หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 14
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 กันยายน 2555 12:15 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
       The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 14
       
       โรงละคร ใบหม่อนกำลังพูดคุยกับเนตรสิตางศุ์และกรรณาอยู่
       
       “ไม่ ฉันไม่ใช่คนโกหก ฉันไม่ใช่พวกสตอเบอรี่” ใบหม่อนตวาด
       “เขาบอกเขาไม่ชอบสตรอเบอรี่” กรรณาบอก
       “แต่เนตรจำได้ ใบหม่อนเคยยอมรับว่าหมอรุทธ์ปิ๊งใบหม่อน”
       “แต่ฉันไม่เคยรักหมอรุทธ์ ฉันรักปาณัท ฉันทำศัลยกรรมทุกอย่างไปก็เพื่อปาณัทคนเดียวเท่านั้น”
       “งั้นใบหม่อนเคยไปบ้านหมอรุทธ์ไหม”
       “ไม่”
       กรรณาปิดหู
       “โอย จ้ะๆ ไม่เคยไป แก้วหูจะแตก ”
       “ครั้งเดียวก็ไม่เคยเหรอ” เนตรศิตางศุ์ถามต่อ
       “ไม่ ฉันบอกว่าไม่ๆ”
       “ถามอยู่ได้ยัยเนตร ชั้นจะเป็นลมแล้ว” กรรณาปิดหูแน่น
       แองเจโล่ มาริโอ้ เดินโผล่มาหลังสองสาวพอดี
       “สรุปว่าใบหม่อนไม่เคยคบหากับหมอรุทธ์”
       “เท่าที่เห็นไม่เคยค่ะคุณน้อง”
       เนตรศิตางศุ์ กรรณา หันมาตกใจเจอสองแฝด
       “ใบหม่อนเป็นคนหวงตัวจะตาย เธอสวยเลือกได้ ถึงได้เลือกคุณปาณัทไงจ๊ะ” มาริโอ้บอก
       “โผล่มาเงียบๆ ตกใจหมดเลย”
       “ขวัญอ่อนนะน้องสาว”
       “แล้วพวกพี่เคยได้ยินเรื่องภรรยาหมอรุทธ์มั้ยคะ”
       เนตรศิตางศุ์พาเข้าประเด็นเดิมในที่สุด
       “โอ้พระเจ้า” มาริโอ้หันไปทางแองเจโล่ “จอร์จ หมอรุทธ์มีเมียแล้วเหรอ”
       “นั่นสิซาร่า ข่าวใหม่ ข่าวใหญ่ อย่างนี้ต้องรีบป่าวประกาศ”
       “ไม่ใช่ค่ะพี่ เนตรแค่ลองถามดูเท่านั้นเอง เห็นหมออายุไม่น้อยแล้ว เลยคิดว่าไม่น่าโสด”
       “เท่าที่รู้ยังไม่มีนะ และไม่น่าจะมีด้วย”
       “หน้าหม้อซะขนาดนั้น”
       “ว่าตัวเองเหรอคะ”
       “อะไรนะจ๊ะ”
       “เห็นด้วยค่ะ หมอรุทธ์หน้าหม้อ”
       สองสาวมองหน้ากันด้วยความหนักใจที่ไม่รู้อะไรเพิ่มขึ้นมาสักเท่าไหร่
       “แต่ว่าไปยัยใบหม่อนนี่ก็ฉลาดนะ เลือกคุณปาณัท”
       “เพราะคุณปาณัทเป็นเจ้าของโรงละคร”
       “และรวย”
       สองแฝดหัวเราะลั่น ใบหม่อนที่ยืนอยู่โมโหที่ว่าเธอเห็นแต่เงิน แผดเสียงลั่น
       “โอ้ย” กรรณาปิดหู “หูจะระเบิดแล้ว”
       สองแฝดมองหน้ากันแบบงงๆ
       
       ขณะเดียวกันกรรัมภาสลัดบ็อบใส่ภาพหมอรุทธ์ยืนกอดปลอบขวัญวาโย
       “รีบๆ หาหลักฐานดีกว่าเรา ให้มันจบๆ กันไป ไม่อยากเห็นภาพบาดตาบาดใจ หึๆ”
       กรรัมภายี้ใส่ภาพนั้น เดินเข้าห้องผ่านภาพคู่นั้นไปพร้อมกับภาพที่จางหายไป ตรงไปยังตู้เก็บแฟ้มลูกค้าVIPที่เคยเห็นครั้งก่อน แต่พอเปิดตู้เอกสารพบว่ามันว่างเปล่า
       “อุ้ยแม่เจ้า! แฟ้มประวัติรักษาใบหม่อนหายไปไหนแล้ว ของคนอื่นๆ ก็หายไปหมดเลย แย่แล้ว” กรรัมภารีบล้วงมือถือออกมากดโทรหาเนตรศิตางศุ์
       “ฮัลโหล ยัยเนตรเอกสารทุกอย่างอันตรธานหายไปหมดเลยอ่ะ แล้วเมื่อกี้ฉันก็เห็น ภาพยัยใบหม่อนจะกรีดหน้าตัวเองเพราะว่าหมอไม่รัก”
       เนตรศิตางศุ์พูดสายขณะกำลังนั่งพัดวีกรรณาที่หมดเรี่ยวแรงจากเสียงใบหม่อน
       “ใบหม่อนจะทำร้ายตัวเองทำไม ในเมื่อไม่ได้มีอะไรกับหมอ”
       “อ๋อเหรอ ไม่มีอะไรมากเลยนะ ถึงกับจะทำร้ายตัวเองประชดหมอขนาดนี้”
       แองเจโล่กับมาริโอ้เดินเข้าหลังจากไปหาน้ำหาท่ามาให้
       “นี่จ้าน้ำเย็น”
       “เป็นไงบ้างจ๊ะ สงสัยไวรัสเข้าหูถึงปวดหูจนเป็นลม”
       “กรรณไม่ได้เป็นลม แต่ได้ยินเสียงวิญญาณ” กรรณาบอกสองแฝดตกใจ
       “เฮ้ย! มั่วแล้ว ชั้นว่าไวรัสแน่ ดูดิ เริ่มพูดเพ้อเจ้อแล้ว”
       ทั้งคู่ไม่หยุดพูด เนตรศิตางศุ์เลยลุกเดินมาพูดมือถือห่างออกมา
       “ใบหม่อนว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เค้านะยัยแก้ม”
       “แกก็เชื่อเหรอ ผีมันหลอกแกน่ะสิ”
       “แล้วใบหม่อนจะมาหลอกฉันเพื่ออะไร ในเมื่อฉันกำลังช่วยเค้าหาฆาตกรที่ฆ่าเค้าให้อยู่”
       “เฮ่ย ก็นั่นสินะ หรือว่าใบหม่อนมีฝาแฝดวะแก? แล้วถ้ามีฝาแฝด ต้องโดนแยกกันตอนเกิดแน่ คนหนึ่งรวย คนหนึ่งจน แล้วต้องมาฆ่ากันเองเพื่อผู้ชายหรือมรดกไรงี้”
       “ไปใหญ่แล้วยัยแก้ม เอางี้ยัยแก้ม ถ้าแกอยากพิสูจน์ว่าหมอรุทธ์ไม่ได้ฆ่าใบหม่อนจริงๆ ตามที่สัญชาตญาณแกบอก แกต้องพาพวกฉันเข้าไปในบ้านหมอรุทธ์อีกครั้งให้ได้”
       กรรัมภาทำหน้าแหย
       “ฮะ แกจะหางานให้ฉันอีกแล้วเหรอ”
       “แค่นี้ก่อนนะจ๊ะ ฉันกับยัยกรรต้องรีบกลับกรุงเทพแล้ว”
       เนตรศิตางศุ์กดวางสายไป
       “เฮ้ย เดี๋ยวดิ ฮัลโหลๆ ยัยนี่ดูติ๋มๆ อย่างงี้เหอะ หลอกใช้เพื่อนเก่งใช้ได้เลย”
       กรรัมภาเก็บมือถือรีบเปิดประตูออกจากห้องหมอรุทธ์ แต่ต้องตกใจเมื่อเปิดออกไปเจอลาภอยู่หน้าห้องกำลังจะพาก๊องไปยังห้องนวดหน้าพอดี ทั้งก๊องทั้งกรรัมภาช็อค
       “โธ่เอ้ย ดันโผล่ออกมาตอนนี้” ก๊องแอบบ่น
       “เอ๊ะคุณ! เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยะ” ลาภถามอย่างตกใจ
       “เอ่อ ใครเหรอ?”
       กรรัมภายังนึกข้อแก้ตัวไม่ออก เลยพูดออกไปน้ำขุ่นๆ
       “ผมก็ถามคุณนั่นแหละจะมีใคร แอบเข้ามาแบบนี้ คุณต้องการอะไร”
       “แอบเอิบอะไรกันคะ ฉันก็เดินเข้ามาดีๆ คุณไม่เห็นเหรอ”
       “อ้าว ถ้าผมเห็น ผมจะโวยคุณเหรอ ไม่ต้องมาทำพูดลวดลายเลย คุณมานี่”
       ลาภจับแขนกรรัมภา ก๊องตกใจแต่ไม่กล้าเข้าช่วย
       “อ๊าย จะทำอะไร มาจับตัวฉันทำไม”
       “ผมก็จะส่งตัวคุณให้ตำรวจน่ะสิ ข้อหาบุกรุก”
       
       ลาภพูดพลางดึงตัวกรรัมภาไป

        
       “จะบ้าเหรอ ฉันไม่ได้เข้ามาขโมยอะไรนะ ปล่อยฉัน ปล่อย”
        
       กรรัมภาหันไปขยับปากด่าก๊อง “ทำอะไรสักอย่างซี ช่วยฉันหน่อย”
       ก๊องขยับปากถาม
       “จะให้ทำอะไรล่ะ”
       
       ลาภดึงตัวกรรัมภามา ก๊องเดินตามมา แต่ทำอะไรไม่ได้
       “ฉันบอกให้ปล่อย ฉันเป็นลูกค้าคนพิเศษของหมอรุทธ์นะ นายทำกับฉันยังงี้ไม่ได้นะ หมอรุทธ์ขา หมอรุทธ์อยู่ไหน ช่วยแก้มด้วย”
       ผู้คนในคลินิกแตกตื่น หมอรุทธ์เดินออกมาจากห้องทำเลเซอร์
       “หยุดนะนายลาภ อะไรกันน่ะ”
       “ผู้หญิงคนนี้แอบเข้ามาในห้องเก็บเอกสารของคลินิคเราครับ”
       “ก็แก้มมาหาหมอนี่คะ แก้มอยากเจอหมอ แต่นายคนนี้ดันไม่เห็นแก้มตอนเดินเข้ามาก็มาหาว่าแก้มเป็นโจรเป็นขโมย ไม่ให้เกียรติกันเลยนะคะ แก้มเสียใจจริงๆ” กรรัมภาบีบน้ำตา ก๊องทำหน้าประชดประชัน
       “แก้มจะไม่มาที่นี่อีกแล้ว จะไม่มาให้หมอเห็นหน้าอีก ลาก่อนค่ะ ปล่อยฉันซี”
       กรรัมภาสะบัดมือลาภหลุด เดินผ่านหมอรุทธ์จะออกไปแต่หมอรุทธ์คว้าแขนกรรัมภาไว้
       “เดี๋ยวครับคุณแก้ม”
       “อย่ามาห้ามเลยค่ะหมอ แก้มอาย แก้มทนอยู่สู้หน้าหมอไม่ได้หรอก”
       หมอรุทธ์เลยดึงกรรัมภามากอดไว้
       “อย่าไปเลยนะครับ ผมคิดถึงคุณ”
       ก๊องตะลึงมองอ้าปากค้าง ลาภหลับตาถอนใจ...ห้ามไม่อยู่จริงๆ ขณะที่กรรัมภาแทบละลายอยู่ในมือหมอรุทธ์
       “เอ่อ แก้ม แก้มก็คิดถึงหมอค่ะ”
       “คุณแก้มอย่าถือสาคนของผมเลยนะครับ” หมอรุทธ์มองจิกด่าลาภ “ไว้ผมจะจัดการลงโทษเค้าให้เอง”
       “เอ่อ ช่างเถอะค่ะ แก้มไม่อยากจะเอาเรื่องใคร ขอแค่หมอเข้าใจแก้มก็พอแล้ว”
       “ไง คุณแก้มไม่เอาเรื่องแล้ว ยังไม่ขอโทษอีก”
       ลาภน้อมหัวให้
       “เอ่อ ผมขอโทษครับ”
       “ขอโทษแล้วจะไปทำอะไรก็ไปสิ”
       “เชิญครับ ห้องกำจัดสิวอยู่ทางนี้”
       ลาภผายมือพาก๊องเดินไป ก๊องแอบยกหัวแม่มือชมกรรัมภาก่อนเดินตามลาภไป
       “คุณแก้มมาหาผมมีเรื่องด่วนอะไรครับหรือว่าตัดสินใจจะทำศัลยกรรมแล้ว ผมจะได้รีบเคลียร์คิวทำให้คุณ”
       “อ๋อ คือเพื่อนแก้มน่ะค่ะ สนใจจะทำศัลยกรรมกันหลายคน แต่ยังไม่กล้า เพราะไม่มีความเข้าใจเรื่องศัลยกรรมดีพอ แก้มก็เลยมีไอเดียว่าหมอน่าจะจัดปาร์ตี้บิ้วตี้ขึ้นที่บ้าน เพื่อให้ความรู้เรื่องความสวยความงาม เป็นการโปรโมทคลีนิคของหมอไงคะ แล้วแก้มจะทำหน้าที่เชิญเพื่อนๆ และแขกกระเป๋าหนักทั้งหลายมาให้หมอเอง กู๊ดไอเดียดีไหม๊คะ”
       “กู๊ดไอเดียครับ ผมก็เคยคิดจะจัดปาร์ตี้แบบนี้เหมือนกัน”
       “งั้นเราก็ใจตรงกันน่ะสิคะ”
       กรรัมภายกนิ้วโอเค หมอรุทธ์ก็ยกนิ้วโอเคมาประกบ
       “โอเค”
       “ฮิๆ”
       กรรัมภาหัวเราะน่ารัก แอบยิ้ม ตามแผน!
       
       กรุงเทพยามค่ำคืน...ติณห์กำลังนั่งชนแก้วตัวติดกันกับเพ็ญนภา ทั้งคู่คล้องแขนกันดื่ม มองตากันซึ้ง ณัฐเดชเดินเข้ามาในร้านหยุดยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยท่าทีแปลกใจโดยเฉพาะสีหน้าท่าทางของเพื่อนรัก
       “เห็นเพื่อนอินเลิฟขนาดนี้ ดีใจด้วยจริงๆ”
       ติณห์กับเพ็ญนภาหันมามอง เพ็ญนภาเม้ง
       “เสียมารยาท ไม่เห็นเหรอว่าฉันกับติณห์กำลังดินเน่อร์กันอยู่”
       “ขอโทษครับ พอดีผมมีธุระสำคัญจะคุยกับคุณติณห์น่ะครับ เชิญดื่มไวน์แก้วนั้นให้หมดก่อน ผมรอได้ครับ”
       ณัฐเดชเดินไปนั่งลงที่โต๊ะข้างๆ
       “ติณห์คะ ไหนว่าอยากจะอยู่กับเพนนีสองคนไงคะ ให้เพื่อนคุณตามมาทำไมเนี่ยะ ไล่เค้าไปซีคะ”
       “ไม่ได้ยินเหรอไอ้ณัฐ แฟนฉันอารมณ์เสียแล้ว แกรีบไปเลยไป วันนี้ฉันไม่มีเวลาจะคุยกับแก”
       “เฮ้ย! แกไล่ฉันเหรอ” ณัฐเดชนึกฉุน
       “อ้าว หูตึงเหรอวะ บอกให้ไปก็ไปซี”
       “แกเป็นอะไรของแกห่ะไอ้ติณห์ ญาณินเค้าไปช่วยแกสร้างรีสอร์ทในฝันของแกน่ะเว้ย แกทำตัวดีๆ กับเค้าหน่อย ไม่ใช่เอะอะก็ไปด่าว่าเค้า”
       “ทำไมจะด่าไม่ได้ เป็นแค่ลูกจ้าง วิเศษวิโสมาจากไหน ถ้าแม่นั่นทำงานให้ติณห์แล้วลำบากนักล่ะก็ เลิก!ไม่ต้องทำแล้วรีสอร์ท” เพ็ญนภาบอกแล้วหันไปอ้อนติณห์ “ดีเหมือนกันนะคะติณห์ขายที่ดินตรงนั้นซะ เอาเงินหลายร้อยล้านใส่กระเป๋า แต่งงานกับเพนนี แล้วเราก็บินไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกกัน 2 คน”
       “อยู่กับคุณ 2 คนเหรอ! ได้ งั้นผมขาย ผมจะขายที่ดินนั่นซะ แล้วไปอยู่กับคุณ”
       ณัฐเดชแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ก้าวเข้ามาดึงไหล่ติณห์
       “แกเสียสติไปแล้วเหรอไอ้ติณห์”
       “ว้าย”
       ติณห์สะบัดมือณัฐเดชออก
       “มีสิทธิ์อะไรมาแตะตัวฉัน” แต่ณัฐเดชก็จับคอเสื้อติณห์ให้ลุกขึ้น
       “ไหนแกเคยบอกฉันว่า ยังไงแกจะไม่ขายที่ดินของคุณหลวงตาแก แกรักที่ดินตรงนั้นและจะสร้างรีสอร์ทบนผืนดินของบรรพบุรุษแกไง”
       ติณห์กระชากมือณัฐเดชออก
       “อี๋ ความรักของฉันก็คือเพนนีไง ใม่ใช่ที่ดินเน่าๆ อย่างนั้น”
       ติณห์เอาแต่หันไปมองเพ็ญนภาอย่างหลงใหลคลั่งไคล้ ณัฐเดชอึ้งมองอาการเพื่อนชักผิดสังเกต
       “ไอ้ติณห์ ผีห่าซาตานอะไรเข้าสิงแกวะ”
       “ติณห์คะ ไล่เพื่อนคุณไปได้แล้ว”
       ติณห์หันมาตวาดณัฐเดชตาขวาง
       “ไปให้พ้น!”
       “ไอ้ติณห์”
       “Get Out”
       
       ณัฐเดชขบกรามกำหมัดแน่นอย่างสุดโกรธ แต่ไม่อยากทำเพื่อนเลยหันเดินออกไป เพ็ญนภายิ้มสะใจ
       
       


        
       เสียงมือถือของญาณินดังขึ้น ญาณินเดินมาหยิบมือถือขึ้นมาดูเบอร์
        
       “มีอะไรคะพี่ณัฐ โทรมาซะดึกเลย”
       ณัฐเดชเดินพูดมือถือออกมาจากร้านอาหารอย่างร้อนใจ
       “พี่ไปเจอไอ้ติณห์มา อาการมันน่าเป็นห่วงมาก ยัยเพนนีพูดอะไร มันเชื่อทุกอย่าง”
       “ก็ช่างเขาสิคะพี่ เค้าคงรักคุณเพนนีมาก”
       “ช่างได้ไง พี่รู้จักไอ้ติณห์ดี ปรกติมันไม่ใช่คนเกรียนแตกแบบนี้หรอก”
       “แล้วไงคะ พี่มาบอกณินทำไม”
       “พี่ว่าไอ้ติณห์มันต้องโดนของแน่ๆ”
       “โดนของ”
       หลวงพิชัยภักดีกับกุมาริกาโผล่เข้ามาฟังทันทีอย่างดีใจ
       “ใช่ โดนเสน่ห์ไง” หลวงพิชัยภักดีกับกุมาริกาบอกพร้อมกัน
       “พี่รู้ได้ไง ว่าคุณติณห์เค้าโดนของ”
       “พี่ไม่รู้หรอก พี่ไม่ได้มีสัมผัสพิเศษเหมือนพวกเธอ เธอซะอีกที่ควรจะรู้ก่อนใครเพราะเธอเป็นคนที่สมาธิดี มีสติตลอดเวลา” ญาณินจ๋อย “ที่พี่มั่นใจเพราะไอ้ติณห์ที่พี่เจอเมื่อกี้ มันไม่ใช่เพื่อนพี่คนเดิม มันดูเปลี่ยนไป ผิดไปเป็นคนละคน”
       “แล้วเราจะพิสูจน์เรื่องนี้ได้ยังไงกันคะ”
       “ไว้พี่จะจัดการเอง เราเตรียมตัวไว้ก็แล้วกัน แล้วพี่จะโทรมา แค่นี้นะ”
       “ค่ะพี่”
       ณัฐเดชวางสายไป ญาณินเดินคิดไปที่หน้าต่าง เริ่มได้สติ
       “โดนของ คุณติณห์ถูกคุณเพนนีทำเสน่ห์ใส่”
       “ก็นี่แหละที่ฉันพยายามจะบอกหนู แต่ติดต่อกับหนูไม่ได้สักที” หลวงพิชัยภักดีบอก
       “โชคดีจริงๆ ที่พี่ณัฐช่วยบอกแทนเรา ก่อนที่สายเกินไป”
       พูดเสร็จกุมาริกาก็หูผึ่งหันไปมองนอกตัวบ้านขวับ แล้วญาณินก็เห็นอะไรบางอย่างที่นอกหน้าต่าง
       “เอ๊ะ ใครน่ะ” ญาณินเห็นชายแก่คนหนึ่งนุ่งผ้าเตี่ยวสีแดงเดินผ่านแว๊บๆ ไป “นั่นใครน่ะ ใคร? “
       ญาณินตัดสินใจไปเปิดลิ้นชัก หยิบไฟฉาย แล้วออกจากบ้านไป
       “ท่าไม่ดีแล้วคุณตา”
       “ใช่ ไปดูกัน”
       แต่พอหลวงพิชัยภักดีกับกุมาริกาจะหายตัวทะลุออกจากบ้าน วิญญาณกลับเด้งกลับออกไปไม่ได้
       “เฮ้ย ทำไมออกไปไม่ได้”
       ประมาณ มีคาถาบางอย่างสกัดกักวิญญาณไว้ในบ้าน
       
       ขณะนั้นกำนันพงษ์กำลังนั่งขัดสมาธิท่องคาถาต่อหน้าหุ่นพยนต์ ปลุกหุ่นพยนต์ไปหาที่เก็บทองคำโดยมีเทียนปักอยู่รอบตัว พร้อมขันน้ำวางอยู่ตรงหน้า ในขันน้ำปรากฏภาพวิญญาณหุ่นพยนต์ในร่างของตาปะขาวกำลังเดินหาที่เก็บทองอยู่ในรีสอร์ทของติณห์ สนมองอย่างตื่นตาตื่นใจจนต้องยกมือขึ้นพนมงันงก
       ญาณินถือไฟฉายส่องเดินออกมามองหาแล้วก็เห็นวิญญาณหุ่นพยนต์ในร่างตาปะขาวเดินแว๊บๆ เคลื่อนไหวเร็วมากอยู่ห่างออกไปข้างหน้าญาณินตะโกนถาม
       “ใครน่ะ หยุดนะ คุณบุกรุกเข้ามานะ”
       ตาปะขาวหันมามอง หน้าซีดเผือดผมขาวนัยตาแดงโปนอย่างไม่พอใจ รีบเดินหายตัววืดๆ ไป ญาณินวิ่งตาม
       
       ช่วงเวลาเดียวกันนั้นที่กรุงเทพ รถของติณห์แล่นเป๋ไปเป๋มาเข้ามาในลาดจอดรถของคอนโด เสียงเบรคเอี๊ยดไปเอี๊ยดมา
       “อ๊าย ติณห์ ระวัง ขับตรงๆซีคะ บอกให้เพนนีขับก็ไม่เชื่อ อ๊าย เบรกๆ...เสาๆ”
       รถจอดเอี๊ยดตรงที่จอดรถของตัวเอง แต่ดันมีรถคันอื่นมาจอดแทน ติณห์กดแตรลั่น
       “เฮ้ยู ถอยออกไปจากที่จอดรถไอเดี๋ยวนี้นะ หูหนวกหรืองายบอกให้ถอยไป ไอจะจอด”
       “โธ่ติณห์คะ มันมีแต่รถ มีคนที่ไหนล่ะคะ คุณนี่เมาจริงๆ เลย ไม่น่าให้ให้กินเยอะเลยเรา”
       “ใครเมา ไอไม่เมา”
       ติณห์ยื่นหน้ามาจูบแก้มเพ็ญนภา เพ็ญนภาทำเป็นหนี หัวเราะคิกๆ
       “เพนนีขึ้นไปรอบนห้องติณห์ก่อนนะ ช้าอดหมดโปรโมชั่น”
       เพ็ญเปิดประตูรถลงจากรถเดินเข้าตึกไป
       “wait เพนนี รอไอด้วย”
       
       เพ็ญนภาขึ้นลิฟต์มาก่อน มายืนรออยู่หน้าลิฟท์พลางหยิบสัญญาซื้อขายที่ดินออกมายืนดู
       “คืนนี้ลงมือให้ได้ อย่าให้พลาดเด็ดขาด หว่านล้อมไอ้ติณห์เซ็นสัญญาขายที่ดินที่รีสอร์ทให้เตี่ยให้ได้ มันกำลังหลงแกหัวปักหัวปำ ไม่พ้นมือแกหรอก”
       เพ็ญนภายิ้มเมื่อนึกถึงคำพูดของเสี่ยปิยะพันธ์
       “จะให้เซ็นก่อน หรือว่าเซ็นหลังจากที่ ฮิๆๆ” เพ็ญนภามองไปลิฟต์พลางเก็บเอกสารใส่กระเป๋า
       “ทำไมป่านนี้ ยังไม่ขึ้นมาอีกนะ หรือเมาหลับอยู่ในรถไปแล้วก็ไม่รู้โง่จริงๆ เลยฉัน เค้าโดนเสน่ห์ไปแล้ว ยังจะไปมอมเหล้าเค้าอีก”เสียงลิฟต์ขึ้นมา
       “อุ้ย มาแล้ว” เพ็ญนภาจัดผมเผ้าให้เซ็กซี่ ยืนเท้าเสารออยู่หน้าลิฟต์ ประตูลิฟต์เปิด...
       “จ๊ะเอ๋เบบี้...อ้าว” เพ็ญนภาตกใจเพราะมองไม่เห็นใครยืนอยู่ในลิฟต์ เพ็ญนภามองต่ำแล้วตกใจ
       “ว้าย...อะไรกันเนี่ย”
       ติณห์นอนเมาหลับกองอยู่กับพื้นลิฟต์ เพ็ญนภากดล็อกลิฟต์ไว้ แล้วเข้าไปปลุกติณห์
       “ติณห์ค่ะติณห์ มานอนอะไรอยู่ในลิฟท์ ลุกขึ้นซี”
       ติณห์เมามาย ลืมตาไม่ขึ้น
       “ I need you”
       “need ก็ลุกซี อึ้บ ลุกซีปัดโธ่ ยังไงคืนนี้คุณต้องเซ็นสัญญาขายที่ดินให้เตี่ยฉันด้วย”
       “โอเค”
       “อุ้ย” เพ็ญนภายืนตกใจปิดปากตกใจที่ดันหลุดปาก
       “เอ่อ ติณห์คะ คุณได้ยินที่ฉันพูดรึเปล่า ติณห์คะ ติณห์ ติณห์” ติณห์หลับไปแล้ว
       “โธ่เอ้ย! เสียแผนหมดเลย”
       
       เพ็ญนภายืนพิงผนังลิฟต์มองติณห์อย่างสุดเซ็ง

        
       ส่วนที่โรงพยาบาล ไตรรัตน์กับสุคนธรสนอนเฝ้าเจ๊หญิง สุคนธรสหลับไปแล้วที่โซฟาเฝ้าไข้ ไตรรัตน์หยิบผ้าห่มมาห่มให้ ยิ้มๆ มองหน้าสุคนธรสที่ขยับตัวเหมือนเด็กๆ แล้วหันไปมองเจ๊หญิงที่นอนให้น้ำเกลืออยู่บนเตียง ไตรรัตน์ถอนใจมองอย่างแสนห่วง ก่อนหันเดินเข้าห้องน้ำไป
        
       เจ๊หญิงที่นอนหลับอยู่ลืมผลึงขึ้น ตาแข็ง ลุกนั่งทันที มองตาขวางไปที่สุคนธรสราวกับเกลียดแค้นมานาน ก่อนถอดสายน้ำเกลือแล้วก้าวขาลงจากเตียง
       
       ประตูห้องค่อยๆ เปิดเองช้าๆ เจ๊หญิงยืนก้มหน้าไหล่ตกรออยู่ในห้อง เจ๊หญิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ตัวแข็งทื่อเหมือนโดนสะกดจิต เจ๊หญิงค่อยๆ เอียงคอมองเหมือนเห็นบางสิ่งบางอย่างรออยู่หน้าห้อง ควันดำทะมึนลอยรออยู่หน้าห้อง เจ๊หญิงเดินออกมาจากห้อง ประตูห้องปิดเอง
       
       เจ๊หญิงก้าวเดินไปโดยมีควันดำล้อมตัวไปด้วย พยาบาลคนหนึ่งเข็นรถมาตามทางตรงไปทางที่เจ๊หญิงกำลังเดินมา มองเห็นเจ๊หญิงเดินมาแต่ข้างหน้า พยาบาลขมวดคิ้วมองสงสัย คนไข้ออกมาเดินทำไมดึกๆ ดื่นๆ รีบเข็นรถเดินตรงไปจะไปถาม แต่พอเดินผ่านเสาคลาดสายตาแว๊บเดียว เจ๊หญิงที่เดินสวนมาก็หายตัวไปแล้ว พยาบาลยืนช็อค มองทางเดินข้างหน้าที่โล่งจนวังเวงไม่มีใครสักคน
       “หายไปได้ยังไง! หรือว่า...”
       พยาบาลยกมือจับที่หน้าอกอย่างขนหัวลุก
       
       สุคนธรสที่นอนหลับลึก กลิ่นอบอวลของวิญญาณไหลเข้าโสตประสาทปลุกให้เธอตื่นขึ้น มือสุคนธรสกระตุก จมูกขยับสูดกลิ่น สุคนธรสลืมตาผึงขึ้น ตัวเด้งขึ้นนั่งทันที
       
       “กลิ่นวิญญาณจากป่าช้า”
       ไตรรัตน์ออกมาจากห้องน้ำมาพอดี
       “เป็นอะไรคุณ ทำหน้ายังกับฝันร้าย”
       “มีวิญญาณชั่วร้ายมาที่ห้องนี้ เกิดอะไรขึ้นระหว่างที่ฉันงีบไปรึเปล่า?”
       “ไม่มี๊ คุณละเมอรึปล่าวเนี่ยะ แม่ผมก็นอนอยู่นั่น อ้าวเฮ้ย” ไตรรัตน์ต้องตกใจเมื่อชี้ไปที่เตียง แต่เจ๊หญิงหายไป ถลามาที่เตียง
       “ม้า! หายไปไหนเนี่ยะ” ไตรรัตน์หยิบสายน้ำเกลือที่ถูกถอดทิ้งดู แล้วควานหาไปรอบๆ ห้อง
       “ม้า”
       สุคนธรสรีบเปิดประตูระเบียงออกไปดู
       “เจ๊คะ เจ๊”
       สุคนธรสเกาะระเบียงก้มลงมองไปพื้นชั้นล่าง แต่ไม่พบอะไร
       “เป็นไงบ้างคุณ?”
       “ไม่เจออะไร เจ๊คงออกไปจากห้องแล้ว รีบตามเถอะ”
       ทั้งสองรีบวิ่งไป
       
       ไตรรัตน์เปิดประตูออกมานอกห้อง แต่สุคนธรสที่ตามหลังมา หยุดชะงักอยู่ที่ประตู
       “อ้าวคุณ หยุดทำไม ไปเร็วซิ”
       “ฉันได้กลิ่นเน่าของวิญญาณมากมายตรงหน้าประตูห้องนี่”
       “โธ่คุณ โรงพยาบาลที่ไหนๆ ก็มีวิญญาณคนตายทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ?”
       “ไม่ใช่! ไม่ใช่ผีในโรงพยาบาลนี้ กลิ่นเน่าสะอิดสะเอียนแบบนี้ มันผีโผล่จากหลุมในป่าช้าชัดๆ”
       “โอ้ยคุณ หยุดเรื่องผีก่อนได้ไหม๊ ผมจะตามหาแม่ผม” ไตรรัตน์หันไปเห็นพยาบาลเข็นรถกลับมา รีบวิ่งเข้าไปหา “คุณพยาบาลครับ! แม่ผมหายไปจากห้อง คุณเห็นบ้างไหม๊ครับ?”
       “เอ่อ เมื่อตะกี้ฉันเห็นคนไข้คนหนึ่งเดินอยู่ตรงนั้น แต่พอเดินเข้ามาใกล้จะถาม ป้าแกก็หายไปแล้ว ฉันก็นึกว่าตัวเองตาฝาดไปเอง ตกลง เป็นคุณแม่คุณเหรอคะ”
       “คงใช่แม่ผมมั๊ง ป่านนี้ไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้”
       ไตรรัตน์เครียด
       “คงจะอยู่ในโรงพยาบาลนี้แหละ ไม่ไปไหนหรอก คุณพยาบาลบอกเจ้าหน้าที่ให้ช่วยตามหาหน่อยนะคะ”
       “ค่ะๆ”
       สุคนธรสกับไตรรัตน์ออกวิ่งตามหาต่อ พยาบาลรีบเข็นรถไปอีกทางเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่
       
       ส่วนที่กาญจนบุรี วิญญาณหุ่นพยนต์ในร่างตาปะขาวโผล่เข้า หน้าขาวๆ ตาแดงโปน เสียงหายใจฟึดฟัดกัดฟันกรอดๆ อยู่ในคอ ท่าทางของตาปะขาวดูงุ่นง่านมากขึ้น เมื่อเข้าใกล้ที่ซ่อนทอง เหลียวหลังไปมองเห็นญาณินกำลังตามหลังมาห่างๆ ตาปะขาวแสยะฟันดำโกรธ
       เสียงท่องคาถาของกำนันพงษ์เร่งเร้ามากขึ้น สนมองจ้องไปที่ภาพตาปะขาวในขันน้ำเห็นตาปะขาวเหลียวมองหลัง
       “มันเหลียวหลังมองอะไรวะ ยังกับมีใครตามมันไปงั้นแหละ” สนเกาหัว หักล้างตัวเอง
       “ใครหน้าไหนจะมองเห็นผีได้วะ”
       ตาปะขาวก้าวขาโก่งเดิน และแล้วมันก็มองเห็นเรือนไทยที่เห็นอยู่ข้างหน้าไกลๆ มันกระพริบตาแดงโปนของมันปริบๆ ราวตากิ้งก่ารับรู้ว่าทองอยู่ทางนั้น คราวนี้มันเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเร็วมาก
       ญาณินวิ่งตามมาเกือบทันแล้ว แต่เห็นหลังตาปะขาวแว๊บๆ ไปข้างหน้าเร็วมาก ญาณินหยุดวิ่งเกาะต้นไม้หอบ
       “ทำไมยิ่งตามก็ยิ่งห่างออกไปทุกที ยังกับไม่ใช่คนหรือว่านั่นวิญญาณ! งั้นเราก็...”
       ญาณินก้มลงมองตัวเอง
       
       ญาณินนั่งหลับอยู่ที่โต๊ะทำงาน เธอถอดจิตออกไปได้อย่างไม่รู้ตัวขณะเดียวกันวิญญาณหลวงพิชัยภักดีกับกุมาริกาเจอฤทธิ์คาถาปลุกวิญญาณหุ่นพยนต์ทำให้วิญญาณยังคงถูกกักอยู่ในเรือนรับรอง ทั้งสองร้อนรนอยากออกไป พยายามสารพัดวิธีจะออกไป
       “ตอนมา ทะลุบ้านเข้ามา ทำไมตอนออกถึงทะลุออกไปไม่ได้วะ ดันซีนังหนู ดัน”
       กุมาริกาออกแรงดันหลังหลวงพิชัยภักดีจนหน้าจมไปกับผนังบ้าน
       “หนูก็ดันสุดแรงเกิดแล้วอ่ะคุณตา”
       “ก็ดันอีกซีวะ ดันอีก...ดันอีก”
       “อึ๊บ...โอ๊ย! ทำไมออกไปไม่ได้ซักที หนูหมดพลังแล้วอ่ะตา อ๋อย”
       กุมาริกาปล่อยมือ หลวงพิชัยภักดีผละออกจากฝาเห็นหน้าแบนจนจมูกตาปากแบนเป็นแผ่นโรตี
       “อะไรวะ เราเป็นผี เราจะโผล่ไปไหนมาไหนก็ได้ ทำไมตอนนี้ถึงทำไม่ได้”
       หลวงพิชัยภักดีพูดพลางดึงหน้าตัวเองให้กลับคืนมาเป็นอย่างเดิม
       “ต้องมีอะไรมาขัดขวางเราไว้แน่ๆ เลย เราถูกขังแล้วคุณตา”
       ป้าอรวรรณเดินเข้ามาในห้อง
       “คุณหนูค่า เลิกทำงานเถอะ ไปนอนได้แล้วล่ะค่า” ป้าอรวรรณถอนใจเมื่อเห็นญาณินนั่งหลับอยู่ “เฮ่อ มานั่งหลับคางานอีกแล้ว อีตาคุณติณห์เค้าจะรู้บ้างไหม๊เนี่ยะว่าคุณหนูทำเพื่อรีสอร์ตเค้าขนาดนี้ มัวแต่ไปขลุกกับยัยเพนนี ให้เค้าเสี้ยมเค้าสอนอยู่ได้ คุณหนูขา ไปนอนที่ห้องเถอค่ะ มานั่งทรมานตัวเองทำไม” ป้าอรวรรณเดินพูดเข้ามา พลางยื่นมือจะจับตัวญาณินปลุก “คุณ...”
       “อย่า”
       กุมาริกาจับมือป้าอรวรรณไว้! ป้าอรวรรณมองมือตัวเองที่ค้างอยู่กลางอากาศโดยไม่เห็นมือกุมาริกา
       “อึ๋ย! อะไรเนี่ยะ ทำไมมือขยับไม่ได้ อึ๊บ! คุณหนูขา...”
       กุมาริกาโผล่ร่างมาขี่หลังป้าอรวรรณพร้อมกับอุดปากป้าอรวรรณไว้
       “ก็บอกว่าอย่าปลุกไง”
       ป้าอรวรรณตาเหลือกร้องลั่น
       “อ๊าย! เฮิ้ก”
       ป้าอรวรรณลมใส่ ขาอ่อน ล้มหงายหลังลง
       “อุ้ย ลมใส่อีกแล้วยัยป้า”
       กุมาริการีบยก 2 แขนขึ้นใช้พลังพยุงป้าอรวรรณไว้ให้ร่างลอย ก่อนค่อยๆ ปล่อยลงนอนอย่างนิ่มนวล หลวงพิชัยภักดีถอนใจส่ายหน้าอ่อนใจ หันมองออกไปนอกบ้านอย่างสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น
       
       “มันเกิดอะไรขึ้นข้างนอกกันแน่”
        
       อ่านต่อหน้า 2 เวลา 17.00น.

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 21 จบบริบูรณ์
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 20
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 19
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 18
สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอนที่ 17
5 อันดับข่าวยอดนิยมของหมวด
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 8
มนต์จันทรา ตอนที่ 7 (ต่อ)
อาญารัก ตอนที่ 21
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 1
มนต์จันทรา ตอนที่ 6
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
แบ่งปันให้เพื่อน
จำนวนคนอ่าน 158850 คน จำนวนคนโหวต 20 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 19 คน
95 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
5 %
ความคิดเห็นที่ 9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบน้องวาววา กับ น้องคริสตี้ จัง น่ารักสุดๆ คิคิ

เรื่องแรกของ 4 สาวจริงๆหรือเนี่ย โปรสุดๆ แสดงเก่งกว่านางเอกช่อง 7 หน้าแบน อกไข่ดาว บางคนซะอีก
Pretty Boy!
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ย้าวยาวอ่านไม่ไหวเร้วหละ
supako_13_@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แค่อ่านเรื่องย่อก็สนุกแล้ว แล้วถ้าเป็นละครคงน่าตื่นเต้นมากกว่านี้แน่เลย
ดำ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
บอกว่าอ่านต่อตอน 17.00 น. แต่ไม่ได้บอกวันว่าวันไหน
เราเลยอนุมานว่าคงอีกหลายวันกว่าจะได้อ่าน
Max
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลงมากกว่านี้ได้ไหมคะ
รอ ร๊อ รอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่าเน้นฉากรุนแรงมากเกินนะจ๊ะ เดี๊ยวจะเกิดการลอกเลียนแบบขึ้นมา โดนฟ้องไม่รู้ด้วยนา
เอาแค่พอดีๆดูสนุก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กำลังไปได้ดีอย่ายืดเป็นหนังยางนะคะ
เอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอนานละนะ เมื่อไรจะมาลงซักที
ying_racsrin@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลุ้นตลอดเลย
ชลรัศมี
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2012