้จักดาวจริง พี่ดินรู้ใช่ไหมว่าต้องบอกคนอื่นว่ายังไง”
       
       แดนดินบอกพงศ์จันทร
       “ดาวอยู่เชียงใหม่ครับ”
       พงศ์จันทรงง “เชียงใหม่ ?”
       “ครับ ดาวไปทำงาน แต่ที่ๆ ที่มันไปกันดารสุดๆ ไม่ต้องพูดถึงสามจี แค่สัญญาณโทรศัพท์ธรรมดายังไม่มีเลย”
       “ไม่มี แล้วคุณดินติดต่อดาวได้ยังไง”
       แดนดินอึ้งเพราะเผลอพูดไปแล้ว
       “เอ่อ...อ๋อ..ดาวมันโทรมาบอกตั้งนานแล้วครับ เมื่อตะกี้ผมจะโทรหามัน แล้วก็นึกขึ้นได้ว่ามันเคยโทรมาบอกแล้ว คุณไม่ต้องเป็นห่วงมันหรอกครับ ดาวเอาตัวรอดได้ ผมเป็นพี่มัน ผมยังไม่ห่วงมันเลย”
       พงศ์จันทรพยักหน้ารับ แดนดินแอบมองพงศ์จันทรพอเห็นพงศ์จันทรไม่มีท่าทีสงสัยก็ถอนหายใจโล่งอก พงศ์จันทรไม่สบายใจ
       
       อ่านต่อหน้าที่ 4


หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 12 จบบริบูรณ์
ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 11
ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 10
ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 9
ดาวเกี้ยวเดือน ตอนที่ 8
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 104 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 93 คน
90 %
ไม่เห็นด้วย 11 คน
10 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015