หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ สาวน้อย
สาวน้อย ตอนที่ ๒๓ - ๒๔
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 กันยายน 2555 10:30 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
       สาวน้อย ตอนที่ ๒๓
       หลังละครเลิก บริเวณหน้าโรงละครจันทร์กระจ่างในเวลากลางคืนของวันใหม่ เสวกยืนยิ้มปริอยู่ที่หน้าป้ายโฆษณารูปวนิดา ที่รับบทศกุนตลา
       “พระเจ้าทรงโปรด ฉันจะได้ไปกินข้าวกับวนิดา ... คราวนี้แหละแกสองคนต้องแนะนำฉันให้เป็นเรื่องเป็นราวซะที” เสวกว่า
       “ฉันว่าฉันก็แนะนำไปแล้วนะ วันแสดงศกุนตลาวันแรก” สรรค์บอก
       “โธ่ คนเป็นหมื่นได้พูดทักทายแค่ 2 คำ เขาจะจำฉันได้หรือ”
       “ใครบอก วนิดาสนใจแกออก เขายังถามฉันเลยว่าแกเป็นพี่ชายสุวลีแน่หรือ”
       “จริงหรือ”
       เสวกหน้าเห่อราวขึ้นปราสาทเหม บุญมากัดทันที
       “วนิดาคงสงสัยว่าทำไมพี่ชายเจ้าหญิงสุวลีถึงเหมือนจิ๊กกะโล่ขี้เมา”
       “ไอ้บุญมา ไอ้หอกหัก...นั่นไง วนิดามาแล้ว”
       นิดกับแก้ว เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินมา มีนักข่าวชูกล้องชูแฟลช ถ่ายภาพพึ่บไฟสว่างลุกไฟร่วงพรู เสวกยิ้มร่าก้าวไป นิดยิ้มให้ เสวกดีใจแล้วรู้สึกว่านิดไม่ได้ยิ้มให้ตนแต่กลับเลยไปให้สรรค์
       เสวกเหลือบดูเห็นสรรค์มองนิดอย่างผูกพันก็เริ่มเอะใจ
       
       ภัตตาคารบนตึกสูงมีการจัดโต๊ะดินเนอร์ยาวริมหน้าต่าง ไม่หรูหราแต่ดูเป็นกันเอง วนิดานั่งหัวโต๊ะ สรรค์นั่งใกล้วนิดา แก้วนั่งกับบุญมา เสวกนั่งข้างสรรค์ แอบมองสรรค์กับวนิดาด้วยใบหน้าที่ขรึมลง
       “คุณเสวกวันนี้ดูเงียบไปนะคะ” นิดว่า
       “ไม่มีอะไรหรอกครับ”
       “คงจะผิดหวังที่ไม่ได้นั่งใกล้คุณวนิดา” บุญมากระเซ้า
       วนิดายิ้มหวานแล้วบอก
       “โธ่ ไม่จริงหรอกค่ะ คุณบุญมา”
       สรรค์ยิ้มขำ
       “แกไม่บอกฉันซักคำจะได้สละที่นั่งให้”
       เสวกหัวเราะแต่แววตามีนัยยะ
       “แกก็น่าจะรู้ว่า คนที่ควรจะนั่งใกล้คุณวนิดามันควรจะเป็นฉันไม่ใช่แก จริงไหมไอ้น้องชาย” เสวกตบบ่าสรรค์พูดอย่างจงใจ สรรค์หน้าเจื่อนไป บุญมาชะงัก นิดรู้ถึงนัยยะที่เสวกส่งมา แต่ทำเป็นไม่รู้เรื่องพรายยิ้มอย่างสมใจในที
       
       บริเวณเทอเรซข้างบ้านเนาวรัตน์คอนกลางวันของวันใหม่ สุวลีสวมสร้อยข้อมือเพชรของธนากำลังรินน้ำชาลงถ้วยให้ ธนานั่งอยู่ตรงหน้า ธนาพึมพำขอบคุณแล้วยกชาขึ้นจิบ พลางมองรอบๆ
       “ทำไมตอนนี้บ้านเนาวรัตน์ดูเงียบๆ ไป”
       สุวลีนิ่งไปนิดหนึ่งแล้วยิ้ม
       “ก็สุเบื่อที่จะเป็นแม่งานแล้วน่ะซีคะ”
       “คุณสุไม่น่ารีบเบื่อเพราะใต้ฟ้าเมืองไทย ไม่มีที่ไหนจัดงานได้หรูหราน่าตื่นตาตื่นใจได้เท่าบ้านเนาวรัตน์อีกแล้ว”
       “นั่นคำชมหรือคำค่อนว่ากันแน่คะ”
       “คือความจริงต่างหากครับ”
       ธนาจิบชาอีก
       “ผมได้ข่าวว่าตอนนี้ร้านสรรค์ศิลป์กลายเป็นแหล่งรวมดาราละครกับศิลปินเขียนรูปไปแล้วหรือครับ”
       สุวลีพูดปัดอย่างไม่ยินดียินร้าย
       “หมู่นี้สุไม่ค่อยได้แวะไปค่ะ”
       “มีอะไรหรือเปล่าครับ”
       ธนาแสร้งถาม สุวลียิ้มยักไหล่
       “สุเชื่อว่า คนเราควรมีระยะห่างระหว่างกันบ้างค่ะ”
       “เหมือนกับเสาหินของมหาวิหารอย่างนั้นหรือครับ”
       “เลิกพูดเรื่องของสุเถอะค่ะ มาพูดเรื่องของคุณบ้างดีกว่า”
       “คนอย่างผมชีวิตไม่มีอะไรวูบวาบหรอกครับ ก็มีแต่เรื่องราคา ประเมินทรัพย์สิน”
       ธนาเหลือบดูตัวตึกของบ้านเนาวรัตน์
       “เรื่องดูที่ เรื่องจำนองบ้านไปวันๆ”
       สุวลีพูดหยั่งเชิง
       “แล้วเรื่องสร้อยระย้าธิดาของรัฐมนตรีสุพจน์ละคะ”
       ธนาหัวเราะ แล้วส่ายหัวอย่างเบื่อๆ
       “พวกคอลัมนิสต์ข่าวสังคมคงอยากเป็นแม่สื่อแม่ชักกระมังครับ”
       “แปลว่าข่าวไม่จริงหรือคะ”
       “คนที่เคยใกล้ชิดเพชรน้ำเอกมาแล้วจะมาใส่ใจอะไรกับพลอยหุงพื้นๆ ละครับ ...”
       ธนาเอื้อมมือมาจับมือสุวลียกขึ้นดูสร้อยข้อมือเพชร สุวลีค้อนนิดๆ
       “ผมเพิ่งไปเจอชุดสร้อยคอกับต่างหูที่เข้ากันกับสร้อยข้อมือเส้นนี้ยังกะเป็นเซตเดียวกัน”
       สุวลียิ้มดวงตาวาววาม ในใจคิดว่า ธนายังคงอยู่ในอาณัติไม่ทันเห็นว่าแววตาธนามีแววเยาะหยัน และประเมินอะไรบางอย่างอยู่ ที่บริเวณซุ้มไม้เลื้อยห่างออกไป เสวกมองทั้งคู่อย่างไม่สบายใจ
       
       ภายในห้องนั่งเล่น สุวลีวางแผ่นเสียงลงบนแป้นหมุนของเครื่องเล่นจรดเข็มลงเสียงเพลงวิเวกไพเราะดัง สุวลีเดินมาที่โซฟาและนั่งลงหยิบสะดึงมาปักผ้าที่ปักค้างไว้ ฝีเข็มงดงามวิจิตร
       เสวกเดินมาทิ้งตัวลงนั่งพลางถอนใจ สุวลีเงยหน้ามองพลางยิ้ม
       “มีอะไรคะ คุณพี่”
       “พี่ว่าเธอสนิทสนมกับนายธนามากเกินไป นายคนนี้พี่บอกตรงๆ ว่าพี่ไม่ค่อยไว้ใจมัน บางทีดูมันมีลับลมคมในอะไรบางอย่าง”
       “เขาเป็นเพื่อนที่ดีออกค่ะ”
       “แต่คุณน้องมีคู่หมั้นอยู่แล้วนะ”
       สุวลีวางสะดึงลง มองเสวกอย่างเย็นชา
       “การที่สุสนิทสนมกับธนาก็ไม่ต่างกับที่สรรค์สนิทสนมกับวนิดาหรอกค่ะ”
       เสวกอึ้งรู้ว่าสิ่งที่สุวลีพูดนั้นจริงแต่พยายามไกล่เกลี่ย
       “คุณน้องคิดมากไป นายสรรค์กับวนิดาไม่ได้มีอะไรกันหรอก”
       “แต่ที่สุได้ยินมา...มันไม่ใช่อย่างนั้นนี่คะ”
       เสวกหลบตานิดหนึ่งแล้วโกหก
       “แต่เท่าที่พี่เห็นมากับตา วนิดาพูดจากับเจ้าสรรค์ไม่ต่างอะไรที่พูดจากับพี่กับเจ้าบุญมา คุณน้องเชื่อพี่เถอะ อย่าหมางเมินกับเจ้าสรรค์เลย”
       สุวลีรู้สึกดีขึ้นแต่ก็ยังไว้เชิง
       “แต่สุก็ไม่อยากทำเป็นคนขี้หวง เที่ยววิ่งเร่ตามคู่หมั้นไปทั่วเมืองนะคะ”
       “พี่รู้ว่าเธอก็รู้ว่า เธอควรทำอย่างไร”
       สุวลีคิดๆ แล้วยิ้มออกมา เสวกเมินหน้าไปเพื่อซ่อนสีหน้ากังวล
       
       วันใหม่ตอนกลางวันที่ร้านสรรค์ศิลป์ สุวลีเดินเข้ามาในส่วนของแกลอรีก็เห็นสรรค์กับนิดในชุดหรูยืนดูรูปทะเลอยู่ สุวลีคิ้วขมวดหน้าเคร่ง
       “ดิฉันอยากได้ภาพทะเลอีกซักรูปนึง”
       “รูปนี้เป็นยังไงครับ”
       “แต่ว่าวันนี้ดิฉันไม่มีรถมา คุณต้องไปส่งดิฉันให้ถึงที่หมายนะคะ”
       “ด้วยความยินดีครับ”

       นิดยิ้มมองเลยมาเห็นสุวลี หน้าเปลี่ยนไปแค่เสี้ยววินาทีก็ยิ้มพราย
       “คุณสุวลี”
       สรรค์มองตามแล้วเจื่อนไปเล็กน้อย นิดก้าวไปหาสุวลีที่ยิ้มหวานตอบ นิดก้าวไปจับมือสุวลี อีกฝ่ายหนึ่งบีบมือตอบ
       “คุณน้อยหรือจะให้เรียกวนิดาดีค่ะ”
       “แล้วแต่คุณสุวลีเถอะค่ะ”
       สุวลีดึงมือออกแล้วเดินมาดูรูปด้วยก่อนพูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจซึ่งมีแววแดกดันอยู่ในที
       “จะซื้อรูปอีกหรือคะ”
       “ค่ะ ดิฉันถือว่าการซื้อรูปเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งค่ะ”
       นิดจงใจพูดให้กำกวม สุวลีรู้ทันหันมายิ้มแล้วพูดกินนัย
       “กลัวแต่ว่าคุณวนิดาจะขาดทุนน่ะสิคะ”
       “กับคุณสรรค์ ดิฉันยอมเสี่ยงค่ะ”
       สุวลียิ้มถอยไปแตะแขนสรรค์แบบคนรักพลางพูดเย้า
       “ตายจริง นี่คุณกลายเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงไปแล้วนะคะ สรรค์”
       “คุณสองคนพูดอะไรกัน...”
       สรรค์พูดปรามนิดยิ้มพราย ขณะที่สุวลียิ้มเชือดเฉือน
       “ดิฉันตกลงซื้อรูปนี้ค่ะ”
       “ขอบคุณครับ...รูปก่อนเป็นทะเลหัวหิน รูปนี้ผมเขียนที่ประจวบ”
       “ถ้าคุณไม่บอกว่าเขียนที่ประจวบแล้วให้ดิฉันทาย ดิฉันก็ต้องทายว่าเขียนที่เกาะสีชัง” “คุณน้อยเคยไปเที่ยวสีชังหรือครับ”
       “เคยยิ่งกว่าไปเที่ยวอีกค่ะ”
       “ผมยังไม่เคยไปเลย ผ่านก็ไม่เคยผ่าน”
       สุวลีได้ยินก็อึ้งไปนิดหนึ่ง นิดยิ้มมีแววเยาะวูบหนึ่งจนสุวลีแปลกใจ นิดพูดต่อ
       “คุณน่าจะลองหาโอกาสไปดูบ้างนะคะ คนที่นั่นจิตใจสะอาดโอบอ้อมอารีมีศีลมีสัตย์ ผิดกับที่กรุงเทพ บางคนหน้าตาดีมีการศึกษาสูงเป็นลูกผู้ดี แต่จิตใจกลับสกปรกชั่วร้ายอย่างไม่น่าเชื่อ”
       นิดพูดยิ้มๆ สุวลีกลับไม่รู้ว่ากำลังโดนแขวะ
       “โธ่ คนที่สีชังมีเป็นเรือนร้อย แต่คนกรุงมีเป็นแสนเป็นล้านก็ต้องมีคนทั้งดีทั้งร้ายมากกว่าอยู่แล้ว” สรรค์บอก
       นิดดูนาฬิกาที่ข้อมือแล้วบอก
       “ดิฉันต้องไปธุระต่อแล้วละคะ เสียดายจังได้คุยกับคุนสุวลีไม่กี่คำเอง”
       “อย่าห่วงเลยค่ะ ฉันว่าเราคงจะได้เจอกันอีกบ่อยๆ แน่”
       “นี่คุณคงจะไปส่งดิฉันไม่ได้แล้ว” นิดพูดยิ้มๆ
       “ใครว่า”
       สุวลีกลับยิ้มพูดขัดขึ้น
       “สรรค์ค่ะ ช่วยไปส่งคุณวนิดาหน่อยเถอะค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงร้านหรอกคะ สุจะดูแลให้”
       “ตายจริง ดิฉันเกรงใจคุณสุวลีจัง”
       “อย่าเกรงใจเลยค่ะ แค่ประเดี๋ยวเดียวดิฉันเต็มใจให้ยืมค่ะ” สุวลีพูดพลางเน้นคำว่า “ให้ยืม”
       “ต้องถามคุณสรรค์มากกว่ากระมังคะว่าเต็มใจหรือเปล่า”
       “โธ่ เต็มใจซีครับ”
       สรรค์ยิ้ม และไม่รู้ว่า สองสาวกำลังเชือดเฉือนกันภายใต้หน้ากากสังคมบนรอยยิ้มแย้มนั้น
       
       ภายในบ้านธรรมนูญภักดีในเวลากลางวันต่อมา สรรค์และนิดเดินเข้ามาในบ้าน สรรค์มองดูรอบๆ เพราะไม่ได้มาที่นี่เป็นเวลาราวปีหนึ่งแล้ว ชื่น ถวิลและบรรดาสาวๆ อีก ๔-๕ นางมาดูวนิดายิ่งเห็นสรรค์กิ๊กกั๊กอยู่กับนิยิ่งชอบใจ จนชื่นต้องถลึงตาใส่ให้รักษามารยาท
       “คิดว่าคุณน้อยจะไปหาท่านผู้ใหญ่ที่ไหน”
       “คุณเองก็รู้จักท่านดีไม่ใช่หรือคะ”
       “ก็สนิทสนมอยู่เหมือนกันครับ เพียงแต่ช่วงหลังๆ นี่...มีเรื่องให้ห่างๆ กันไปบ้าง”
       สรรค์หมายถึงเรื่องพระยาธรรมนูญภักดีหย่าขาดกับมะลิ แต่นิดทำเป็นไม่รู้เรื่อง
       “อ้อ หรือคะ”
       “แต่ผมเองไม่ทราบว่าคุณน้อยก็รู้จักท่านด้วย”
       “นี่เป็นความลับสุดยอดนะคะ”
       “ได้ครับ”
       นิดหันมาหาชื่นและถวิล
       “ป้าจ๋า ท่านเจ้าคุณอยู่บนตึกหรืออยู่ที่ระเบียงหลังจ๊ะ”
       “อยู่ซะที่ไหนละคะ” ชื่นว่า
       “อ้าว แต่ท่านบอกให้หนูมาพบตอนนี้นี่จ๊ะ”
       “ท่านได้รถคันใหม่เอารถไปลองเครื่องตั้งแต่เช้า” ถวิลว่า
       “แต่ท่านนัดไว้เดี๋ยวก็คงกลับค่ะ”
       นิดหันมาหาสรรค์ที่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี
       “งั้นผมขอตัวกลับก่อนดีกว่า”
       “ค่ะ พรุ่งนี้อย่าลืมเอารูปไปส่งดิฉันนะคะ” นิดย้ำ
       สรรค์ออกไป นิดลงนั่งที่โซฟา ดวงตามีรอยยิ้ม แล้วได้ยินเสียงเครื่องรถดังกระหึ่มเข้ามา เสียงเบรกดังเอี๊ยด! นิดลุกขึ้นกรายออกไป
       
       นิดเดินออกมาดูเห็นรถใหม่เอี่ยมดูวาววับไปทั้งคันจอดอยู่ พระยาธรรมนูญลงมาอย่างกระฉับกระเฉง นิดเข้ามาไหว้อย่างนอบน้อม
       “รถคันใหม่หรือคะท่าน”
       “ไม่ไหว คันเร่งไวเหลือเกินคนแก่จะหัวใจวายตาย” พระยาธรรมนูญภักดีว่า
       “ใต้เท้ายังไม่แก่ซักหน่อย”
       “อย่ามาประจบฉัน ฉันไม่เชื่อ”
       พระยาธรรมนูญดุขำๆ นิดยิ้ม
       
       ภายในห้องโถง นิดและพระยาธรรมนูญนั่งอยู่ที่โซฟา พระยาธรรมนูญพับหนังสือพิมพ์ที่ลงโฆษณาแป้งส่งมาให้
       “นี่มันยังไง เมื่อวานฉันเห็นเธอโฆษณายาสีฟัน วันนี้มาโฆษณาแป้งผัดหน้าเสียแล้ว”
       “พรุ่งนี้ก็คงจะมีโฆษณาน้ำหอม มะรืนก็จะมีโฆษณาลิปสติกเจ้าค่ะ”
       นิดตอบหน้าตาเฉย
       “แล้วที่แย่ก็คือ ดิฉันไม่เคยใช้น้ำหอม แป้ง ยาสีฟันและลิปสติกพวกนั้นเลยซีคะ”
       “นี่แหละคือโลกล่ะ คนเราอยู่กับความลวงมากกว่าความจริง วนิดา ตอนนี้เธอเป็นดาวที่จรัสแสงที่สุดบนฟากฟ้าแล้ว รถคันนี้ เหมาะกับเธอมากกว่าฉัน” พระยาธรรมนูญพูดพลางยื่นกุญแจรถให้
       ชื่น ถวิลถึงกับอ้าปากค้าง นิดนิ่งอึ้งแล้วทรุดลงกราบกับพื้น พระยาธรรมนูญลูบผมอย่างปรานี

       นิด ชื่น ถวิลยืนอยู่บนเทอเรซมองรถอย่างชื่นชม ส่วนบรรดาสาวใช้ใหม่ยืนซุบซิบกันคิกคักดูวนิดาอยู่
       “แม่นิด เรื่องคุณสรรค์นี่มันยังไงกัน”
       “แล้วป้าชื่นจะให้เป็นยังไงละจ๊ะ”
       แม้ชื่นถวิลจะเคยได้ยืนชื่อสุวลีใช้ให้กลั่นแกล้งนิด แต่ก็ยังปะติดปะต่อเรื่องไม่ได้ ไม่เข้าใจถ่องแท้นัก นิดแกล้งถามยิ้มๆ ป้าชื่นค้อนควัก
       “อุ๊ย ก็ป้าเห็นคุณสรรค์มาส่งหนู แล้วแม่นิดก็มีกิริยายังไงๆ อยู่”
       “แน่ะ ยังไงๆ อีกแล้ว” นิดพูดพลางยิ้มขำ
       “วุ้ย ไม่อยากพูดแล้ว”
       “ไม่ใช่แค่นิดดูยังไงๆ หรอกป้า คุณสรรค์ก็ดูท่ายังไงๆ กับนิดอยู่เหมือนกัน” ถวิลว่า
       
       นิดแววตายิ้มสดใส
       “พี่หวินกับป้าชื่นแน่ใจหรือจ๊ะเรื่องยังไงๆ”
       “ฉันน่ะไม่เคยมีผัว แต่ป้าชื่นน่ะเคยคงรู้เรื่องยังไงๆ มากกว่าฉัน” ถวิลบอก
       “อุ๊ย อีหวิน .. นี่นิด ป้าเป็นห่วงหนู คุณสรรค์น่ะเขายังคงหมั้นหมายอยู่กับคุณสุวลีไม่ใช่
       หรือ”
       “จ๊ะ”
       “ป้าไม่อยากให้หนู เสียใจเปล่านะลูก”
       นิดยิ้มขอบใจ
       “เขาเป็นแค่คู่หมั้นนะจ๊ะ ยังไม่ได้แต่งงานกันซักหน่อย เขาหมั้นได้ก็ถอนหมั้นได้”
       ชื่นกับถวิลอ้าปากค้าง
       “ต๊าย แม่นิด”
       นิดดวงตาวาวมุ่งมั่น คิดในใจต่อ
       “เพราะฉันต่างหากที่แต่งงานกับเขาก่อน”
       ชื่นตบอกผาง ถวิลอ้าปากค้างแล้วมองตากัน
       “แม่คุณ แม่เป็นนางเอกยุคใหม่จริงๆ”
       “เออ ใช่ ท่าทางจะหมดยุคนางเอกนั่งร้องไห้ผะอืดผะอมแล้ว”
       
       สุวลีเดินหน้าเชิดผ่านสาวใช้เข้ามาในบ้านโพธิ์ธารา แม่ผินออกมาต้อนรับ สีหน้าเย็นชาของ
       สุวลีกลายเป็นยิ้มแย้ม
       “คุณหนูสุวลี ทูนหัวของผิน”
       “แม่ผินสบายดีหรือคะ”
       สุวลีจับแขนแม่ผินยิ้มอย่างสนิทสนม แม่ผินปลาบปลื้มประโลมใจ
       “โถ แม่คุณ สบายดีค่ะ ไม่ได้เจ็บไข้อะไร นี่คุณสรรค์ยังอยู่ที่ร้านเลยค่ะ”
       “สุทราบค่ะ สุเพิ่งมาจากที่ร้าน”
       “อ้าว หรือคะ”
       “แต่สุไม่ได้กราบคุณอาพระมานานแล้วก็เลยแวะมาเยี่ยมค่ะ”
       มารศรียืนอยู่ที่ประตู เลิกคิ้วอย่างแปลกใจก่อนร้องขึ้น
       “ตายจริง วันนี้ฝนฟ้าท่าจะตกใหญ่”
       สุวลีหน้านิ่ง ทำเหมือนมารศรีเป็นอากาศ แม่ผินค้อนจนคอเคล็ด
       “เอะอะมะเทิ่งอะไร ไม่ใช่กงการอะไรของหล่อน .. เชิญคุณหนูข้างในเถอะค่ะ”
       “ขอบใจจ้ะ แม่ผิน”
       
       แม่ผินแทบประคองสุวลีผ่านมารศรีที่ยิ้มอารมณ์ดีไป ทันที่สุวลีกับผินลับตา มารศรีก็ครุ่นคิด
       ที่ห้องรับแขก พระชาญและสุวลีที่นั่งนั่งตัวตรงงดงามอยู่บนเก้าอี้ พระชาญมีอาการเกรงใจเช่นเคย
       “คุณอา ทราบเรื่องวนิดาแล้วใช่ไหมคะ”
       “ฉันกะอยู่แล้วว่าหนูสุวลีต้องไม่สบายใจ แต่ใจเย็นๆ เถอะ ไม่มีอะไรหรอก ผู้ชายทุกคนก็มี
       เรื่องไปลุ่มหลงพวกนักร้อง นางละคร พวกเต้นกินรำอะไรแบบนี้เสมอล่ะ”
       พระชาญพูดปลอบอย่างลืมนึกถึงตัวเองไป สุวลีมองพระชาญแล้วยิ้มด้วยแววเยาะ
       “ค่ะ ก็มีให้เห็นกันอยู่ สุพอจะนึกออก”
       พระชาญเม้มปากเพิ่งนึกได้ว่าด่าตัวเองไป ภายในประตูห้องส่วนที่ติดกับห้องรับแขกเป็นห้องสมุดที่ค่อนข้างมืดเพราะปิดหน้าต่างไว้ มารศรีเอาหูแนบประตู แอบฟังความอยู่ด้วยความสังเวชพระชาญ
       พระชาญยังคงเกลี้ยกล่อมสุวลี
       “มันก็เรื่องหวือๆ หวาๆ ชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้นแหละหนูสุ”
       “แต่สุจะไม่ทนหรอกนะคะ ถ้าสรรค์ไปมีอะไรกับนางละครนั่นจริง”
       “โธ่ เจ้าสรรค์มันไม่มีอะไรหรอก มีแต่แม่นั่นต่างหากที่มาคอยตอแย มัน”
       “สุทราบค่ะว่าแม่นั่น เอาเรื่องงาน เรื่องนั้น เรื่องนี้มาบังหน้าเสมอเพื่อมาเกี่ยวข้องกับ
       สรรค์”
       มารศรียังคงนิ่งแอบฟังอยู่
       “แล้วสุก็คงไม่ลดตัวลงไปหึงหวงแค่นางละครคนหนึ่งหรอกค่ะ”
       “ใช่ หนู น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย เอาไว้อาจะพูดกับมันเอง”
       “ก็ควรจะเป็นอย่างนั้นค่ะ สุเองก็คงต้องหาทางทำอะไรเพื่อป้องกันเอาไว้เหมือนกัน”
       ในห้องสมุด มารศรีมองสีหน้าและแววตาอันร้ายกาจของสุวลีพลางนึกสังหรณ์ใจแทนด้วยความเป็นห่วงนิด

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
สาวน้อย ตอนที่ ๓๑ (จบตอน)
สาวน้อย ตอนที่ ๒๙ - ๓๐
สาวน้อย ตอนที่ ๒๗ - ๒๘
สาวน้อย ตอนที่ ๒๕ - ๒๖
สาวน้อย ตอนที่ ๒๓ - ๒๔
5 อันดับข่าวยอดนิยมของหมวด
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 4
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 9 (ต่อ)
สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนที่ 3
รุนแรงเกินพิกัด!! “Only God Forgives” โดนโห่ยับ!!
ก็ลมมันแรงพัดเสื้อหลุด “มิแรนเดอร์ เคอร์” โชว์เต้าเต็มๆ
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
แบ่งปันให้เพื่อน
จำนวนคนอ่าน 121867 คน จำนวนคนโหวต 50 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 47 คน
94 %
ไม่เห็นด้วย 3 คน
6 %
ความคิดเห็นที่ 1 +11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอนานเกินไปแล้วนะ 3 วัน อัพเดทหน้าเดียวเอง
แย่จัง
นานมากไป
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณมากค่ะ
Lilbay
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลงช้าเดี๋ยวละครในจอจะวิ่งแซงเอานะ ดูซิเรื่องอื่นเขาลงบทอวสานกันเป็นแถว จะทำร้ายจิตใจไปถึงหนาย
fan
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อไหร่จมา รอใจจะขาดรอนๆ
อยากรู้ตอนต่อไป
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ลงตอนใหม่เสียทีอ่ะ
รอรอรอ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลงเรื่องซ้ำนะคะ ช่วยตรวจดูด้วย
นีรมล
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ทำไมแต่ละตอนนานมาก อยากรู้จังเพราะอะไร
ผู้สงสัย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นั่นสิ ทำไมแต่ละตอนนานมาก เหมือนกับเขียนบทอาทิตย์ต่ออาทิตย์ หรือยังไง
แฟน
 
ความคิดเห็นที่ 5 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบคู่แก้วกับบุญมา น่ารักดี ชอบเรื่องแนวย้อนยุดหน่อยๆด้วย
เรื่องนี้สนุกมาก เอาใจช่วยนางเอกจ้า
paninigee@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สงสัยตอน 24 มาตอน 23.59 น. แหง่มๆๆ
123
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อไหร่หน้า 3 จะมาค่ะ อยากอ่านแล้ว :(
semicorn
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +7 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอบคุณมากค่ะ
Lilbay
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอนานเกินไปแล้วนะ 3 วัน อัพเดทหน้าเดียวเอง
แย่จัง
นานมากไป
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2012