หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการรายวัน | Live-Lite
 

น่ารัก เรียนเก่ง "เรนนี่"..มีดีมากกว่าแค่สอบได้ที่ 1 ของโลก

โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 10 พฤษภาคม 2556 18:50 น.

น่ารัก เรียนเก่ง เรนนี่..มีดีมากกว่าแค่สอบได้ที่ 1 ของโลก
เรนนี่ สาวน้อยอัจฉริยะ

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
น่ารัก เรียนเก่ง เรนนี่..มีดีมากกว่าแค่สอบได้ที่ 1 ของโลก

น่ารัก เรียนเก่ง เรนนี่..มีดีมากกว่าแค่สอบได้ที่ 1 ของโลก
ครอบครัวที่อบอุ่น

น่ารัก เรียนเก่ง เรนนี่..มีดีมากกว่าแค่สอบได้ที่ 1 ของโลก

น่ารัก เรียนเก่ง เรนนี่..มีดีมากกว่าแค่สอบได้ที่ 1 ของโลก

น่ารัก เรียนเก่ง เรนนี่..มีดีมากกว่าแค่สอบได้ที่ 1 ของโลก

น่ารัก เรียนเก่ง เรนนี่..มีดีมากกว่าแค่สอบได้ที่ 1 ของโลก

น่ารัก เรียนเก่ง เรนนี่..มีดีมากกว่าแค่สอบได้ที่ 1 ของโลก

น่ารัก เรียนเก่ง เรนนี่..มีดีมากกว่าแค่สอบได้ที่ 1 ของโลก

เป็นเด็กไทยที่ได้รับความสนใจจากสื่อมากคนหนึ่งหลังจากออกรายการ "เช้าดูวูดดี้" สำหรับ เรนนี่-ปวีณรัตน์ วงศ์ประเสริฐ อายุ 16 ปี นักเรียนไทยที่สามารถทำข้อสอบได้คะแนนเป็นอันดับที่ 1 ของโลก ซึ่งมี 2 รายวิชาด้วยกันคือ วิชาเศรษฐศาสตร์ และภูมิศาสตร์
       
        ไม่แปลกที่สื่อต่าง ๆ จะให้ความสนใจสัมภาษณ์เผยแพร่ทางหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และรายการโทรทัศน์จำนวนมาก ทว่าสิ่งที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้น และไม่ค่อยมีสื่อไหนล้วงลึกไปถึง ก็คือเบื้องหลังความเก่งที่ไม่ใช่แค่เรียนเก่งอย่างเดียว เธอยังรู้จักใช้ชีวิต คิดสร้างสรรค์ ทำงานเป็น และชอบทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมด้วย
       
       
M-Open สัปดาห์นี้ขอพาท่านผู้อ่านไปทำความรู้จักกับสาวน้อยอัจฉริยะคนนี้ในหลายแง่มุมชีวิตที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน
       

        เด็กไทยสอบได้ที่ 1 ของโลก
       
        กล่าวสำหรับการสอบได้ที่ 1 ของโลก เรนนี่ เริ่มต้นอธิบายให้ฟังว่า สมัยเรียนอยู่ Year 10-11 ทางโรงเรียนจะใช้หลักสูตรที่มีชื่อว่า IGCSE (International General Certificate of Secondary Education) โดยเรียน 5-14 วิชา เมื่อเรียนจบจะต้องสอบวัดระดับความรู้ในระบบนานาชาติของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า การสอบ IGCSE ซึ่งก็เป็นระดับที่เธอสามารถทำคะแนนได้เป็นที่ 1 ของโลกในวิชาเศรษฐศาสตร์และภูมิศาสตร์ รวมถึงได้คะแนนที่เป็นที่ 1 ของประเทศไทยในวิชาชีววิทยา เคมี และประวัติศาสตร์ด้วย
       
        ปัจจุบัน เรนนี่เรียนอยู่ชั้น ม.5 (Year 12) โรงเรียนนานาชาติฮาโรว์ ซึ่งในระดับที่เธอเรียนอยู่นี้จะใช้หลักสูตรที่มีชื่อว่า A-Level โดยเรียนเพียง 3-4 วิชา เลือกวิชาที่สอดคล้องกับสาขาที่ต้องการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย เมื่อเรียนจบจะต้องสอบข้อสอบกลางให้ผ่าน แล้วเอาเกรดที่ได้ไปยื่นสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัย
       
        แน่นอนว่า การสอบได้ที่ 1 ของโลก เป็นสิ่งที่ใครหลายคนอยากรู้เทคนิคการเรียน และนี่คือสิ่งที่ "เรนนี่" อยากจะแชร์ไปถึงเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่อยู่ในวัยเรียนทุกคน
       
        "คนส่วนใหญ่มักจะจำแบบระยะสั้น สอบครั้งหนึ่งก็อ่านทีหนึ่ง แบบนี้มันเป็นความจำระยะสั้นค่ะ พอสอบเสร็จก็ลืมแล้ว แต่ถ้าเกิดเราอ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียนที่ครูสอนอยู่ทุกวัน ส่วนไหนไม่เข้าใจก็จดโน้ตไปถามครูที่โรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วที่โรงเรียนจะไม่ค่อยให้การบ้าน โดยเฉพาะในเด็กโต แต่จะพยายามให้เด็กหาการบ้านเองด้วยการอ่าน สงสัยอะไรให้จด รู้จักตั้งคำถาม เมื่ออ่าน ทบทวน และเกิดคำถามอยู่ตลอด สิ่งที่ได้อ่านก็จะเข้าไปอยู่ในความจำระยะยาว และนำไปใช้ได้ดีขึ้นค่ะ"
       
        ยกตัวอย่างการสอบระดับนานาชาติที่ผ่านมา เธอเริ่มอ่านหนังสอบสือประมาณ 3 เดือนก่อนสอบ และอ่านมาเรื่อยๆ จดโน้ตเป็น Mind Map และเวลาอ่านเธอพูดกับตัวเอง ถามเองตอบเอง และก็จะฝึกทำข้อสอบของปีก่อนๆ สิ่งเหล่านี้ช่วยในเรื่องความจำ และความเข้าใจได้เป็นอย่างดี
       
        สำหรับหลักสูตรที่ "เรนนี่" เรียน เป็นหลักสูตรของประเทศอังกฤษ ที่ปัจจุบันนอกจากจะใช้ในประเทศอังกฤษ ไอร์แลนด์เหนือและแคว้นเวลส์แล้ว ยังนิยมใช้ในโรงเรียนนานาชาติทั่วโลกอีกด้วย โดยในระดับมัธยมศึกษาจะอยู่ในช่วง Year 7-13
       
        - Year 7-9 เน้นเรียนวิชาบังคับของโรงเรียน เช่น ภาษาอังกฤษ คณิต วิทย์ พละศึกษา ดนตรี ศิลปะ และวิชาอื่นๆ รวมประมาณ 10 วิชา
       
        - Year 10-11 ใช้หลักสูตรที่มีชื่อว่า IGCSE โดยเรียน 5-14 วิชา ซึ่ง 5 วิชาจะต้องเรียนเป็นแบบพื้นฐาน ส่วนที่เหลือเลือกเรียนเป็นแบบขั้นสูง เมื่อเรียนจบจะต้องสอบข้อสอบกลางให้ผ่านโดยต้องได้เกรด C ขึ้นไป (เป็นระดับที่น้องเรนนี่ไปสอบและได้คะแนนเป็นที่ 1 ของโลกในวิชาเศรษฐศาสตร์และภูมิศาสตร์ รวมถึงได้คะแนนที่เป็นที่ 1 ของประเทศไทยในวิชาชีววิทยา เคมี และประวัติศาสตร์)
       
        - Year 12-13 ใช้หลักสูตรที่มีชื่อว่า A-Level โดยเรียนเพียง 3-4 วิชา เลือกวิชาที่สอดคล้องกับสาขาที่ต้องการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย เมื่อเรียนจบจะต้องสอบข้อสอบกลางให้ผ่าน แล้วเอาเกรดที่ได้ไปยื่นสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัย
       
        ไม่เพียงแต่ความเก่งในระดับโลกเท่านั้น เธอยังมีรางวัลการันตีความเก่งในระดับประเทศหลาย ๆ รางวัลด้วยกัน เริ่มจาก การแข่งขัน FedEx Junior Achievement International Trade Challenge (ประกวดแผนธุรกิจเยาวชนดีเด่น) เธอสามารถคว้าที่ 1 ของประเทศมาครองได้สำเร็จ นอกจากนี้ ยังได้ที่ 2 ของประเทศในการแข่งขัน Junior Achievement Company Program อีกด้วย
       
        เก่งได้ ไม่พึ่ง "ติวเตอร์"
       
        เมื่อถามลึกลงไปถึงความเก่ง เธอเป็นเด็กเก่งที่ไม่พึ่งระบบการสอนเสริมนอกชั้นเรียน หรือที่ใครหลายคนเรียกกันติดปากว่า "เรียนพิเศษ"
       
        "เรนนี่ไม่ได้เรียนพิเศษเลยค่ะ เพราะส่วนตัวมองว่า การเรียนพิเศษ ส่วนหนึ่งทำให้ครูน้อยใจนะคะหนูว่า เพราะจริงๆ แล้วสงสัยตรงไหนก็เข้าไปถามครูได้ คุณครูก็นั่งว่างอยู่ หนูไม่ค่อยเห็นด้วยกับการเรียนพิเศษเลยค่ะ คือถ้าเกิดว่า ไม่เข้าใจวิชานี้ แล้วอยากรู้เพิ่มก็ไปเรียนได้ แต่ไม่ใช่แบบ..ไม่ตั้งใจเรียนในห้อง แล้วพอจะสอบก็หาที่เรียนพิเศษกันให้วุ่น นี่ไม่ใช่การเรียนค่ะ แต่มันคือการสอบให้ผ่าน"
       
        ด้วยเหตุนี้ ทำให้เรนนี่ เผยความรู้สึกด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจกับการเรียนพิเศษของเด็กไทยหลายคนที่เรียนจนแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน และทำกิจกรรมที่ชอบเลย
       
        "เหนื่อนแทนนะคะพี่ เพราะเรียนมากก็เครียดมาก แถมยังเปลืองเงินอีกด้วย บางคนที่บอกว่า เรียนพิเศษเพราะครูสอนไม่ดี ตรงนี้น่าเสียดายมาก ๆ ที่ครูไม่สนใจ หรือใส่ใจนักเรียน ส่วนระบบการศึกษาที่เป็นอยู่ตอนนี้ ขอไม่พูดถึงนะคะ เพราะเดี๋ยวจะแรงเกินไป" เธอบอก
       
        กระนั้น เธอไม่ได้ชี้ชัดว่าการเรียนพิเศษเป็นสิ่งไม่จำเป็น แต่เธออยากให้ตั้งคำถามกับตัวเองดูว่า การเรียนพิเศษ จำเป็นสำหรับตัวเราจริงๆ หรือไม่
       
        "เรียนพิเศษไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีเสมอไปค่ะ เพียงแต่ว่า เคยลองกลับมาถามหรือคิดกับตัวเองดูไหมว่า ที่เรียนไปทั้งหมด จำเป็นจริง ๆ เหรอ ลองลดลงได้ไหม ช่วยพ่อแม่ประหยัดเงินได้ไหม ไปถามครูแทนได้ไหม หรือลองเรียนด้วยตัวเองแทนได้ไหม" เรนนี่ฝากให้คิด
       
        เป็นทั้งนักเรียน-นักกิจกรรม
       
        ไม่เพียงแต่จะเป็น "นักเรียน" เธอยังเป็น "นักกิจกรรม" ด้วย เนื่องจากเธอเชื่อว่า นักเรียนใช่ว่าจะเรียนอยู่แต่ในห้องเรียนอย่างเดียว แต่นักเรียนต้องเป็นนักกิจกรรมด้วย ถึงจะเป็นผู้เรียนรู้อย่างแท้จริง ซึ่งนอกจากจะช่วยพัฒนาตัวเองแล้ว ยังสามารถใช้ความเป็นนักกิจกรรม ช่วยเหลือสังคม และเพื่อนมนุษย์ที่ด้อยโอกาส เช่น โรงเรียน หรือมูลนิธิต่าง ๆ ได้อีกด้วย
       
        "ทุกวันนี้หนูจะอยู่ในกลุ่มนักเรียนที่คอยจัดงานต่าง ๆ ให้โรงเรียนค่ะ มีทำหนังสือรุ่น หรือบางทีมีแข่งขันทางวิชาการ หรือกีฬาสี หนูก็จะเข้าไปช่วยคุมเด็ก นอกจากนั้นยังได้ทำนิตยสารรายเดือนของโรงเรียน อยู่ในส่วนของกราฟิก และคอยหาสปอนเซอร์ เพราะเป็นนิตยสารที่เด็ก ๆ จะช่วยกันหาเงินพิมพ์เอง อีกทั้งยังเป็นมือเบสของวง ซึ่งเป็นวงที่ตั้งขึ้นกับเพื่อน ๆ ในโรงเรียน แล้วก็มีอีกวงกับเพื่อนโรงเรียนอื่นๆ ด้วยค่ะ" เธอบอก
       
        เรนนี่ให้เหตุผลถึงการเป็นนักกิจกรรมว่า มาจากโรงเรียนที่สนับสนุนให้ทำกิจกรรมอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะกิจกรรมนอกชั้นเรียน ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้มีส่วนร่วม
       
        "ในแต่ละวัน หนูจะมีเรียนประมาณ 4 วิชา วิชาละ 1 ชั่วโมง 20 นาทีค่ะ ส่วนกิจกรรมนอกชั้นเรียนจะมีให้เด็กทำเยอะมาก โดยเฉพาะกิจกรรมจิตอาสา เช่น จัดอีเวนต์หาเงินไปบริจาคให้มูลนิธิต่างๆ อาทิ สร้างบ้าน สร้างอาคารเรียนในโรงเรียนที่ขาดแคลนหรือไม่ก็พาเด็ก ๆ มาทำกิจกรรมที่โรงเรียนโดยตัวหนู และเพื่อน ๆ จะช่วยกันสร้างความสนุก อย่างกิจกรรมที่ทำล่าสุดคือ กิจกรรมปั่นจักรยานจากปากเกร็ดไปอยุธยาเพื่อนำเงินไปช่วยบริจาคให้แก่มูลนิธิ ซึ่งนับเป็นกิจกรรมที่สนุก และได้ทำบุญช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยค่ะ" เธอเล่า
       
        เธอเผยต่อไปถึงประโยชน์จากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยว่า กิจกรรมช่วยฝึกในเรื่องการจัดการเวลาได้ดี ทั้งยังช่วยฝึกตัวเองเวลาอยู่กับคนอื่น ฝึกเป็นผู้ฟัง และรู้จักแสดงความคิดเห็น ที่สำคัญ ยังเพิ่มทักษะด้านการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ นอกโรงเรียนด้วย
       
        นี่คือสิ่งที่เรนนี่สะท้อนให้เห็นว่า การเรียนไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่มนุษย์ต้องเรียนรู้ หากมุ่งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเดียว บางคนอาจสนุกกับมัน แต่ชีวิตจะขาดองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างไป ซึ่งเธอเป็นเด็กเรียนที่ไม่เห็นด้วยกับการเคร่งเรียนอย่างเดียว
       
        "ส่วนตัวคิดถ้าเรียนอย่างเดียวมันเครียดนะ ส่วนถ้าใครบอกสนุกก็แล้วแต่คนค่ะ แต่ถ้าได้ลองทำอย่างอื่นบ้างก็จะช่วยผ่อนคลายได้มากเลยค่ะ อย่างตัวเรนนี่เอง เรียนด้วย ทำกิจกรรมด้วย ทำให้หนูสนุก และอยากมาโรงเรียนทุกวัน เพราะชีวิตคนเรามันมีอะไรให้ทำมากกว่าเรียนในห้องเรียน จริงอยู่ที่ว่าเรียนคือเรื่องสำคัญ แต่บางสิ่งบางอย่างมันหาไม่ได้จากในหนังสือเรียน แต่มันแฝงอยู่ในกิจกรรมนอกห้องเรียน" เธอให้ทัศนะ
       
        แบ่งเวลา สำคัญไฉน
       
        ปฏิเสธไม่ได้ว่า การแบ่งเวลาช่วยบริหารจัดการสิ่งต่าง ๆ ให้ลงตัวอย่างเป็นระบบ เช่นเดียวกับเรนนี่ที่ให้ความสำคัญกับการแบ่งเวลามาก
       
        "การทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง บางทีก็กินเวลาทบทวนหนังสือพอสมควร แต่หนูพยายามแบ่งเวลาเอาค่ะ กลับมาบ้านหนูจะมีสมุดจดรายการกิจกรรมที่ต้องทำในแต่ละวัน จากนั้นจะค่อย ๆ ทยอยทำ ไม่ได้จัดตารางแน่นๆ แต่จัดให้ยืดหยุ่นได้บ้าง เช่น หลังเลิกเรียน ถ้ามีงาน หรือกิจกรรมที่ต้องทำก็จะทำก่อน จากนั้นกลับหอ มาทบทวนบทเรียน ทำการบ้าน กินข้าวแล้วไปออกกำลังกายที่ยิม 1 ชั่วโมง ถึงห้องอาบน้ำเสร็จก็พาตัวเองเข้านอนเลย หรือบางวันอาจจะนอนดึกหน่อย เพราะนั่งทำงานอะไรไปเรื่อยเปื่อย" เรนนี่ขยายความ
       
        ทุกวันนี้ แม้จะนอนดึก แต่เธอก็นอนอย่างเพียงพอ และตื่น 6.00 น.ไปถึงโรงเรียน 7.00 น.ทุกวัน ส่วนเสาร์ และอาทิตย์จะเป็นช่วงเวลาที่ได้กลับไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน
       
        ส่วนเวลาว่าง เธอจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับหนังสือฮาวทูต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Self motivation (แรงจูงใจในตนเอง) หรือ Plan management (การบริหารจัดการ) โดยเนื้อหาในหนังสือเหล่านี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเรียน และทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดีทีเดียว ส่วนหนังสือวรรณกรรมเยาวชน เช่น แฮรี่ พอตเตอร์ หรือบทกวีต่าง ๆ เป็นอีกหนึ่งประเภทของหนังสือที่เธอชอบ เพราะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้ไม่น้อย
       
        "หนังสือที่อ่านอยู่ทุกวันก็คือ เศรษฐศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ที่ต้องเตรียมอ่านเนื่องจากเวลาสอบสัมภาษณ์เข้าเรียนมหาวิทยาลัย ควรจะต้องมีเรื่องคุยนอกเหนือไปจากความรู้ในตำราเรียนเพียงอย่างเดียวด้วยค่ะ"
       
        บ้านนี้มีรักของสาวน้อยคนเก่ง
       
        แน่นอนว่า การมีเธอในวันนี้ เรนนี่ไม่ได้เติบโตขึ้นมาเพียงลำพัง แต่ยังมีครอบครัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังคนสำคัญ ซึ่งมีอิทธิพลสำหรับชีวิตเธอมาก
       
        "คุณแม่เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินไทย ส่วนคุณพ่อทำธุรกิจเครือข่ายค่ะ หนูเติบโตในครอบครัวที่คุณพ่อคุณแม่จะให้อิสระในการคิด ท่านทั้งสองไม่เคยบอกให้หนูต้องเป็นอะไร ทำอาชีพอะไร มีแต่จะสนับสนุน และแนะนำ แนะแนวบ้างในหลาย ๆ เรื่อง ส่วนถ้ามีปัญหาอะไร หนูสามารถคุยกับท่านได้ทุกเรื่อง ไม่ใช่เป็นลูกแล้วต้องฟังพ่อแม่อย่างเดียว แต่ที่บ้านเรา พ่อแม่พร้อมรับฟังความคิดของลูกเสมอ"
       
        "อีกอย่าง คุณพ่อคุณแม่ไม่เคยตีเลยค่ะ มีห้ามอยู่อย่างเดียวคือ ไม่ให้มีแฟน (หัวเราะ) เพราะท่านให้เหตุผลว่า มันยังไม่ถึงวัย ตอนนี้อยู่ในวัยเรียน ควรเรียน และฉวยเอาช่วงเวลาที่มีค่ากับครู เพื่อน และการทำกิจกรรมให้มากที่สุด อย่างน้อย ๆ ก็เพื่อตัวเราเองในอนาคต ส่วนตัวตอนนี้เรื่องความรักไม่ได้ยุ่งเลยค่ะ เพราะทุกวันนี้แค่เรื่องเรียน และกิจกรรมก็แทบจะไม่มีเวลาอยู่แล้ว ล้นไปหมดแล้วค่ะ (หัวเราะ" เธอเผย
       
        ก้าวต่อไปของเรนนี่
       
        เมื่อถามถึงอาชีพที่อยากทำ เธอบอกว่า ยังไม่มีภาพที่ชัดเจนในหัว แต่ถ้าถาม ณ ตอนนี้ สิ่งที่อยากทำมากที่สุดในอนาคตคือ การได้ทำงานให้องค์กรใหญ่อย่างธนาคารโลก ส่วนเรื่องเรียน ได้มีการวางแผนไว้แล้วว่า หลังจบม.6 จะไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่ประเทศอังกฤษ
       
        "ตอนนี้วางแผนเรื่องเรียนคร่าว ๆ ร่วมกันกับคุณพ่อคุณแม่ไว้แล้วค่ะว่า จะไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษค่ะ ไม่เศรษฐศาสตร์ก็วิศวะเคมีค่ะ แต่ตอนนี้เอียง ๆ ไปทางเศรษฐศาสตร์แล้วค่ะ (หัวเราะ) ส่วนเหตุผลที่เลือกไปเรียนต่อต่างประเทศ ส่วนหนึ่งเพราะเรียนอินเตอร์มาตั้งแต่ ป.2 แล้วค่ะ ส่วนตัวก็เลยคิดว่า อยากได้ภาษา และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ อย่างประเทศอังกฤษ เขามีทรัพยากรที่ดีมาก คนจบออกมาก็มีคุณภาพมากทีเดียวค่ะ" เรนนี่เผย
       
        ท้ายนี้ เธอฝากข้อคิดไว้อย่างน่าสนใจว่า อย่าหลงตัวเอง และคิดว่าเก่งที่สุดแล้ว เพราะเหนือฟ้ายังมีฟ้า ดังนั้น เก่งแล้วต้องรับฟังผู้อื่นด้วย
       
        "คนเก่งหลายคนมักจะอยู่กับคนอื่นไม่ได้ ส่วนตัวมองว่า ที่อยู่ไม่ได้เพราะเขาหลงตัวเองมากกว่าค่ะ ต้องเข้าใจว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า อย่าคิดว่าตัวเองเก่งที่สุด พยายามถ่อมตัวไว้บ้าง เวลาไปเจอคนที่เก่งกว่า เดี๋ยวจะรับไม่ได้ ที่จริงหนูก็จะไม่ได้คิดว่าตัวเองเรียนเก่งกว่าคนอื่น เพียงแต่แค่ขยันด้านการเรียนก็เท่านั้นเองค่ะ ที่สำคัญ หัดฟังผู้อื่นบ้าง ไม่ใช่เก่งแล้วไม่ฟังใครเลย" เธอฝาก
       
        อ่านถึงบรรทัดนี้ "เรนนี่" ได้เปลี่ยนภาพเด็กเรียนในความคิดเดิม ๆ ไปอย่างสิ้นเชิง เพราะจากบทสัมภาษณ์ในแง่มุมต่างๆ สะท้อนให้เห็นว่า เด็กเรียนเก่ง ไอคิวสูง ไม่ใช่แค่ตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเดียว แต่หมายถึงการรู้จักใช้ชีวิต คิดสร้างสรรค์ แถมยังทำตัวเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น และสังคมอีกด้วย
       
        นี่สิถึงเรียกว่าเด็กเก่ง และมีประโยชน์ตัวจริง
       
       ข่าวโดย : ASTV ผู้จัดการ Lite
       
        /////////////////////////
       
        ประวัติส่วนตัว
       
        ชื่อ-สกุล : ปวีณรัตน์ วงศ์ประเสริฐ ชื่อเล่น : เรนนี่
       
        อายุ : 16 ปี
       
        การศึกษา : เรียนอยู่ชั้น ม.5 (Year 12) โรงเรียนนานาชาติฮาโรว์
       
        ความสามารถพิเศษ : ทำกราฟิก และเป็นมือเบสประจำวงดนตรีที่เธอและเพื่อนๆ ตั้งขึ้นมา
       
        เวลาว่าง : อ่านหนังสือ ทำกิจกรรมต่าง ๆ
       
        รางวัลการันตีความเก่ง : ที่ 1 ของประเทศในการแข่งขัน FedEx Junior Achievement International Trade Challenge (ประกวดแผนธุรกิจเยาวชนดีเด่น) และที่ 2 ของประเทศในการแข่งขัน Junior Achievement Company Program
       
       

ข่าวล่าสุด ในหมวด
เรื่องน่ารู้ของยาแก้อักเสบ [Info]
ส่องโทษข่มขืน 10 ประเทศ สั่งตาย? ฆาตกรหื่นเซ่นคดีเหยื่อรถไฟ
ประจำวันอังคารที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๗
เมายา (แก้อักเสบ) แบบ "โฬม"..แบบนี้ก็มีด้วยหรือ? (ชมคลิป)
คำให้การของสิงห์นักปั่น จริงหรือไม่.. เลนจักรยานเลนมรณะ?
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 50 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 3 +67 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น้องช่วยไปสอนงานรมต ว่าการกระทรวงศึกษาหน่อยน่ะค่ะ ว่าควรทำงานยังไงเด็กไทยจะได้เก่งและมีความคิดเหมือนน้อง
นิด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +51 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รุ่นผมเมื่อ 20 ปีก่อน เข้าเรียน 8.30 น.
เรียน 2 วิชา พัก 20 นาที เรียนอีก 1 วิชา พักเที่ยง
บ่ายโมงตรงเรียนยาวอีก 3 วิชา
รวมเป็น 6 วิชา เรียนจันทร์ยันศุกร์
ยังไม่นับวิชากิจกรรม หรือซ้อมกีฬา+ดนตรีหลังเลิกเรียน
กว่าจะกลับบ้านก็เกือบ 1 ทุ่ม

หลักสูตรแบบน้องเรนนี่ ถือว่าดีเลย
เด็กไม่ต้องเครียดเรื่องเรียนกันมาก มีเวลาไปทำอย่างอื่น
มีเวลาไปค้นหาทางเดินของตัวเอง

หลักบ้านเราแมร่งเรียนกันชิบหาย
แต่ไม่ได้เชี่ยอะไรเลย คิดเองยังไม่เป็น
เอาง่าย ๆ ภาษาอังกฤษยังห่วยที่สุดใน SEA ด้วยซ้ำ
DD
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 19 +27 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีหลานเรียนโรงเรียนนานาชาติ เหมือนกัน สอบ igcse เหมือนกัน
ข้อสอบ igcse ดีมาก ๆ ค่ะ แต่ละวิชาจะแบ่งข้อสอบเป็น 2-3 ชุด
แบ่งการให้คะแนนแต่ละชุด
ข้อสอบแบบมัติเพิลช้อยส์ 1 ชุดคะแนนไม่เยอะ แค่ 30% มั้งคะ
แล้วมีข้อสอบเป็นตอบคำถาม ซึ่งน่าจะตรวจยากมาก ครูไทยคงไม่อยากตรวจ แต่คำถามจะดีมาก เว้นที่ให้เขียนเป็นหน้า ๆ
ข้อสอบทั้งหมดจะถูกส่งไปตรวจที่ประเทศอังกฤษ
คะแนนจะออกมาพร้อมกันทั่วโลก
แต่การให้คะแนนจะเป็นลักษณะ เปอเซนไทล์ (ไม่แน่ใจว่าเรียกถูกไหม)
การที่บอกว่าน้องได้ที่ 1 ของโลก แปลว่าไม่มีคนทำแนนได้มากกว่าน้องแล้วนะคะ เขาจะให้เป็น 100% เลย แม้ว่าจะไม่ได้ตอบถูกทั้งหมดก็ตาม
และไม่ใช่น้องคนเดียวที่ได้ 100% ทั่วโลกจะมีเด็กที่ได้แบบนี้หลาย ๆ คนในประเทศไทยเองก็มีบ่อย ๆ น้องไม่ใช่คนแรก แต่น้องก็เก่งมาก ๆ
แค่อยากบอกว่าระบบการศึกษาของอังกฤษมันวัดผลกันดีกว่าของไทย เด็กมีกำลังใจมากกว่า ข้อสอบก็วัดผลแบบสร้างสรรค์ ไม่มีข้อสอบแบบ onet anet ที่ถามไรไร้สาระแบบตอบไม่ได้เลยค่ะ
แล้วที่ดีคือ ข้อสอบ และตัวอย่างการตอบ ชุดย้อนหลังเขาเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีเลยค่ะ ไม่ต้องไปง้อโรงเรียนกวดวิชาแบบของไทย
ขอชื่นชมและแสดงความยินดีกับน้องอีกครั้งค่ะ
65
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 33 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สุดท้ายจบมาอย่าไปเป็นลูกจ้างเขาละกัน เสียของหมด
pp
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 32 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบที่น้องไม่เรียนติวเตอร์ครับ เยี่ยมมาก
ผ่านมา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 28 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีลูกสาวที่น่ารักและเรียนเก่ง
ยินดีด้วยครับ
*-*
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 25 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้ลูกเก่งเหมือนน้องบ้าง แต่ค่าเทอมปีละล้านกรีดยางให้แขนหักก็ไม่มีวันส่งเสียได้อย่างดีก็แค่ปีเดียว ส่วนตัวคิดว่าการเรียนเก่งตั้งใจเรียนของเยาวชนรุ่นใหม่ถือว่าเป็นเรื่องดีมากๆ บ้านเมืองเราจะได้มีคนคุณภาพมากขึ้น และอยากฝากให้พัฒนาจริยธรรรมควบคู่ไปด้วยจะได้ไม่คิดรวยอย่างเดียว เด็กเมืองไทยหลายคนยากจนแต่สติปัญญาดีมีความตั้งใจเรียนแต่น่าเสียดายที่ด้อยโอกาส ทุนที่ได้มาในต่างจังหวัดก็ยังมีเส้นสายอีก โดนกีดกันทุกวิถีทาง อย่างไรก็ดีความสำเร็จบั้นปลายของคนไม่ได้อยู่ที่เกรด... คนที่สอบได้ที่หนึ่งมักเป็นอาจารย์มหาลัยที่ไม่ค่อยรวย พวกที่รวยคือนักธุรกิจที่ไม่ค่อยจบอะไร
จะพล่ามอะไรนักหนา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 19 +27 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีหลานเรียนโรงเรียนนานาชาติ เหมือนกัน สอบ igcse เหมือนกัน
ข้อสอบ igcse ดีมาก ๆ ค่ะ แต่ละวิชาจะแบ่งข้อสอบเป็น 2-3 ชุด
แบ่งการให้คะแนนแต่ละชุด
ข้อสอบแบบมัติเพิลช้อยส์ 1 ชุดคะแนนไม่เยอะ แค่ 30% มั้งคะ
แล้วมีข้อสอบเป็นตอบคำถาม ซึ่งน่าจะตรวจยากมาก ครูไทยคงไม่อยากตรวจ แต่คำถามจะดีมาก เว้นที่ให้เขียนเป็นหน้า ๆ
ข้อสอบทั้งหมดจะถูกส่งไปตรวจที่ประเทศอังกฤษ
คะแนนจะออกมาพร้อมกันทั่วโลก
แต่การให้คะแนนจะเป็นลักษณะ เปอเซนไทล์ (ไม่แน่ใจว่าเรียกถูกไหม)
การที่บอกว่าน้องได้ที่ 1 ของโลก แปลว่าไม่มีคนทำแนนได้มากกว่าน้องแล้วนะคะ เขาจะให้เป็น 100% เลย แม้ว่าจะไม่ได้ตอบถูกทั้งหมดก็ตาม
และไม่ใช่น้องคนเดียวที่ได้ 100% ทั่วโลกจะมีเด็กที่ได้แบบนี้หลาย ๆ คนในประเทศไทยเองก็มีบ่อย ๆ น้องไม่ใช่คนแรก แต่น้องก็เก่งมาก ๆ
แค่อยากบอกว่าระบบการศึกษาของอังกฤษมันวัดผลกันดีกว่าของไทย เด็กมีกำลังใจมากกว่า ข้อสอบก็วัดผลแบบสร้างสรรค์ ไม่มีข้อสอบแบบ onet anet ที่ถามไรไร้สาระแบบตอบไม่ได้เลยค่ะ
แล้วที่ดีคือ ข้อสอบ และตัวอย่างการตอบ ชุดย้อนหลังเขาเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีเลยค่ะ ไม่ต้องไปง้อโรงเรียนกวดวิชาแบบของไทย
ขอชื่นชมและแสดงความยินดีกับน้องอีกครั้งค่ะ
65
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นเรื่องเมื่อครั้งยังเรียนปริญญาตรีผ่านมาเกือบสิบปีแล้ว ข้อสอบเป็นอัตนัย เพื่อนผมทำแล้วปรากฏว่าผิดก็เลยไปท้วงกับอาจารย์ คำตอบที่ได้คือ ขอโทษทีอาจารย์ให้ภรรยาตรวจ ........... สตั้นไป 15 วินาที ไว้อาลัยกับบุคลากรการศึกษาไทย
ขอออกความเห็น
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลูกผมได้ 96% ก้อดีใจมากเลย แต่คนละโรงเรียน
ยินดีด้วย
 
ความคิดเห็นที่ 15 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่เด็กเอาแต่เรียนๆ แล้วออกมาไม่มีคุณภาพทำอะไรไม่เป็นก็เพราะเอาแต่เรียนๆ นี่แหละ

เอาแต่ให้เด็กเรียน จนไม่มีเวลาให้เด็กได้คิด ได้พัฒนา idea และ creativity

การเรียนกับการคิด สองสิ่งนี้ไม่เหมือนกัน

ถ้าคุณเรียน คุณก็จะไม่มีเวลาคิด ถ้าคุณคิด คุณก็คงไม่ว่างไปเรียน ... คนไทยเราหลายคน ไม่เข้าใจตรงนี้ ไม่ใช่แต่ราชการ แม้แต่คนที่อ่านในเว็บนี้ ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะมีซักกี่คนที่เข้าใจ

แต่เพราะการไม่เหลือเวลาให้เด็กได้คิด ได้ฝึกพัฒนาทักษะความคิดนี่แหละ ที่ทำให้ชาติเราไม่เจริญ เด็กสอบเก่ง ชนะเขาไปหมด แต่สุดท้ายโตขึ้นมาได้แต่ความรู้ ไอ้สอบเก่งๆ น่ะ มันความรู้ ไม่ใช่ความคิด

ความรู้ไม่ใช่ความคิด หากมองว่าความรู้ก็เหมือนวัตถุ การที่คนมีแต่วัตถุแต่คิดไม่เป็นว่าจะเอาวัตถุไปทำอะไรได้ ก็ทำให้คนๆ นั้นไม่ก้าวหน้า

เหมือนมีจอบ แต่ใช้ไม่เป็น มีไปก็เท่านั้น

นี่คือคำอธิบายว่า เก่งๆ จบออกมาหายไปไหนหมด และก็คือคำอธิบายว่า ทำไปคนบางคนความรู้ท่วมหัว แต่เอาตัวไม่รอด

เพราะมันมีแต่ความรู้ ไม่มีความคิด
สัจธรรม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Good job! I think she could be the Prime minister and she will do better job than Nang Poo.
nok
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เป็นนายกแทนปูมั๊ย
เหวง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีคนอยากให้โพสเลยมาโพส

naruk ~
big danbo
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อีแปตอหลูจบจากที่ไหนหรือถึงได้โง่บรรลัยเลย แล้วโรงเรียนที่ให้รางวัลศิษย์เก่าดีเด่นน่ะ ยุบแล้วหรือยัง kopeeoor
kopeeoor
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โรงเรียนนานาชาติฮาโรว์ค่าเทอมเทอมละเท่าไหร่ ฉันว่าจะส่งไอ้จุกลูกฉันไปเรียนด้วยคน จะขายนาก็เอาล่ะ
ลำเจียก งามกระโทก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รู้สึกปีละเกือบล้านมั้ง
ถ้าจำไม่ผิด
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลูกคนจนหมดสิทธิ์ ขนาดโรงเรียนโกโรโกโสที่มีอยู่แล้วมันยังจะยุบทิ้งเลยเพราะไม่มีงบ
ในประเทศไทย => รวยเป็นคน จนเป็นหมา
 
ความคิดเห็นที่ 5 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ชอบตรงมีความคิด ไม่สนใจเรียนพิเศษก็คิดเอง แต่อย่าไปหลงติดกับระบบ-สถาบันเลย พอจบ Oxford ก็หลงตัวเอง เพราะยึดตึดกับมัน ลูกออกจากยีนพ่อแม่ได้พอดี ยกเครดิตให้คนอื่นหมด
ok
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คือเขาไม่ได้เรียนในระบบการเรียนของไทยนะฮะพี่ ถึงต้องมาเรียนพิเศษ แล้วเรียนนานาชาติแพงระดับนี้เป้าหมายของเขาคงไม่ใช่มาสอบเข้ามหา'ลัยในระบบปกติเหมือนเด็กไทยส่วนใหญ่นะฮะพี่ ไม่เหมือนผมเด็กไทยเรียนร.ร.รัฐ สายสามัญ เสาร์-อาทิตย์ ปิดเทอมขืนไม่เรียนพิเศษตายแน่ๆ
0000000000
 
ความคิดเห็นที่ 4 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เราว่าน้องเรียนเก่งอ่ะใช่ แต่ขนาดที่ 1 ของโลกนี่เว่อไปไหม เพราะทั้งโลกไม่ได้ใช้ระบบข้อสอบของเคมบริดจ์แบบที่ว่านี้นี่ ที่ใช้ก็มีไม่กี่ประเทศและร.ร.นานาชาติที่ใช้หลักสูตรอิงแบบของประเทศอังกฤษ นักข่าวต้องระมัดระวังความถูกต้องของคำที่ใช้ในการเขียนข่าวด้วยนะ
ชื่นชมน้อง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
GCSE สอบกันอยู่ 150 ประเทศ
กบนอกกะลา
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ข่าวก็เขียนชัดว่าที่หนึ่งจากการสอบระบบ GCSE
เยอะ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แล้วทั้งโลกนี่มี 150 ประเทศเหรอ เนื้อข่าวบอกยังงั้น แต่ในพาดหัวเขียนว่าที่ 1 ของโลกหรือว่าไม่จริง
กบนอกกะลา
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
"แล้วทั้งโลกนี่มี 150 ประเทศเหรอ เนื้อข่าวบอกยังงั้น แต่ในพาดหัวเขียนว่าที่ 1 ของโลกหรือว่าไม่จริง
กบนอกกะลา"
^
^
ต้องใช้คำว่า พวกโง่นี่มันก็โง่จริงๆ สำหรับคนเถียงนะครับ

(1)
แชมป์โลกตระกร้อ > ทุกประเทศในโลกแข่งตะกร้อ?
แชมป์โลกสกี > ทุกประเทศในโลกแข่งสกี?
แชมป์โลก yy > ทุกประเทศในโลกแข่ง yy?

(2) "เนื้อข่าวบอกยังงั้น แต่ในพาดหัวเขียนว่าที่ 1 ของโลกหรือว่าไม่จริง"
แยกแยะคำว่า "พาดหัว" กับ "รายละเอียดเนื้อข่าว" ยังไม่ได้เล้ยยย
ไปให้เด็ก ป สอง แถวบ้านสอนนะ ว่า;
- พาดหัวต่างจากเนื้อข่าวอย่างไร?
- ทำไมไม่ลงรายละเอียดทั้งหมดไปที่พาดหัวเลย?

ปล เรื่องนี้อย่าถามเด็กเกิน ป สี่ นะ เดี๋ยวเด็กจะหยอดไอโอดีนให้กิน เพราะนึกว่าเอ๋อแดรก
ปญอ เอาแต่เถียงบ้าไรมีง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่เว่อร์ไปค่ะ
igcse เป็นหลักสูตรการสอบวัดผล โรงเรียนระบบอังกฤษทั่วโลก
ทุกศูนย์จัดสอบ จะใช้ข้อสอบชุดเดียวกันหมด และข้อสอบจะถูกส่งไปตรวจที่เดียวกันหมดคือในอังกฤษ
การประกาศคะแนน จะประกาศผ่านเว็บไซต์พร้อมกันทั่วโลก
การบอกว่าสอบได้ที่ 1 ของโลก แปลว่าน้องได้ 100% ไม่มีใครได้คะแนนสูงกว่านี้แล้ว แต่ 100% ทั่วโลกมีหลายคนค่ะ
และน้องเรนนี่ไม่ใช่คนไทยคนแรกที่สอบได้นะคะ ปกติก็มีทุกปีแต่ไม่เป็นข่าว
เขียนถูกแล้ว
 
ความคิดเห็นที่ 3 +67 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น้องช่วยไปสอนงานรมต ว่าการกระทรวงศึกษาหน่อยน่ะค่ะ ว่าควรทำงานยังไงเด็กไทยจะได้เก่งและมีความคิดเหมือนน้อง
นิด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +51 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รุ่นผมเมื่อ 20 ปีก่อน เข้าเรียน 8.30 น.
เรียน 2 วิชา พัก 20 นาที เรียนอีก 1 วิชา พักเที่ยง
บ่ายโมงตรงเรียนยาวอีก 3 วิชา
รวมเป็น 6 วิชา เรียนจันทร์ยันศุกร์
ยังไม่นับวิชากิจกรรม หรือซ้อมกีฬา+ดนตรีหลังเลิกเรียน
กว่าจะกลับบ้านก็เกือบ 1 ทุ่ม

หลักสูตรแบบน้องเรนนี่ ถือว่าดีเลย
เด็กไม่ต้องเครียดเรื่องเรียนกันมาก มีเวลาไปทำอย่างอื่น
มีเวลาไปค้นหาทางเดินของตัวเอง

หลักบ้านเราแมร่งเรียนกันชิบหาย
แต่ไม่ได้เชี่ยอะไรเลย คิดเองยังไม่เป็น
เอาง่าย ๆ ภาษาอังกฤษยังห่วยที่สุดใน SEA ด้วยซ้ำ
DD
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยเด็กรุ่นนี้ความรู้เรื่องเรียนน้อยมาก แถมไม่มีสัมมาคารวะ ไม่เคารพครูหรือกลัวครู เกรงครูอย่างเมื่อก่อน แต่ครูทุกวันนี้ที่หาความเป็นครูก็น้อยเหลือเกิน
เหนื่อยใจกับเด็กรุ่นนี้
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอ่อ SEA ก็ไม่ได้ผิดนี่ครับ เค้าหมายถึงกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ South East Asia ส่วนคำว่า AEC (ASEAN Economic Community) เพิ่งจะมาดังเอา 5-6 ปีที่ผ่านมานี้ หมายถึงการรวมตัวเป็นเขตเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศใน SEA ตะหาก
Morgan
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
SEA หมายถึง Southeast Asia ครับ เค้าใช้ถูกต้องแล้ว ไม่ได้พิมพ์ผิดอะไรหรอก
ไก่กุ๊กกุ๊ก
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณวิพากย์ วิจารณ์
เข้าใจว่า SEA ที่เจ้าของ คห. เค้าพูดถึง น่าจะหมายถึง South East Asia นะ ซึ่งตอนนี้เราก็ยังใช้อยู่เช่น SEA GAMES ก็หมายถึงกีฬาที่แข่งในภูมิภาคนี้
แล้วส่วนที่รมต. ICT เค้าโดนว่าปล่อยไก่ คุณลองไปดูคลิปที่สัมภาษณ์อีกรอบ แล้วจะเห็นว่า นักข่าวถามทางโทรศัพท์ ซึ่งส่วนใหญ่นักข่าวจะบอกคำถามก่อนออกอากาศ แล้วผู้ถูกสัมภาษณ์ก็เตรียมคำตอบไว้
เตี๊ยมกันแล้วยังพูดผิด
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
SEA ก็ถูกแล้วนี่ครับ ใครโชว์โง่กันแน่
legislativeplenary@yahoo.com
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คาดว่าคุณ DD กล่าวถึง SEA ซึ่งย่อมาจาก Southeast Asia คือกลุ่มประเทศเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นกลุ่มเดียวกันกับ AEC แต่ใช้คนละบริบท
ผ่านมา
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
SEA น่ะ South East Asia ทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ AEC มันแค่ ASEAN Economics Community ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แค่ประชาคมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประชาคมอาเซียนน่ะเขามี ๓ เรื่อง ๓ ประชาคมย่อย คือประชาคมการเมืองและความมั่นคง ASPC ประชาคมเศรษฐกิจ AEC และประชาคมสังคมและวัฒนธรรม ASCC จะไปบอกว่าเขาผิดน่ะลองไตร่ตรองดูอีกทีนะ
ASEAN Community
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
SEA เค้าคงหมายถึง Southeast Asia มั้งครับ
น่าจะ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
SEA = South East Asia จ๊ะ
วิพากษ์ วิจารณ์กันแบบคุณภาพ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แล้วที่เค้าด่ารมว.ไอซีทีว่าโง่กันนั่นน่ะ ไม่ใช่เพราะแกพูดผิดจากios เป็น iso เท่านั้นนะครับ แต่แกยังไม่รู้เลยว่าโลกนี้ยังมีระบบปฎิบัติการดังๆอย่าง Unix , Linux และอีกมากมายครับ
เอก
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ภาษาอังกฤษ จะเทียบ มาเลย์ สิงค์โปร์ ฟิลิปปินส์ ได้ไงนะ พวกนี้มันอดีตมันเมืองขึ้นนะ

ภาษาไม่ต้องบ้ากันมากหรอก ขอแค่สอนให้คนคิดเป็น เข้าถึงความรู้ที่เป็นภาษาไทยได้ง่าย
ดู ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิ มันพัฒนาชาติด้วยภาษาในชาติครับ ไม่ใช่อังกฤษ
ผมทำงานลูกค้าฝรั่งทุกวัน
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
นึกแล้วไม่ผิด มันต้องย้อนมาด่าประเทศไทย

นึกแล้วไม่ผิด มันต้องมาด่าภาษาอังกฤษในเมืองไทย

คุณคิดว่า เป็นภาษาอังกฤษแล้วจะทำให้ไทยผงาดได้หรือ? ญี่ปุ่น จีน เกาหลี ไม่พูดอังกฤษด้วยซ้ำ ทำไมคุณยังชอบ!!!
ค่ายิยม
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
#2 "โชว์โง่ ปล่อยไก่ เห็นแล้วมันไม่ประเทืองปัญญา สะท้อนถึงความคิด ความรู้ของคนพูด"

ขำอิ #2 ว่ะ โชว์โง่จริงๆด้วย
ตัวเองภาษาง่อย รู้จักแค่คำที่โปรโมทกันเยอะๆ พอเห็นคนอื่นเขียนอะไรที่ตัวเองไม่รู้ (แต่เด็กสามขวบก็รู้ เพราะชื่อมันทับกับซีเกมส์ที่มีทุกสองปี ดังนั้น สามขวบก็เข้าใจว่า sea = southeast asia) ก็ไปแนะแหนเค้าว่าโชว์โง่

งานนี้ต้องสรุปว่า
ไอ่โง่นี่มันโง่จริงๆ
อิห่วยเอ้ย ไปอ่านหนังสือบ้างเหอะ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มาด่าผมว่าโชว์โง่ ใครกันแน่ที่โง่ ??
SEA กับ AEC ยังแยกใช้ หรือเอามาใช้ไม่ถูกอยู่เลย

ส่วนที่ว่าทำไมต้องด่าประเทศตัวเอง
ผมไม่ได้ด่าประเทศตัวเอง แต่ด่า "คน" ที่อยู่ในประเทศตัวเองต่างหาก

เคยได้ยินประโยคที่ว่า "ประเทศชาติเป็นยังไง คนส่วนมากในประเทศก็เป็นแบบนั้น" ไหมครับ?
ผมคงไม่ "รักชาติ" แบบผิด ๆ ที่ไม่เห็นข้อด้อยหรือข้อเสียของประเทศตัวเอง
แต่ผมเลือกที่จะ "ยอมรับ" มากกว่าปกปิดหรือกระดากใจที่จะพูดถึง

การเป็นเมืองขึ้นไม่ได้หมายความว่าคุณจะพูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่า
หรือประเทศที่มีภาษาของตัวเองอย่างญี่ปุ่น-เกาหลี
จะใช้ภาษาอังกฤษแย่กว่าชาติอื่น
เพราะความจริง 2 ประเทศนี้ยังใช้ภาษาอังกฤษดีกว่าไทยเยอะ

ปัญหามันอยู่ที่ "คน" ว่ามีความพยายามมากแค่ไหน?
รู้จักที่จะขวนขวาย พัฒนาตัวเองได้มากแค่ไหน
สมัย 20 ปีก่อน คนที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็น
ก็จะได้งานดีกว่าคนอื่น เงินเดือนหลักแสน คุณคิดว่ายังไง?
20 ปีผ่านมา ภาษาอังกฤษของคนไทยดีขึ้น
หลายคนได้ทำงานดี ๆ ได้เงินเดือนสูงก็เพราะมัน

ของพวกนี้เราปฎิเสธมันไม่ได้ครับ เพราะเราไม่ได้อยู่บนโลกนี้ประเทศเดียว

ถ้าพวกคุณคิดไม่ออก ว่าทำไมผมถึงให้ความสำคัญ
กับการใช้ภาษาอังกฤษของคนไทย
พวกคุณก็ดูอีนายกปูเป็นตัวอย่างก็ได้ครับ
เวลาเธอพูดภาษาอังกฤษบนเวทีระดับโลก
พวกคุณรู้สึก "อับอาย" และ "ขายขี้หน้า" มากแค่ไหน?
DD
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอาระบบการศึกษาไทยไปเทียบ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ได้ไงประเทศเหล่านี้หนังสือหนังหาที่เป็นภาษาประเทศตัวเองเขามีพร้อม ครูอาจารย์ในโรงเรียนก็เป็นพวกเก่งๆมีความรู้ทั้งนั้นอาชีพครูเป็นอาชีพทีมีเกียรติได้รับค่าตอบแทนที่สูง ตรงข้ามกับไทยสิ้นเชิง เทคโนโลยีและความรู้ต่างๆส่วนใหญ่พวกฝรั่งเป็นคนคิดค้นขึ้นมาทั้งหมดการพัฒนาภาษาอังกฤษให้เด็กไทยฟังพูดอ่านเขียนได้จะทำให้เขาเปิดกะลาออกไปค้นหาความรู้จากต้นฉบับจริงๆดีกว่าที่จะอ่านตำราไทยที่แปลอย่างผิดๆถูกๆ ไม่อยากดูถูกประเทศตัวเองเลยแต่มันคือเรื่องจริง ถ้าAECเปิดเมื่อไรคนไทยเสียเปรียบคนบ้านเขาเข้ามาทำงานบ้านเราได้แต่คนไทยจะไปทำงานบ้านเขานั้นช่างน้อย
ช่างเถอะ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
"วิพากษ์ วิจารณ์กันแบบคุณภาพหน่อยน่ะ" หงายเงิบเลยสิ ไม่รู้จักคำว่า SEA เมื่อสมัยก่อนคำนี้ใช้บ่อยมาก สงสัยคนออกความเห็นจะเป็นเด็กรุ่นใหม่ ถ้าไม่ใช่ก็คงเป็นพวกความรู้รอบตัวไม่มี
zzx
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ตอบกลับ : ความคิดเห็นที่ 6
ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014