หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์
ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ ปัญญาพลวัตร โดย พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต
มาตรฐานของสหรัฐอเมริกาในการสนับสนุนทักษิณ
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 17 สิงหาคม 2555 18:11 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

ปัญญาพลวัตร
       โดย...พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต
       
       หลังสงครามโลกครั้งที่สองประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในสองประเทศอภิมหาอำนาจของโลกเคียงคู่กับประเทศสหภาพโซเวียต การต่อสู้ขับเคี่ยวเพื่อช่วงชิงอำนาจในการควบคุมโลกของประเทศมหาอำนาจทั้งสองที่รู้จักกันในนาม “สงครามเย็น” ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องหลายสิบปี และยุติลงเมื่อประเทศโซเวียตรัสเซียมีความขัดแย้งภายในอย่างหนักจนกลุ่มเชื้อชาติและศาสนาต่างๆที่เคยอยู่ภายในสหภาพเดียวกันแยกตัวออกไปตั้งเป็นประเทศอิสระจำนวนมาก และสหภาพโซเวียตได้ล่มสลายลงใน ค.ศ. 1991 ตั้งแต่นั้นมาสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศจึงเข้าสู่ยุค “หลังสงครามเย็น”
       
       แนวคิดที่อยู่เบื้องหลังนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ยุคสงครามเย็น และหลังสงครามเย็นยังคงไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก นั่นคือรัฐบาลสหรัฐฯ ให้การสนับสนุน “ผู้นำทรราช” และ “ผู้ก่อการร้าย” ของประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่อง หากกลุ่มบุคคลเหล่ายอมเป็นผู้รับใช้ และยอมให้สหรัฐอเมริกากอบโกยผลประโยชน์อย่างไร้ข้อจำกัด ในทางตรงกันข้ามรัฐบาลสหรัฐอเมริกาก็พร้อมที่จะเข้าไปจัดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลของประเทศใดก็ตามที่ไม่ตอบสนองผลประโยชน์ของตนเอง หรือทำให้ชนชั้นนำหรือนายทุนของสหรัฐฯ เสียผลประโยชน์อย่างไม่คำนึงถึงวิธีการ ไม่ว่าจะเป็นการลอบสังหารบุคคลที่ต่อต้าน หรือสังหารหมู่ชาวท้องถิ่น หรือ การรัฐประหารก็ตาม
       
       ในยุคสงครามเย็นเป้าหมายการปฏิบัติการทางการเมืองและการทหารของประเทศสหรัฐอเมริกาคือ การยับยั้งการขยายอำนาจอิทธิพลของสหภาพโซเวียต และในทางกลับกันคือการขยายอำนาจและอิทธิพลของประเทศตนเองเข้าไปแทนที่ จุดสนใจหลักในการปฏิบัติการของสหรัฐอเมริกาในยุคนี้คือกลุ่มประเทศแถบเอเชียอาคเนย์
       
       นโยบายหลักในช่วงนี้ของสหรัฐมี 2 ประการคือ การรักษาปกป้องรัฐบาลที่ยอมเป็นสมุนและเอื้อประโยชน์แก่ตนเอง และการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลที่ต่อต้านหรือทำลายผลประโยชน์ทางการเมืองและธุรกิจของสหรัฐฯ
       
       รัฐบาลของหลายประเทศในเอเชียอาคเนย์ เช่น อินโดนีเซีย ไทย และเวียดนามใต้ เป็นตัวอย่างของรัฐบาลที่สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนช่วยเหลือในทุกรูปแบบเพื่อให้กลุ่มชนชั้นนำในประเทศเหล่านั้นรักษาอำนาจเอาไว้ให้ได้ สหรัฐฯ วางแผนทางการเมืองให้แก่รัฐบาลประเทศเหล่านั้นว่าจะรักษาอำนาจไว้ให้นานที่สุดอย่างไร สอนวิธีการกำจัดศัตรูทางการเมือง ยุทธวิธีการรบ และสืบราชการลับ รวมทั้งหยิบยื่นอาวุธนานาชนิดให้ใช้ทั้งการให้เปล่าและการขาย เพื่อใช้ในการปราบปรามและกวาดล้างฝ่ายตรงกันข้าม
       
       ในยุคที่ซูฮาร์โตเป็นประธานาธิบดีประเทศอินโดนีเซีย สหรัฐมอบบัญชีรายชื่อบุคคลชาวอินโดนีเซียที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองตรงข้ามกับสหรัฐฯ แก่รัฐบาลซูฮาร์โต และเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำอินโดนีเซียนายมาร์แชล กรีน อนุมัติเงิน 50 ล้านรูเปี้ยะห์แก่ขบวนการเคเอพี-เกสตาปูเพื่อใช้ในการกวาดล้างปรปักษ์ทางการเมือง
       
       การสนับสนุนรัฐบาลซูฮาร์โตของสหรัฐในครั้งนั้นนำไปสู่การเสียชีวิตของประชาชนชาวอินโดนีเซียนับแสนคน
       
       เช่นเดียวกันในประเทศเวียดนาม รัฐบาลสหรัฐฯ เข้าไปช่วยรัฐบาลเวียดนามใต้ทำสงครามกับรัฐบาลเวียดนามเหนือโดยเริ่มตั้งแต่ ค.ศ. 1964 เริ่มจากสหรัฐฯกล่าวหาว่าเวียดนามเหนือใช้ตอร์ปิโดโจมตีเรือสหรัฐในบริเวณอ่าวตังเกี๋ย และต่อมาสหรัฐฯ ส่งทหารเข้าไปประจำการในเวียดนามใต้อย่างเต็มรูปแบบใน ค.ศ. 1969 มีการใช้เครื่องบินทิ้งระเบิด และใช้อาวุธเคมีที่รู้จักในนาม “ฝนเหลือง” เพื่อทำลายล้างเวียดนามเหนือให้สิ้นซากอย่างต่อเนื่อง
       
       ทั้งนี้สหรัฐอเมริกาใช้ประเทศไทยเป็นที่ตั้งฐานทัพ ที่ตั้งอุปกรณ์สืบราชการลับ และศูนย์พักผ่อนและพักฟื้นทหารสหรัฐฯ เครื่องบินทิ้งระเบิดเกือบทั้งหมดของสหรัฐอเมริกาที่โจมตีประเทศเวียดนามถูกส่งไปจากประเทศไทย และแน่นอนว่าผลจากสงครามได้สร้างความเสียหายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมแก่ประเทศเวียดนามอย่างมหาศาล แม้ว่าในท้ายที่สุดสหรัฐอเมริกาจะพ่ายแพ้อย่างยับเยินในสงครามครั้งนั้นก็ตาม
       
       สำหรับการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลที่สหรัฐฯ มีส่วนสำคัญเกิดขึ้นในหลายประเทศ แต่ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การรัฐประหารรัฐบาลประธานาธิบดีซัลวาดอร์ อัลเจนเด้ แห่งประเทศชิลีใน ค.ศ. 1973 รัฐบาลอัลเจนเด้มาจากการเลือกของประชาชนชาวชิลี และมีนโยบายชาตินิยมเป็นตัวของตัวเอง คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชิลี แน่นอนว่าการดำเนินนโยบายดังกล่าวทำให้นายทุนสหรัฐฯ เสียผลประโยชน์ รัฐบาลสหรัฐโดย CIA จึงสนับสนุนนายพลออกุสโต ปิโนเชต์ ก่อการรัฐประหารนองเลือด สังหารประธานีธิบดีอัลเจนเด้และผู้สนับสนุนอย่างเหี้ยมโหด และเมื่อนายพลปิโนเชต์ครองอำนาจ ก็ทำการเข่นฆ่าประชาชนชาวชิลีอย่างเหี้ยมโหดเป็นจำนวนมาก และยังทุจริตคอรัปชั่นอย่างมโหฬารจนประเทศชิลีเสียหายอย่างยับเยิน
       
       จะเห็นได้ว่าในยุคสงครามเย็นนั้น กลุ่มบุคคลหรือรัฐบาลที่สหรัฐอเมริกาสนับสนุน เช่น ซูฮาร์โตแห่งอินโดนีเซีย ปิโนเชต์แห่งชิลี มาร์กอสแห่งฟิลิปปินส์ เหงียน วัน เทียวแห่งเวียตนามใต้ และถนอมแห่งประเทศไทย ล้วนแล้วเป็นกลุ่มบุคคลที่ภายหลังประชาชนของประเทศนั้นๆ ขนานนามว่า “ทรราช” ทั้งสิ้น โดยบุคคลเหล่านั้นมีลักษณะร่วมกันคือ มีพฤติกรรมที่โหดเหี้ยมพร้อมจะสังหารศัตรูทางการเมืองอย่างเลือดเย็น เจ้าเล่ห์ทุบายหลอกลวงประชาชน คลั่งไคล้ในอำนาจ และมีการทุจริตคอรัปชั่นอย่างเหลือคณานับ
       
       ต่อมาในยุคหลังสงครามเย็น เมื่อสหรัฐอเมริกาได้ครองความเป็นเจ้าในพื้นพิภพใบนี้เพียงประเทศเดียว มี จอร์จ บุช ผู้พ่อเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ (1989 – 1993) สหรัฐเริ่มใช้นโยบายต่างประเทศอย่างรุนแรงและแข็งกร้าวมากขึ้น และเข้าไปแทรกแซงการเมืองการปกครองของประเทศต่างๆ จำนวนมาก เพื่อกดดันให้ตอบสนองผลประโยชน์ของกลุ่มชนชั้นนำในสหรัฐฯ และหากมาตรการกดดันไม่บังเกิดผล สหรัฐฯก็จะใช้องค์การ CIA เข้าไปกระตุ้น สร้างสถานการณ์ และดำเนินการจัดการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศเหล่านั้น และหากยังไม่ได้ผลอีกก็จะใช้กำลังทหารเข้าไปจัดการโดยตรง
       
       อันที่จริง จอร์จ บุช ผู้พ่อได้เริ่มแสดงอำนาจแห่งความเป็นเจ้าโลกตั้งแต่เริ่มเป็นประธานาธิบดีใน ค.ศ. 1989 โดยส่งกำลังทหารสหรัฐฯ ไปจับกุมตัว มานูเอล นอริเอกาประธานาธิบดีประเทศปานามาในข้อหาค้ายาเสพติดมาขึ้นศาลในสหรัฐอเมริกา และหนึ่งปีหลังจากนั้นก็ส่งกองทัพอเมริกาเข้าสู่สงครามอ่าวเปอร์เซียในนาม “ปฏิบัติการพายุทะเลทราย” เพื่อต่อสู้กับกองกำลังทหารของประเทศอิรักที่ยกเข้าไปยึดประเทศคูเวต
       
       และเมื่อ จอร์จ บุช ผู้ลูกขึ้นครองอำนาจเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขาได้เดินตามรอยพ่อ เริ่มจากสร้างเรื่องหลอกลวงชาวโลกว่าประเทศอิรักผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ชีวภาพ และเคมีที่มีอานุภาพในการทำลายล้างสูง เพื่อใช้เป็นข้ออ้างสำหรับการส่งกองทัพสหรัฐเข้าไปโจมตีและยึดครองประเทศอิรัก สงครามอิรักและผลสืบเนื่องจากสงครามได้ทำลายชีวิตและผู้คนชาวอิรักนับแสนคน
       
       อันที่จริงซัดดัม ฮุสเซน ประธานาธิบดีอิรักผู้ที่สหรัฐอเมริกาล้มล้างอำนาจ จับกุมและสังหารทิ้งไปนั้น เป็นผู้นำระดับ “ทรราช” ซึ่งสหรัฐเคยให้การสนับสนุนมาก่อน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการต่อต้านประเทศอิหร่าน แต่เมื่อซัดดัม มีความพยายามเป็นอิสระและไม่อยู่ภายใต้การควบคุมบงการของสหรัฐฯ เขาก็พบกับจุดจบด้วยฝีมือของสหรัฐฯ เองใน ค.ศ. 2003
       
       จากการดำเนินนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาในลักษณะนี้ เมื่อสำนักแกลลัพโพลล์สำรวจภาพลักษณ์ของสหรัฐอเมริกาใน ค.ศ. 2002 โดยเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ประชาชนเกือบ 10,000 คน ใน 9 ประเทศที่คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม อันได้แก่ อินโดนีเซีย อิหร่าน จอร์แดน เลบานอน โมร็อกโก ปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย และตุรกี ผลการสำรวจพบว่าภาพลักษณ์หลักของสหรัฐอเมริกาคือ “โหดเหี้ยม ก้าวร้าว โอหัง เจ้าเล่ห์ โกรธง่ายและลำเอียง”
       
       ภาพลักษณ์ดังกล่าวเมื่อพิจารณาจากความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์ต่อสิ่งที่สหรัฐฯ เคยกระทำกับประเทศต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ก็เรียกได้ว่าไม่เกินเลยจากความเป็นจริงแม้แต่น้อย ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา ผมคิดว่าไม่มีรัฐบาลประเทศใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำให้ประชาชนของประเทศต่างๆในโลกเสียชีวิต บาดเจ็บ และพิการ มากเท่ากับรัฐบาลของประเทศสหรัฐฯ อีกแล้ว และเช่นเดียวกันกับประเทศไทยที่ไม่มีรัฐบาลใดที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของประชาชนไทยมากเท่ากับช่วงรัฐบาลทักษิณอีกแล้ว
       
       จากมาตรฐานที่ใช้เป็นเกณฑ์สำหรับการสนับสนุนและช่วยเหลือบุคคลชนชั้นนำของประเทศต่างๆ ที่สหรัฐอเมริกาเคยกระทำมาโดยตลอดในประวัติศาสตร์ เราจะเห็นว่าบุคคลเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็น ”ทรราช” หรือไม่ก็เป็น “ผู้ก่อการร้าย” ซึ่งมีพฤติกรรมสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของสหรัฐอเมริกาในสายตาชาวโลก นั่นคือเหี้ยมโหด โอหัง เจ้าเล่ห์ ลำเอียง และคดโกง
       
       เรียกได้ว่าสหรัฐอเมริกาให้การสนับสนุนและช่วยเหลือคนประเภทที่มีลักษณะและพฤติกรรมเช่นเดียวกับตนเอง และคาดหวังให้บุคคลเหล่านั้นรับใช้และดำเนินการเอื้อผลประโยชน์ให้แก่กลุ่มนายทุนผู้ทรงอำนาจในสหรัฐอเมริกา
       
       เราจึงแทบไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมรัฐบาลสหรัฐอเมริกายุคปัจจุบัน จึงให้การสนับสนุนและให้วีซ่า ทักษิณ ชินวัตร ทั้งนี้เพราะคุณลักษณะและพฤติกรรมของบุคคลผู้นี้สอดคล้องกับแบบแผนและมาตรฐานของบุคคลที่รัฐบาลสหรัฐเคยให้ความช่วยเหลือมาแล้วในอดีตนั่นเอง
       
       การสนับสนุนทรราชของประเทศต่างๆ เพื่อให้บุคคลเหล่านั้นรับใช้และเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มนายทุนผู้ทรงอำนาจจึงเป็นพันธกิจอันศักดิ์สิทธิ์ของรัฐบาลสหรัฐที่ทำกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ไม่ว่ารัฐบาลนั้นจะมาจากพรรครีพับริกันหรือเดโมแครตก็ตาม

ข่าวล่าสุด ในหมวด
กรณีปลอดประสพ : ตัวแบบของสิทธิและเสรีภาพภายใต้ระบอบประชาธิปไตยสามานย์
ชำแหละ“ประชาธิปไตยสามานย์”
ทรราชผู้ว้าเหว่ไม่ยอมจมทะเลอย่างเดียวดาย
จุดจบทรราช คาดว่าไม่เกินสิ้นปีนี้
ซากปราสาทกับประวัติศาสตร์ที่นองเลือดของกัมพูชา
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แบ่งปันให้เพื่อน
จำนวนคนอ่าน 5703 คน จำนวนคนโหวต 31 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
If I comumnciaetd I could thank you enough for this, I'd be lying.
Dirk
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่่มีอะไรที่มะกันต้องการนอกจากผลประโยชน์
แม้ว่ามันจะได้มาด้วยวิธีผิดๆก็ตาม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผลประโยชน์อย่างเดียวที่ ยูเอสเอ ต้องการ แล้ววันหนึ่งประเทศมานต้องพินาศ
rum
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อเมริกา ถึงเวลาก็ "รับกฎแห่งกรรม" ของเขาไป ไม่เชื่อคอยดู
ในอนาคต 50 มลรัฐ อาจจะแบ่งแยก เป็น 50 ประเทศก็ได้ ใครจะไปรู้ แม่น บ่อ
คนลาวในอเมริกา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 -4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถึงว่า อเมริกาชนมองไทย ล้าหลังมาก เพราะมีคนไทยเที่ยวมาประท้วง บ้าบ้าบอบอ
คนไทยสะใภ้จีน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อเมริกานี่แหละ ตัวพ่อเรื่องการประท้วงเลย

ตั้งแต่เรื่องใหญ่ ยันเรื่องบ้าๆบอๆ มันทำมาหมดแล้ว มีหรือมันจะไม่รู้ ไม่เข้าใจ
ตัวพ่อ
 
ความคิดเห็นที่ 4 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
IN FACT , usa GOVERNMENT IS DOMINATED BY ALL FUNDS INVESTMENTS FINALCIALS ,,,,,,$$$$???!!!
this is WHY OBAMA CAN DO ANYTHING FOR ALL GOOD AMERICATNS PEOPLES (assurance for poor americains peoples ) ,,,,,,!!!???
IN FACT ,THERE ARE MANY LEADERS POLITICAINS in this world WERE CONTROLED BY THE FUNDS INVESTMENT FINANCIALS ,,,,,in particular ""carlyle 's group "",,,,,,,,,,!!!!!?????
thailand IS THE BEST EXAMPLE ,,,,,!!!!!????
this is WHY MANY BIG COUNTRIES DON'T WANT THE RULE IN STOCK MAKET,,,,,,,,$$$$$?????!!!
usa ,england ARE THE BAD EXAMPLE ,,,,,!?
no faith NEVER RULE ,,,,,only $$$$$$$$$
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีแต่พวกชนบางหมู่เหล่าในประเทศ "เมียเช่า" นั่นแหละ ที่ออกมาปกป้องเมกา กับสมุนในสหประชาชาติกันจัง
มีตัวมีตนมาได้ก้เพราะเกาะกระโปรงเมียเช่าแหละ.....
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
How do you know
?
 
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Ugly Americans
กทม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ONE TO BE REMEMBER the Philippines leader, FERDINAND MARCOS, THE DICTAtOR....
OO
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Is Thugsin the second?
Khon Thai
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2013