หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกผู้จัดการรายวัน | Section1:ข่าวปก
 
วุฒิฯต้านพรก.โอนหนี้เฉ่ง'3ปล้น1ทำลาย'
โดย ASTVผู้จัดการรายวัน 9 มกราคม 2555 22:46 น.
       ASTVผู้จัดการรายวัน - วุฒิฯรุมต้าน พ.ร.ก.โยนหนี้กองทุนฟื้นฟูให้แบงก์ชาติ หวั่นหมกเม็ด ขู่ล่าชื่อ ส.ส.-ส.ว. 1 ใน 5 ยื่นศาล รธน.วินิจฉัยมีอำนาจทำได้หรือไม่ ลั่นหากขัด กม.รัฐบาลต้องรับผิดชอบ “คำนูณ” เฉ่ง “ 3 ปล้น 1 ทำลาย ” ระวังเสียหายเกินเยียวยา ด้าน “ ศิษย์หลวงตาบัว ” บุกสภาค้าน ยันเดินตามแนวทางหลวงตา "มาร์ค" แฉรัฐจ้องกู้เกิน 2 ล้านล้าน ด้านแบงก์ชาติจับตา ครม.วันนี้
       
       การประชุมวุฒิสภา เมื่อวานนี้ ( 9 ม.ค. ) ช่วงก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายอนุรักษ์ นิยมเวช ส.ว.สรรหา ได้หารือว่า เป็นห่วงแนวทางรัฐบาลที่จะออก พ.ร.ก. 4 ฉบับ เพื่อโอนหนี้กองทุนฟื้นฟู 1.14 ล้านล้านบาท กลับไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นผู้รับผิดชอบ เพื่อดำเนินการกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท มาบริหารจัดการระบบน้ำ และวางโครงสร้างประเทศไทยใหม่ รวมทั้งการจัดตั้งกองทุนประกันภัย อีก 5 หมื่นล้านบาท และกรอบการแก้ไขเพิ่มเติมที่ ธปท. สามารถออกเงินกู้ หรือซอฟต์โลนอีก 3 แสนล้านบาท รวมทั้งหมด 7 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้เป็นภาระหนี้นอกงบประมาณ นอกเหนือจากที่กำหนดไว้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 อีก 4 แสนล้านบาท
       
       " รัฐบาลควรดูให้รอบคอบว่า การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องรัฐธรรมนูญมาตรา 284 หรือไม่ เพราะการออกพ.ร.ก.ดังกล่าว ต้องเป็นกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะส.ส.-ส.ว. หรือสมาชิกรัฐสภา 1 ใน 5 สามารถเข้าชื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ " นายอนุรักษ์กล่าวและว่า การจะออก พ.ร.ก. ที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาอุทกภัย 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเงินกู้นอกงบประมาณ รัฐบาลไม่มีรายละเอียดการดำเนินการของโครงการ ทำให้รัฐสภา ไม่สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งตรงนี้รัฐบาลสามารถออกเป็น พ.ร.บ.งบประมาณกลางปีได้ ดังนั้น ต้องดูว่าเข้าเงื่อนไขว่า รัฐบาลจะออกเป็น พ.ร.ก.ได้หรือไม่ รวมถึงการออกซอฟต์โลน ที่ให้ ธปท.สามารถอนุมัติปล่อยสินเชื่อได้ คิดว่าโดยหลักการรัฐบาลสามารถใช้กลไกโดยธนาคารของรัฐ เพื่อดำเนินการดังกล่าวได้
       
       " การโอนหนี้จากระทรวงการคลังไปให้ ธปท. จำนวน 1.14 ล้านล้านบาท ต้องถามว่าเป็นการโอนหนี้จริงหรือไม่ หรือเป็นการผลักภาระในการชำระหนี้ พร้อมดอกเบี้ย ซึ่ง ธปท. อาจผลักภาระต่อไปให้ประชาชนในอนาคต ทำให้ ธปท. อาจขาดอิสระในการดำเนินการ จึงอยากให้รัฐบาลดำเนินการให้รอบคอบ ไม่เช่นนั้นหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ รัฐบาลต้องรับผิดชอบทางการเมืองด้วย "
       
       นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า รัฐบาลกำลังเอา 3 เรื่อง มาผู้รวมกัน คือ การแก้ปัญหาน้ำท่วม รัฐบาลกำลังเอาอนาคต คือ การวางโครงสร้างพื้นฐาน เข้ามาผนวก กำลังเอาเรื่องอดีตหนี้กองทุนฟื้นฟู 1.14 ล้านล้านบาท ตนไม่เห็นด้วย เนื้อหาใน พ.ร.ก.การโอนหนี้ ที่เผยแพร่ออกมา ในมาตรา 7 มีลักษณะอยากเรียกว่า 3 ปล้น 1 ทำลาย คือ
       
       1.ปล้น ธปท. ในมาตรา 7 ( 1 ) และ ( 3 )
       2. ปล้นสถาบันการเงิน ซึ่งจะผลักภาระไปให้ประชาชนในมาตรา 8-10
       3. ปล้นทางอ้อมไปยังคลังหลวง คือ ทุนสำรองพิเศษในฝ่ายออกบัตร ธปท. ในมาตรา 7 ( 2 )
       เมื่อมีข่าวออกมาก็มีกระแสข่าวออกมาคัดค้านมาก ในที่สุดจึงมีการหารือกันหลายฝ่าย และเชื่อว่าจะมีการปรับปรุง มาตรา 7 จึงอยากฝากรัฐบาลว่า เมื่อแค่มีข่าวยังมีความขัดแย้งมากมายขนาดนี้ เพื่อความรอบคอบ ควรแยกเรื่องโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูออกมาเป็นเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ และจัดทำเป็น พ.ร.บ. ผ่านกระบวนการรัฐสภา ตามปกติ เพื่อความรอบคอบ เพราะประเด็นสำคัญที่สุดคือ การทำลายระบบธนาคารกลาง การให้ ธปท. เข้ามารับผิดชอบภาระหนี้สินมีความเสี่ยงใหญ่หลวง เพราะ ธปท.ไม่เหมือนรัฐบาล ที่เก็บภาษีได้เอง มีหน้าที่พิมพ์ธนบัตร ดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และมีหน้าที่แทรกแซงค่าเงินบาท ถ้า ธปท. ถูกใช้อย่างผิดหน้าที่แล้ว เกรงว่าความเสียหายในอนาคตจะใหญ่หลวง เกินที่จะเยียวยา
       
       ** ศิษย์หลวงตาฯ ยื่นต้านปล้นคลังหลวง
        
       
       ด้านกลุ่มผู้แทนคณะศิษยานุศิษย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน นำโดยพระครูอรรถกิจ นันทคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าดอยลับงา จ.กำแพงเพชร ยื่นหนังสือคัดค้านการออกพ.ร.ก. ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 1.14 ล้านล้านบาท ต่อ นายวิทวัส บุญญสถิตย์ ส.ว.สรรหา ในฐานะรองประธานกมธ. การเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน วุฒิสภา
       
       โดยพระครูอรรถกิจนันทคุณกล่าวว่า สาเหตุที่คัดค้านแนวทางดังกล่าว เพราะต้องการรักษาเจตนารมณ์ของหลวงตามหาบัว ที่ไม่ต้องการให้ไปยุ่งกับเงินคลังหลวง เพราะก่อนหน้านี้เคยมอบเงิน และทองคำ บริจาคไว้ถึง 2 หมื่นกว่าล้านบาท และยังไม่เห็นด้วยกับแนวทางการชำระหนี้ โดยโอนดอกเบี้ยปีละ 6.5 หมื่นล้านบาท จากกระทรวงการคลัง ไปให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ชำระหนี้ดังกล่าวร่วมกับเงินต้นทั้งหมด และไม่เห็นด้วยกับการออก พ.ร.ก. เพราะเป็นการสร้างค่านิยมที่ผิด ในการใช้เงินให้แก่รัฐบาลในอนาคตด้วย
       
       ขณะที่นายวิทวัส กล่าวว่า กมธ.การเงินฯ ได้เชิญ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ มาชี้แจงเรื่องดังกล่าว ซึ่งนายกิตติรัตน์ได้ตอบรับแล้ว ร่วมทั้งตัวแทนจาก ธปท.มาร่วมชี้แจงด้วยในเวลา 14.00 น. ในวันที่ 10 ม.ค.นี้
       
       “ส่วนตัวไม่เห็นด้วย หากรัฐบาลจะดำเนินการจริงเห็นว่าควรออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา เพราะจะมีความรอบคอบมากกว่า” นายวิทวัสระบุ
       
       ***"มาร์ค" แฉรัฐฯ จ้องกู้เกิน 2 ล้านล้าน
        
       
       นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงแนวคิดของรัฐบาลในการผลักภาระหนี้ให้ธปท. ว่า นอกจากจะสร้างปัญหาในการบริหารของธปท.เพิ่มขึ้นแล้ว ยังต้องเข้าใจด้วยว่า ธปท.ไม่ใช่รัฐอิสระตามที่ นายวีระพงษ์ รามางกูร ประธาน กยอ. ออกมาระบุ แต่ประเทศที่เป็นสากล ล้วนแต่ให้อิสระธนาคารกลางทั้งสิ้น เพื่อให้ดูแลเสถียรภาพการเงินและเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่รัฐบาลกลับคิดแต่จะกู้เงินเพิ่มขึ้น ตัวเลขสูงกว่า 2ล้านล้านบาทแล้ว โดยเอาเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดมาอ้างอิงอยู่กับเรื่องน้ำท่วม เพื่อใช้การกู้เงินพิเศษเป็นกระบวนการนอกงบประมาณ ขาดการตรวจสอบ และจะเกิดปัญหาตามมา ซึ่งการที่ กยอ. กลายเป็นผู้มีบทาทในการกำหนดนโยบาย และการของบประมาณ สุดท้าย ครม.ก็ยังต้องเป็นผู้ชี้ขาดอยู่ดี และ กยอ. รวมถึงนายวีระพงษ์ คงคาดหวังให้แก้ปัญหาที่เป็นของจริง เกี่ยวกับการบริหารจัดการเรื่องน้ำ การใช้พื้นที่ในประเทศไทย มากกว่ากำหนดวิธีล้วงเงินจากใคร เท่าไร
       
       ***ปธ.แบงก์ชาติเตือนอย่าเพิ่มปัญหา
        
       
       วันเดียวกันที่ธนาคารแห่งประเทศไทย นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ได้หารือกับม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ประธานคณะกรรมการธปท. (กกธ.) (บอร์ดแบงก์ชาติ) เกี่ยวกับปัญหาหนี้สินของกองทุนฟื้นฟูฯ ที่เหลืออยู่ 1.14 ล้านล้านบาท พร้อมทั้งภาระอัตราดอกเบี้ย
       
       ผู้ว่าการธปท.กล่าวภายหลังจากการพูดคุยร่วมกันว่า ขณะนี้ทางธปท.ยังไม่เห็นร่างพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้ เพื่อช่วยเหลือกองทุนฟื้นฟูฯ พ.ศ.....ซึ่งเป็นฉบับที่จะส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันนี้ (10 ม.ค.) เพราะทางโน่นยังไม่ได้ส่งมาให้ธปท.ดูรายละเอียด และขณะนี้ได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ธปท.ศึกษารายละเอียดในประเด็นต่างๆอยู่ ฉะนั้นตอนนี้ยังไม่น่าใจว่าร่างพ.ร.ก.ดังกล่าวผลสรุปจะออกมาเป็นอย่างไร จึงขอรอดูร่างกฎหมายที่จะนำเข้าประชุม ครม.ก่อน
       
       ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีปัญหา นอกจากทำไม่ดีก็จะมีปัญหาได้ ซึ่งภาระหนี้สินในปริมาณ 1.14 ล้านล้านบาท ในประเทศอื่นๆ ก็สามารถบริหารจัดการได้ ฉะนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนในตอนนี้จนต้องปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการ เพราะธปท.เองก็พยายามแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้มีเงินชดเชยภาระหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ได้มากขึ้น
       
       “การเก็บเพิ่มเงินนำส่งมากกว่า 0.4%ของฐานเงินฝาก ในแต่ละปีของแต่ละแบงก์มองว่าไม่ควรกินเอากำไรเขาจนหมด เพราะทำให้เขาไม่มีแรงกระตุ้นทำธุรกิจได้” ประธานบอร์ดแบงก์ชาติกล่าว
       
       นายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการ สำนักเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายนโยบายการเงิน ธปท.กล่าวว่า การกระทำต่างๆ ต้องไม่กระทบต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคทั้งในส่วนของนโยบายการเงินและนโยบายการคลังและการทำหน้าที่ของธปท.ในการเพิ่มหรือลดปริมาณเงินในระบบก็ควรเป็นเหตุผลที่มาจากเศรษฐกิจมากกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องอธิบายให้สาธารณะชนเข้าใจและปัจจุบันข้อมูลธปท.เชื่อมโยงทั่วโลก และมีเงินหมุนเวียนอยู่ทั่วโลก ซึ่งหากเกิดความไม่น่าเชื่อถือขึ้นมาอาจกระทบด้านอื่นๆในระยะยาวได้
       
       “ต้องเข้าใจว่าเงินทุนสำรองฯ ไม่ใช่เงินที่ได้มาฟรีๆ ข้างหนึ่งเป็นสินทรัพย์ในรูปเงินดอลลาร์แต่อีกข้างหนึ่ง ธปท.ก็มีหนี้สินในรูปการจ่ายดอกเบี้ยพันธบัตรจากการออกพันธบัตร ธปท.ไปดูดซับสภาพคล่องในระบบ ซึ่งเป็นต้นทุนค่อนข้างสูงและการดูแลเสถียรภาพด้านราคาของระบบเศรษฐกิจมี ธปท.เป็นองค์กรเดียวกที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง”นายทรงธรรมกล่าว
       
       ** ซัด"โกร่ง"เปลี่ยนสีตามขั้วอำนาจ
        
       
       นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธาน กยอ. ออกมาระบุว่า ธปท.ไม่สามารถทำตัวเป็นอิสระโดยไม่ฟังรัฐบาลไม่ได้ จึงขอถามย้อนกลับไปถึงท่าทีจุดยืนในอดีตซึ่งนายวีรพงษ์ เคยเขียนบทความ คอลัมน์ "คนเดินตรอก" หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันจันทร์ที่ 16 พ.ค. 48 ระบุว่า ธปท.ไม่ยอมขึ้นดอกเบี้ย เพราะไปฟังนโยบายจากฝ่ายการเมือง ทั้งที่ธปท. ไม่ควรไปกำหนดนโยบายเพื่อสนองความต้องการของรัฐบาล จึงอยากถามจุดยืนของนายวีรพงษ์ว่า เป็นอย่างไร หรือเปลี่ยนแปลงไปตามสถานะว่า ถ้านายวีรพงษ์ ไม่มีบทบาทอยู่ในรัฐบาล ธนาคารกลางก็ไม่จำเป็นต้องฟังรัฐบาลหรือไม่ ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ที่จะต้องใช้หนังสือตำราเรียนของ นายวีรพงษ์ จะได้เข้าใจท่าทีที่ชัดเจน
       
       ***"โต้ง"ดันทุรังเสนอพ.ร.ก.4ฉบับต่อครม.
       
       นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองด้านเศรษฐกิจ เห็นชอบที่จะมีการเสนอออกพระราชกำหนด กู้เงิน 4 ฉบับ ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันนี้ (10 ม.ค.)โดยยืนยันว่า พระราชกำหนดที่จะออกนั้น จะไม่สร้างภาระให้กับแบงก์ชาติเพิ่มขึ้น ซึ่งแบงก์ชาติจะไม่ต้องพิมพ์ธนบัตรเพิ่มเติม และเงินทุนสำรองของประเทศ จะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ และจากที่หลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า การออกพระราชกำหนดกู้เงิน จะทำให้วินัยทางการคลังเสียหายนั้น ยืนยันว่า จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งตนพร้อมจะชี้แจงให้เกิดความเข้าใจ โดยที่ผ่านมายอมรับว่า อาจไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด จนทำให้หลายฝ่ายเกิดความไม่สบายใจ.

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ค้านขึ้นLPG หวั่นชดเชย เอื้อนายทุน
แม่วอนหยุดประณาม”กรีน”
ตร.สนอง'ปู'จ่อหมายเรียกคดีหมิ่น ขู่'ชัย ราชวัตร' ขี้ข้า'แม้ว'กลัวไทยสปริง
ล่าตัวมาเฟีย ค้ากามโสม เพิ่มอีก9ราย
พท.ลอยแพฉบับ 'เฉลิม' หนุนร่างนิรโทษฯ 'วรชัย'
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แบ่งปันให้เพื่อน
จำนวนคนอ่าน 750 คน จำนวนคนโหวต 1 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2013