หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สุดสายป่าน

สุดสายป่าน ตอนที่ 17 จบบริบูรณ์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
29 สิงหาคม 2556 11:47 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
สุดสายป่าน ตอนที่ 17 จบบริบูรณ์
        สุดสายป่าน ตอนที่ 17 อวสาน (ต่อ)
       
       คุณพระบรรณกิจ และคุณหญิงไขนภา ช่วยกันยืนส่งแขกอยู่หน้าตำหนักใหญ่
       
       คุณพระ บอกกับแขกผู้ใหญ่คนหนึ่ง “กระผมต้องขอประทานโทษด้วยนะขอรับที่วันนี้เกิดเรื่องยุ่งๆขึ้น”
       ไขนภาประคับประคองผู้ใหญ่อีกท่านลงบันได
       แขกผู้ใหญ่ท่านนี้สับสน “เรื่องราวมันเป็นยังไงกันนะหญิง ที่ตาติแต่งงานผิดฝาผิดตัวน่ะ อาพอจะรู้อยู่บ้าง แล้วยังจะมีสลับตัวอะไรกันอีก”
       ไขนภามีท่าทีลำบากใจ “เรื่องมันยาวเพคะ...แต่พอทุกอย่างเรียบร้อยคุณฐิติกับคุณกานดาวสีคงจะไปกราบท่านอาที่วัง และอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังได้”
       
       อีกมุมหนึ่งใกล้ๆ กันนมสายร้องลั่น ตกอกตกใจ
       “ต๊าย...แล้วทำไมคุณติไม่ปริปากบอกใครเลยล่ะคะที่สงสัยว่าคุณกานดาวสีอาจจะเป็นตัวปลอม”
       นารีรัตน์ อธิบายแทน “คุณฐิติคงตั้งใจจะจับกานดามณีให้ได้คาหนังคาเขา ก็เลยต้องรอให้แน่ใจก่อนมั้งคะ”
       “ต๊าย ทำไมถึงได้ชะล่าใจขนาดนั้น แล้วถ้าจับไม่ได้ขึ้นมา วันดีคืนดีแม่กานดามณีจะไม่ลุกขึ้นมาฆ่าพวกเราหมดบ้านก่อนรึคะ...โธ่ คุณตินะคุณติ”
       “ก็ยังดีนะคะ ที่คุณฐิติฉุกคิดขึ้นมาว่าได้กานดามณีต้องมีรอยแผลที่ถูกแทง...หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ยังไงกานดามณีต้องดิ้นไม่หลุดแน่”
       “ยัยณีเองก็คงจะระแวงเรื่องนี้อยู่เหมือนกันล่ะค่ะ ถึงได้คอยระวังตัวแจ”
       “แล้วก็โชคดีด้วยล่ะค่ะที่ความทรงจำของยัยกานกลับคืนมาได้ทันเวลาพอดี” รำเพยว่า
       
       เวลาต่อมาท่านหญิงเชยคางมองหน้ากานดาวสีที่คุกเข่าอยู่ที่พื้นตรงหน้า ลูบหน้าลูบผมกานดาวสีด้วยความรักและเมตตา
       “ขวัญเอ๋ยขวัญมานะแม่กานดาวสี เรื่องร้ายทุกอย่างมันก็ผ่านไปแล้วตั้งแต่นี้หลานของย่าจงมีแต่ความสุข และมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตตลอดไปนะลูก...”
       ท่านหญิงมองหน้ากานดาวสีอย่างให้ความมั่นใจ
       “และจำไว้นะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ย่าไม่เคยคลางแคลงใจในตัวหล่อนเลย”
       “ดิฉันกราบขอบพระคุณเพคะท่านย่า”
       ท่านหญิงดึงตัวกานดาวสีเข้ามากอด วิเศษ พุดตาน และฐิติมองภาพด้วยความตื้นตันใจ
       “หมดเคราะห์หมดโศกกันซะทีนะลูก”
       นมสายเดินนำตำรวจเข้ามา
       “ท่านหญิงเพคะ ตำรวจมาขอพบคุณกานดามณีเพคะ”
       “ผมขออนุญาตนำตัวคุณกานดามณีไปที่สถานีตำรวจครับ”
       “นมสาย หล่อนไปตามแม่กานดามณีลงมาสิ”
       “คุณติกำลังขึ้นไปตามอยู่ค่ะ”
       
       ฐิติเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนที่เตรียมไว้เป็นเรือนหอ กานดามณีนั่งอยู่ที่เตียง ร้องไห้ ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ ฐิติเข้ามา รู้สึกผิดที่ทำร้ายกานดามณี
       “กานดามณี”
       กานดามณีนิ่งไม่หันไปหาฐิติ ฐิติเดินเข้ามาใกล้
       “ที่ผมทำไปทั้งหมด ผมอยากให้คุณเข้าใจว่าผมไม่ได้ต้องการจะทำร้ายคุณ”
       กานดามณีพูดทั้งน้ำตา
       “ติไม่ต้องมาขอโทษฉันหรอกค่ะ ฉันทำตัวของฉันเองและฉันก็ยอมรับในสิ่งที่ฉันทำ”
       “ผมขอโทษที่เรื่องมันต้องลงเอยแบบนี้ แต่ผมอยากให้คุณลงไปมอบตัว...ทุกคนพร้อมจะช่วยคุณ”
       กานดามณีนิ่งไปสักครู่ ก่อนพูดเรียบๆ
       “ขอเวลาฉันทำใจหน่อยได้มั้ยคะ...ฉันเคยฝันว่าจะมีชีวิตที่สวยงาม แต่ฉันคงต้องปล่อยให้มันลอยหายไป ในเมื่อสุดสายป่านของชีวิตฉันมันก็มาถึงได้แค่นี้”
       “ให้ผมอยู่เป็นเพื่อนนะ”
       “ขอฉันอยู่คนเดียวซักพักเถอะนะคะ แล้วฉันจะลงไป ติไม่ต้องกลัวหรอกว่าฉันจะหนีไปไหน ฉันเหนื่อยเต็มทนแล้ว ถึงจะดันทุรังเดินต่อไปก็คงจะเจอแต่ทางตัน ถึงยังไงฉันก็หนีไปไหนไม่รอดอยู่ดี”
       ฐิติมองกานดามณีอย่างเห็นใจ
       
       ฐิติเดินลงบันไดมา ด้วยสีหน้าไม่สบายใจ
       ตำรวจถาม “คุณกานดามณีล่ะครับ”
       “ขอเวลาให้เธออีกซักครู่นะครับ เธอกำลังเตรียมตัวอยู่”
       
       ภายในห้องนอนที่จัดไว้อย่างงดงามที่สุด สมกับจะเป็นห้องหอของฐิติกับกานดาวสี มีกลีบกุหลาบสีแดงโรยอยู่บนเตียง ทุกอย่างจัดไว้เรียบร้อยสำหรับคู่บ่าวสาว
       กานดามณี มองดูรอบๆ ห้อง เดินดูข้าวของทุกสิ่งทุกอย่างในห้องอย่างมีความสุข หยิบรูปที่ตนเคยถ่ายกับฐิติที่ประจวบซึ่งตนแอบไว้ก้นลิ้นชักขึ้นมาดู น้ำตาไหลและเดินไปที่โต๊ะแต่งตัว มองหน้าตัวเองที่ฟูมฟายน้ำตาอยู่สักครู่ก่อนจะยิ้มกับตัวเองอย่างตัดใจ หยิบกระดาษมาซับน้ำตาและเริ่มแต่งหน้าใหม่ให้สวยที่สุด
       
       เวลาผ่านไป ที่กระจกแลเห็นกานดามณีแต่งหน้าแต่งตัวใหม่เป็นกานดามณีคนเดิมเสร็จเรียบร้อยแล้ว
        
       พร้อมกับหยิบกรอบรูปมาดูแล้วตัดสินใจฟาดกรอบรูปลงกับโต๊ะ กระจกกรอบรูปแตกกระจาย

สุดสายป่าน ตอนที่ 17 จบบริบูรณ์
         
       ส่วนข้างล่างหมวดหัวหน้าทีมตำรวจเริ่มหงุดหงิด ที่รอกานดามณีนานแล้วก็ยังไม่เห็นหล่อนลงมา
       
       “นี่ผมก็ให้เวลาคุณกานดามณีมานานพอสมควรแล้ว ผมคงต้องขอรับตัวเธอไปดำเนินคดีแล้วล่ะครับ”
       วิเศษกับกานดาวสีหน้าเสีย กานดาวสีจับมือวิเศษปลอบใจ นมสายเกิดวิตกจริต เอามือทาบอกอย่างตกใจ หลุดปากออกมาตามประสาคนปากไว
       “ตายแล้ว...หวังว่าคุณกานดามณีคงไม่เล่นกายกรรมปีนหน้าต่างหนีออกไปเหมือนเมื่อตอนที่ออกไปฆ่านายวสันต์หรอกนะคะ”
       วิเศษกับกานดาวสียิ่งหน้าซีดลงไปอีก
       ท่านหญิงดุ “นมสาย...หุบปาก”
       นมสายสะดุ้ง เอามือตะครุบปากตัวเองไว้โดยอัตโนมัติ
       “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ยังไงคุณกานดามณีก็หนีไปไหนไม่พ้น เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ล้อมบริเวณวังสูรยกานต์ไว้หมดแล้ว”
       
       เวลานั้น ฐิติเปิดประตูเข้าไปในห้อง เห็นกรอบรูปที่มีรูปตนกับกานดามณีตกแตกอยู่ที่พื้น มองตามสายตาฐิติไปเรื่อยๆ เห็นเลือดหยดอยู่ที่พื้นข้างเตียงกองใหญ่
       กานดามณีนอนอยู่บนเตียง มือห้อยตกอยู่ที่ขอบเตียง เลือดไหลไม่หยุด ฐิติหายจากตกตะลึง พุ่งไปหากานดามณี
       “กานดามณี...คุณทำอะไรลงไปน่ะ”
       กานดามณีพูดขึ้นด้วยเสียอ่อนแรง
       “ฉันดีใจจังเลยค่ะที่คุณเป็นคนขึ้นมาตามฉัน...ฉันจะได้เห็นหน้าคุณและมีเวลาอยู่กับคุณอีกครั้ง”
       “ผมจะพาคุณไปหาหมอเดี๋ยวนี้...”
       ฐิติกำลังจะอุ้มกานดามณี กานดามณีส่ายหน้า พูดขัดขึ้นด้วยเสียงอ่อนแรง
       “ไม่ค่ะ ฉันรู้ตัวดีว่าเหลือเวลาอีกไม่มาก...ฉันขอร้อง...อย่าเอาฉันไปที่อื่นเลยนะคะ ขอฉันอยู่กับคุณตามลำพัง”
       ฐิติพูดขัดขึ้น “ผมทำไม่ได้...ผมปล่อยคุณไว้อย่างนี้ไม่ได้”
       กานดามณีอ่อนแรงลงทุกที แต่ก็พยายามยกมือขึ้นเพื่อสัมผัสใบหน้าของฐิติอย่างรักใคร่
       “ถือว่าเป็นคำขอครั้งสุดท้าย ขอให้ฉันมีความสุขจริงๆ สักครั้งก่อนตาย...ในชีวิตฉันไม่เคยรักใคร แต่ฉันเพิ่งมารู้ตัวว่าฉันรักคุณ ให้ฉันได้ตายในอ้อมกอดของคนที่ฉันรัก...นะคะ”
       ฐิติพูดไม่ออก ได้แต่ประคองกานดามณีไว้แนบอก
       “ฉันเพิ่งรู้เมื่อตอนที่เข้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะกานดาวสี ว่าฉันมีความสุขมากแค่ไหนเวลาที่ฉันได้รับความรักจากทุกคน ฉันเพิ่งรู้ว่าสิ่งที่ฉันต้องการไม่ใช่เงินทอง...แต่เป็นความรัก...ความรักบริสุทธิ์ที่ฉันไม่เคยได้จากใครเลยนอกจากคุณคนเดียว...แต่กว่าจะรู้ตัว ทุกอย่างมันก็สายเกินไป”
       มือของกานดามณีที่ลูบไล้ที่ใบหน้าของฐิติค่อยๆ ตกลงอย่างอ่อนแรง กานดามณีพยายามลืมตา จดสายตาจ้องไม่ให้คลาดไปจากใบหน้าหล่อเหลาของฐิติ
       “ฉันรู้ว่าติคงไม่เชื่อคำพูดของฉันอีกแล้ว แต่ขอให้เชื่อเถอะนะคะว่าคุณคือความรักครั้งแรกและครั้งเดียว...คุณคือสิ่งที่ดีที่สุดที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของฉัน”
       “ผมเชื่อ คุณไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ทำใจให้สบาย ผมจะอยู่กับคุณตรงนี้ ไม่ไปไหน”
       กานดามณีหน้าซีดเซียวลงทุกที เลือดที่หยดที่พื้นเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ตาของกานดามณีปรือลงทุกที
       “กอดฉันอีกสักครั้งได้มั้ยคะ เหมือนที่คุณเคยกอดกานดามณีคนนั้นที่ประจวบ”
       ฐิติไม่พูดอะไร กอดกานดามณีตามคำขอร้อง กานดามณีกอดฐิติยิ้มอย่างมีความสุข ส่วนด้านหลังฐิติ เห็นแขนกานดามณีที่กอดฐิติร่วงผล็อยลงที่พื้น
       
       เวลาผ่านไป 100 วันแล้ว ที่บริเวณเจดีย์เก็บอัฐิของกานดามณีในวัดแห่งหนึ่ง
       กานดาวสีบรรจงวางแจกันดอกไม้ที่จัดอย่างสวยงามไว้ที่ฐานเจดีย์ มองรูปของกานดามณีที่ฐานเจดีย์อย่างเสียใจและอาลัย
       “พี่ไม่เคยโกรธเธอเลยนะน้องณี พี่เข้าใจความรู้สึกของน้องดี พี่อโหสิให้เธอสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอทำกับพี่...ถึงยังไงเธอก็ยังเป็นน้องที่พี่รักเสมอ”
       วิเศษเอามือลูบที่รูปกานดามณีด้วยความอาลัย
       “ลูกณียกโทษให้พ่อด้วย เรื่องทุกอย่างมันเริ่มต้นจากพ่อ ถ้าพ่อไม่ทิ้งลูกไป ลูกก็คงจะไม่เข้าใจอะไรผิดๆขนาดนี้ แต่ขอให้ลูกเชื่อว่าตั้งแต่เราจากกันพ่อก็ไม่เคยลืมลูกเลยแม้แต่วินาทีเดียว...พ่อรักลูกเสมอนะ”
       ท่านหญิงมองภาพกานดาวสีที่มองภาพกานดามณีอย่างอาลัยรักแล้วก็อดสะเทือนใจไม่ได้
       “ทุกอย่างในโลกนี้ ถ้าเริ่มมาจากความดี ความถูกต้อง มันก็จะพาเราไปพบสิ่งที่ดี แต่ถ้าเริ่มผิด เริ่มมาจากความคิดร้าย แก่งแย่งชิงดีอยากจะเอาชนะ มันก็จะพาเราไปสู่จุดจบแบบแม่กานดามณีนี่ล่ะ”
       ท่านหญิงหันไปพูดกับรูปกานดามณีที่หน้าเจดีย์
       “แต่ไม่ว่ายังไง มันก็จบไปแล้ว ฉันขออโหสิกรรมให้หล่อนทุกอย่าง ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้หล่อนเกิดมาเป็นคนดี ทำในสิ่งทีดี จะได้ไม่ต้องมีจุดจบแบบนี้อีก”
       
       มีสายลมพัดกลีบดอกไม้โปรยปรายลงมาอย่างสวยงาม ต้องใบหน้ากานดามณีในรูปที่ยิ้มแย้ม เหมือนจะรับรู้ในสิ่งที่วิเศษพูดกับตน

สุดสายป่าน ตอนที่ 17 จบบริบูรณ์
        คืนหนึ่ง ที่วังสูรยกานต์ ฐิติกำลังอออดอ้อนท่านหญิงลักษมี มีพุดตานและนมสายอยู่ด้วย
       
       “ท่านย่าครับผมขอความกรุณาให้ท่านย่าไปสู่ขอกานดาวสีให้ผมอีกครั้งได้มั้ยครับ”
       “ย่าไปสู่ขอให้น่ะได้ แต่ติต้องไปพูดจากับแม่กานดาวสีให้รู้เรื่องซะก่อนเดี๋ยวเค้าจะคิดไปว่าย่าบังคับให้ติแต่งงานกับเค้าเหมือนเมื่อคราวที่แล้วอีก”
       “แต่ที่ผมยอมแต่งงานกับกานดาวสีก็เพราะผมรักเธอนะครับ ถ้าผมไม่รัก ยังไงผมก็ไม่ยอมแต่งแน่ๆ”
       พุดตานแทรกขึ้น “ที่บอกว่ารักเค้า แล้วเคยบอกเจ้าตัวเค้าหรือยัง”
       “เค้าก็น่าจะรู้”
       นมสายอดประชดไม่ได้
       “ใครเค้าจะไปรู้ล่ะคะ ในเมื่อคุณติก็คอยบอกอยู่ตลอดเวลาว่ารักคุณ กานดามณี”
       “ก็นั่นน่ะสิ ถ้าพ่อติรักแม่กานดาวสีเค้าจริงๆ ก็น่าจะรีบไปบอกเค้าให้รู้เรื่องก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
       
       ฐิติพาตัวเองมาอยู่ที่สวนบ้านกิริเนศวรแต่เช้า วิเศษบอกว่ากานดาวสีไม่อยู่
       ฐิติแปลกใจ “กานดาวสีไม่อยู่เหรอครับ แล้วเค้าไปไหน”
       “ยัยกานไปทำงานที่ต่างจังหวัดครับ”
       ฐิติตกใจ “ไปทำงานต่างจังหวัด...แล้วทำไมเค้าไม่บอกผมซักคำ คุณอาทราบมั้ยครับว่าเค้าไปที่ไหน”
       วิเศษยิ้มๆ “ยัยกานเค้าไม่ให้บอกใครครับ”
       ฐิติขอร้อง “ได้โปรดเถอะครับ ผมอยากรู้จริงๆว่าเค้าไปไหน”
       “ไม่มีประโยชน์หรอกครับคุณฐิติ ยัยกานตัดสินใจไปแล้ว ยังไงเค้าก็คงไม่เปลี่ยนใจแล้วล่ะ”
       
       ฐิติเครียดจัด กลับมาวังสูรยกานต์หน้าเศร้า ท่านหญิงซักไซ้
       “ว่ายังไงล่ะตาติ ไปหาแม่กานดาวสีมาแล้วใช่มั้ย แล้วเค้าว่ายังไงบ้าง”
       “กานดาวสีเค้าไปทำงานที่ต่างจังหวัดแล้วล่ะครับ”
       “แม่กานดาวสีเค้าคงจะตัดใจจากพ่อติแล้วน่ะสิ” พุดตานว่า
       ฐิติพูดไม่ออก
       “แต่ติเป็นทายาทคนเดียวของสูรยกานต์ ยังไงติก็ต้องแต่งงาน และมีทายาทสืบสกุลของเรา ย่าก็เลยอยากจะแนะนำผู้หญิงดีๆ ให้ติรู้จักเอาไว้” ท่านหญิงบอก
       ฐิติพูดสวนขึ้นทันที “ผมไม่ยอมแต่งงานกับใครทั้งนั้นถ้าไม่ใช่กานดาวสี”
       ท่านหญิงเสียงเข้ม “แต่ย่านัดเค้ามาที่นี่แล้ว ยังไงติก็ต้องลงไปทำความรู้จักกับเค้า”
       
       วันหนึ่งต่อมา ท่านหญิง ฐิติ พุดตาน เข้ามานั่งที่เก้าอี้ในห้องโถง นมสายยืนรออยู่ด้วยท่าทางตื่นเต้น ฐิติสีหน้าไม่ยินดียินร้าย
       ท่านหญิงบอกกับนมสาย “แขกที่ฉันนัดไว้ยังมาไม่ถึงอีกรึ”
       “มาแล้วกระหม่อม”
       คุณพระเดินยิ้มนำเข้ามา เป็นวิเศษกับกานดาวสีเดินตามเข้ามา ฐิติไม่สนใจไม่มอง
       “ตาติ นี่หลานไม่คิดจะทำความรู้จักกับคนที่ย่าหมายมั่นปั้นมือไว้ให้พ่อติบ้างหรอกรึ”
       “ก็ผมเรียนท่านย่าไปแล้วไงครับว่า ผมจะไม่ยอมแต่งงานกับใครทั้งนั้น”
       “แน่ใจนะครับคุณฐิติว่าจะไม่ยอมแต่งงานกับลูกสาวของผม” วิเศษว่า
       ฐิติได้ยินเสียงวิเศษแล้วชะงัก หันไปมองอย่างตกตะลึง เห็นกานดาวสียืนเคียงอยู่กับวิเศษ
       “กานดาวสี”
       
       เวลาต่อมา ตรงริมน้ำในสวนสวยวังสูรยกานต์ ฐิติจับมือกานดาวสีมองอย่างคาดคั้น
       “กานดาวสี เราไปจดทะเบียนกันพรุ่งนี้เลยนะ”
       กานดาวสีตกใจ “อะไรนะคะ ทำไมต้องรีบขนาดนั้นด้วย”
       ฐิติหยุดเดินหันมาพูดกับกานดาวสีอย่างจริงจัง
       “ผมไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ผมไม่อยากเสี่ยงอีกแล้ว ผมเสียเวลาที่มีค่าไปมากเพราะความหวาดระแวงไม่เข้าท่าของผม แต่ผมทนไม่ได้ที่จะสูญเสียคุณไปอีก...”
       ฐิติมองกานดาวสีด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักลึกซึ้ง ก่อนจะตัดสินใจบอกอะไรบางอย่างกับกานดาวสี
       “ผมมีเรื่องอยากจะบอกคุณ ผมไม่อยากให้คุณเข้าใจอะไรผิดๆ”
       “เรื่องอะไรคะ”
       “ผมรู้มาตั้งนานแล้วว่าคุณไม่ใช่กานดาวสีคนที่ผมเจอที่ประจวบ”
       กานดาวสีตกตะลึง คำถามมากมายวิ่งวนอยู่ในหัว
       “คุณรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
       สายตาของฐิติที่มองกานดาวสีเป็นประกายเจิดจ้าอย่างมีความสุข
       “คืนนั้น...ที่หัวหิน”
       กานดาวสีเขิน หลบตาฐิติ
       “แล้วทำไมคุณไม่บอก...”
       “ก็เพราะผมกลัวที่จะสูญเสียคุณไป ตอนนั้นผมไม่อยากรู้อีกแล้วว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร...ผมรู้แต่ว่าผู้หญิงคนที่อยู่กับผมคืนนั้นที่หัวหิน คือคนที่ผมรัก...ไม่มีกานดาวสีคนโน้นหรือคนนี้อีก...มีแต่คุณคนเดียวเท่านั้น”
       ฐิติดึงกานดาวสีเข้ามาใกล้ จับคางกานดาวสีให้หันหน้ามาทางตน ก้มลงถามเบาๆ
       “แล้วคุณล่ะ รักผมบ้างหรือเปล่า”
       กานดาวสีส่ายหน้าปฏิเสธ แต่นัยน์ตาเป็นประกายวิบวับ ฐิติมองท่าทีของกานดาวสีอย่างหวานซึ้ง
       “ไม่เชื่อ ผมรู้ว่าคุณก็รักผม
       “ใครบอกคุณ”
       “คุณบอกผมเอง...ด้วยดวงตาของคุณ”
       กานดาวสีสะเทิ้น ใจเต้นโครมคราม พยายามจะเบือนหน้าหนี แต่ฐิติไม่ยอมปล่อยมือจากคางของเธอ กานดาวสีหลับตาพริ้ม ไม่ยอมให้ฐิติเห็นดวงตาของตน
       ฐิติกระซิบเสียงนุ่มนวล “ผู้หญิงหลับตาแปลว่าอนุญาตให้จูบได้”
       กานดาวสีขยับจะลืมตา แต่ฐิติประทับริมฝีปากของตนที่แก้มนวลของกานดาวสีก่อนจะละเลื่อนลงมาที่ริมฝีปาก กานดาวสีอ่อนไปทั้งตัว จนกระทั่งฐิติถอนริมฝีปากออก
       กานดาวสีใจยังหวิวๆ อยู่ “ฉันไม่ได้...” นึกไม่ออกว่าจะพูดว่าอะไร
       ฐิติยิ้มขำ “อนุญาต”
       กานดาวสีพยักหน้ารับ
       “ผมรู้”
       
       ฐิติก้มลงจูบกานดาวสีอีกครั้งอย่างดูดื่มนุ่มนวลหวานซึ้ง สองคนปลอดปล่อยตัวเองให้เริงแล่นไปตามแรงปรารถนา และเสียงเรียกร้องต้องการของหัวใจ
       
       จบบริบูรณ์
       
       โปรดติดตาม "วุ่นนักรักหรือหลอก" ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.10 น. ทาง ช่อง 5 เอาเอง ไม่มีให้อ่านใน "ละครออนไลน์" จ้า

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สุดสายป่าน ตอนที่ 17 จบบริบูรณ์
สุดสายป่าน ตอนที่ 16
สุดสายป่าน ตอนที่ 15
สุดสายป่าน ตอนที่ 14
สุดสายป่าน ตอนที่ 13
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 117 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 113 คน
97 %
ไม่เห็นด้วย 4 คน
3 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015