หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก CyberBiz | โทรคมนาคม
โทรคมนาคม ข่าวโทรคมนาคม

“หัวเว่ย” ขอแก้มือตลาดไทย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 สิงหาคม 2556 10:12 น.

“หัวเว่ย” ขอแก้มือตลาดไทย
สาวสวยกับ Ascend P6 สมาร์ทโฟนที่บางที่สุดในโลกจากหัวเว่ย

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“หัวเว่ย” ขอแก้มือตลาดไทย
โทมัส หลิว

“หัวเว่ย” ขอแก้มือตลาดไทย
แฟ้มภาพสาวสวยในงานแถลงข่าวของหัวเว่ย ล่าสุดยักษ์ใหญ่แบรนด์จีนยืนยันว่าศูนย์บริการของบริษัทกระจายอยู่ทั่วประเทศ 54 จุดแล้ว

“หัวเว่ย” ขอแก้มือตลาดไทย
Ascend P6

พญามังกร “หัวเว่ย” ขอแก้มือตลาดไทย พร้อมเข็นไฮไลต์โปรดักต์Ascend P6 สมาร์ทโฟนที่บางที่สุดในโลกบุกตลาด ก่อนเสริมไลน์ด้วยผลิตภัณฑ์ดีราคาคุ้มค่า มั่นใจช่องทางจำหน่ายที่มี และศูนย์บริการหลังการขายที่วางไว้สามารถรองรับลูกค้าได้ ย้ำชัดความสัมพันธ์โอเปอเรเตอร์เป็นตัวแปรสำคัญช่วยกระจายสินค้า
       
       โทมัส หลิว กรรมการผู้อำนวยการ หัวเว่ย ดีไวส์ ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ในช่วงปีที่ผ่านมา หลังจากที่หัวเว่ยเริ่มเข้ามาให้ความสำคัญในตลาดสมาร์ทโฟนมากขึ้น ด้วยการนำผลิตภัณฑ์อย่าง Ascend P1 เข้ามาจำหน่าย แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จึงได้มีการปรับแผนการตลาดเพื่อให้สามารถขึ้นมาเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนในใจคนไทยให้ได้
       
       “หัวเว่ยยอมรับว่าปีที่ผ่านมายังไม่ค่อยเข้าใจถึงพฤติกรรม และความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยดีพอ ทำให้การใช้เพียงแค่ผลิตภัณฑ์ที่ดีเข้ามาทำตลาด โดยไม่มีการให้ความรู้หรือสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ ส่งผลให้คนไทยยังไม่ค่อยเกิดความเชื่อมั่นเท่าที่ควร และท้ายที่สุดก็ค่อยๆ หายไปจากตลาด”
       
       อย่างไรก็ตาม โทมัส หลิวยังมองโลกในแง่ดีว่า เมื่อปีที่ผ่านมาถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทยของหัวเว่ย ทำให้ได้ประสบการณ์ที่ดีกลับไป และหันมาให้ความสำคัญต่อตลาดประเทศไทยในระยะยาวมากขึ้น เพราะภายในบริษัทเองหลังจากเปิดตัว P1 ไปแล้วก็ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดๆ ตามออกมาในท้องตลาด ซึ่งเหตุการณ์เหล่านั้นจะไม่เกิดขึ้นอีก ดังที่เห็นได้จากช่วงต้นปีที่ผ่านมาในตลาดโลกหัวเว่ยมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นไปที่นวัตกรรมที่ผู้ใช้งานสามารถสัมผัสและใช้งานได้จริง ภายใต้การผสมผสานระหว่างระบบโครงข่ายของหัวเว่ยกับตัวดีไวส์ไปภายใต้แบรนด์เดียวกัน
       
       “สิ่งที่หัวเว่ยมีอยู่ในมือคือเพื่อนเก่าแก่ในตลาดอินฟราสตรักเจอร์อย่างโอเปอเรเตอร์รายต่างๆ ซึ่งหัวเว่ยได้พิสูจน์ถึงประสิทธิภาพของตัวสินค้ามายาวนานกว่า 15 ปีแล้ว ต่อไปก็คือการพิสูจน์ให้ผู้ให้บริการเหล่านั้นเข้าถึงสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยว่ามีประสิทธิภาพมากเพียงใด”
       
       ขณะเดียวกัน ในปีนี้หัวเว่ยยังได้มีการเพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านเจมาร์ทเข้ามาเสริมในการกระจายสินค้าไปยังทั่วประเทศ จากเดิมที่มีเฉพาะทีจีโฟนรายเดียว ส่วนในมุมของผู้ให้บริการเครือข่ายก็ยังถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางจำหน่ายสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ลูกค้าหันมาใช้งานสมาร์ทโฟนที่รองรับการใช้งาน 3G ซึ่งในปัจจุบันหัวเว่ยก็รับจ้างผลิตสมาร์ทโฟนราคาถูกให้แก่โอเปอเรเตอร์ในประเทศไทยเพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคเปลี่ยนมาใช้งาน 3G ด้วยสมาร์ทโฟนราคาถูก ซึ่งหัวเว่ยมองว่ายังเป็นอีกช่องทางที่ต้องเดินหน้าต่อไปเพราะถือว่าเป็นการทำงานใกล้ชิดกับโอเปอเรเตอร์มากกว่าการขายแค่เรื่องเน็ตเวิร์ก รวมทั้งเพื่อความอยู่รอดของบริษัทด้วย
       
       “จากข้อมูลของจีเอฟเคระบุว่า ตลาดโทรศัพท์ในประเทศไทยกว่า 70% จะมาจากช่องทางการขายปกติ ส่วนอีก 30% มาจากโอเปอเรเตอร์ ดังนั้นหัวเว่ยจึงให้ความสำคัญต่อดีลเลอร์ในการกระจายสินค้าไปทั่วประเทศค่อนข้างมาก”
       
       ส่วนในด้านของศูนย์บริการนั้น หัวเว่ยไม่ค่อยกังวลกับบริการหลังการขายเท่าใดนัก เนื่องจากที่ผ่านมาหัวเว่ยได้มีการทำตลาดผลิตภัณฑ์อย่างแอร์การ์ดมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว ส่งผลให้ปัจจุบันมีศูนย์บริการกระจายอยู่ทั่วประเทศ 54 จุด ซึ่งจะสามารถให้บริการแก่ผู้ใช้งานได้ทันที
       
       ขณะที่ในประเด็นของการตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟน 5% ภายใน 3 ปีข้างหน้านั้น อาจมองว่าค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับแบรนด์เพื่อนร่วมชาติอย่างเลอโนโวที่หันเข้ามารุกในตลาดสมาร์ทโฟนและตั้งเป้าส่วนแบ่งไว้ที่ 10% ภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งปัจจุบันก็มีสินค้าที่ขายดีถล่มทลายอย่าง A390 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนราคาถูกที่วางจำหน่ายมาไม่นานแต่กวาดตลาดไปเกือบครึ่งแสนเครื่องแล้ว
       
       โทมัส หลิวกล่าวว่า การวางเป้าของหัวเว่ยจะมองถึงความเป็นไปได้เป็นหลัก ไม่ใช่ว่าตั้งเป้ามาลอยๆ แล้วไม่สามารถทำได้ ซึ่งการที่หัวเว่ยตั้งเป้าอย่างน้อย 5% ภายใน 3 ปี ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องมีส่วนแบ่งตลาดเพียงแค่ 5% ซึ่งถ้าผ่านจุดนี้ไปได้เมื่อไรก็จะมีการขยับเป้าเพิ่มสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ในมุมของการวางแผนทำตลาดในประเทศไทยช่วงครึ่งปีหลังนี้ หัวเว่ยจะเริ่มจากการวางจำหน่ายรุ่นที่เป็นเรือธงอย่าง Ascend P6 ก่อนเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของสินค้าที่มีความคุ้มค่าในระดับราคาที่ผู้บริโภคสามารถจับต้องได้ ก่อนที่จะทยอยนำเครื่องรุ่นอื่นๆ ในระดับราคาที่ต่ำลงมาเข้ามาจำหน่าย
       
       “ภายในบริษัทเองก็ยังมีความกังวลเกี่ยวกับทิศทางของธุรกิจ แต่เชื่อว่าด้วยการที่ให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ต้องคงไว้ต่อไป เพียงแต่สิ่งที่สำคัญกว่าในเวลานี้คือการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ของหัวเว่ย ให้ผู้บริโภคชาวไทยเข้าใจว่าไม่ได้เป็นเหมือนกับสินค้าระดับล่างจากจีนรายอื่นๆ”
       
       ขณะที่ในตลาดสมาร์ทโฟนช่วงครึ่งปีหลัง ดังจะเห็นได้จากแนวโน้มการเตรียมเปิดตัวเครื่องรุ่นใหม่ๆ ในท้องตลาดจากเจ้าตลาดอย่างซัมซุงที่กำลังจะมีการเปิดตัว Galaxy Note 3 หรือแอลจีที่กำลังจะเปิดตัว G2 ไม่นับรวมกับแอปเปิลที่จะเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ ทำให้อาจจะเกิดการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดไฮเอนด์เป็นหลัก แต่หัวเว่ยกลับมองในมุมที่ต่างออกไปว่า การที่หัวเว่ยเปิดตัวรุ่นไฮเอนด์ก่อนใคร ทำให้มีเวลาที่จะเก็บเกี่ยวตลาด ก่อนที่หลายๆ แบรนด์จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ และเมื่อถึงเวลานั้นหัวเว่ยก็จะมีผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่พร้อมจะเข้ามาทำตลาดเช่นเดียวกัน
       
       สำหรับการแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนประเทศไทยนั้น ในช่วงครึ่งปีแรกมีผลสำรวจจากหลายบริษัทที่ปรึกษาระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า อัตราการเติบโตของสมาร์ทโฟนเติบโตเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศที่มีการสับเปลี่ยนโครงข่ายจาก 2G มาเป็น 3G ขณะที่ทางจีเอฟเคก็มีการคาดการณ์ว่าปริมาณสมาร์ทโฟนในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จากเดิมในปี 2012 อยู่ที่ 6 ล้านเครื่อง ในปี 2013 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 10-12 ล้านเครื่อง และในปี 2014 เมื่อ 3G ให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศแล้วจะเติบโตถึง 15 ล้านเครื่อง
       
       “ถ้าเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ก็เชื่อว่าตลาดสมาร์ทโฟนในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะมีการแข่งขันกันสูงขึ้นอย่างแน่นอน และหัวเว่ยก็มีความต้องการเป็นอย่างมากที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้”
       
       โดยก่อนหน้านี้หัวเว่ยเคยออกมาให้ข้อมูลถึงงบการตลาดที่จะใช้ทำตลาดในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้ไว้ที่ 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 75 ล้านบาท สำหรับโปรโมตสินค้าผ่านทั้งสื่อกระแสหลัก และสื่อสังคมออนไลน์ รวมไปถึงการเปิดร้านค้าในจุดสำคัญใจกลางเมืองเพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ในแบรนด์ให้แก่ผู้บริโภค และช่วยให้ลูกค้าได้มาสัมผัสเครื่องจริงก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ เพราะหัวเว่ยเองก็มั่นใจในตัวผลิตภัณฑ์ไฮไลต์อย่าง Ascend P6 ซึ่งปัจจุบันถือเป็นสมาร์ทโฟนที่บางที่สุดในโลก และใช้วัสดุที่เป็นอะลูมิเนียม ให้ความรู้สึกในการจับเครื่องแตกต่างจากแบรนด์จีนรายอื่นๆ ในท้องตลาดอย่างชัดเจน
       
       ในฐานะที่รับผิดชอบประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า โทมัส หลิวให้ข้อมูลว่า ในด้านการลงทุนในพม่า เบื้องต้นหัวเว่ยจะเน้นไปที่การทำตลาดโครงข่ายมากกว่า เพราะปัจจุบันเพิ่งมีการให้ใบอนุญาต 3G ในประเทศพม่า ส่งผลให้ความต้องการหลักไปอยู่ที่การลงอินฟราสตรักเจอร์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ หลังจากนั้นเมื่อมีเครือข่ายให้บริการที่พร้อมแล้ว หัวเว่ยก็พร้อมที่จะนำสมาร์ทโฟนเข้าไปทำตลาดเช่นเดียวกัน
       
       ทั้งนี้ ภายในสิ้นปีนี้หัวเว่ยคาดว่าจะสามารถจำหน่ายสมาร์ทโฟนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ บังกลาเทศ กัมพูชา ลาว ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน อินเดีย พม่า ศรีลังกา เวียดนาม เนปาล มัลดีฟส์ และไทย ได้ราว 10 ล้านเครื่อง จากปีที่ผ่านมาสามารถจำหน่ายโทรศัพท์ได้ 10 ล้านเครื่อง แต่แบ่งเป็นฟีเจอร์โฟน 8 ล้านเครื่อง และสมาร์ทโฟนเพียง 2 ล้านเครื่องเท่านั้น
       
       ***แรกสัมผัส Ascend P6 นี่หรือ ไอโฟน 6
       
       จุดหนึ่งที่น่าสนใจในงานแถลงข่าวเปิดตัว Ascend P6 ของหัวเว่ยคือ หยาง ฉู่ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวออกมาว่า Ascend P6 มันคือไอโฟน 6 ที่ยังไม่ออกวางจำหน่าย โดยสิ่งที่ทำให้มั่นใจอย่างนั้นคงหนีไม่พ้นการนำสเปกเครื่องระดับสูงมาผสมผสานกับการดีไซน์ตัวเครื่องที่ทำได้บางเพียง 6.8 มม.เท่านั้น บนวัสดุเดียวกับที่ใช้ในไอโฟน
       
       ที่น่าสนใจคือราคาเปิดตัวของ Ascend P6 อยู่ที่ 13,490 บาท ซึ่งถ้าลองเทียบกับแอนดรอยด์โฟนในสเปกใกล้เคียงกันจะขายที่ราวๆ เกือบ 2 หมื่นบาท ทำให้มองย้อนไปได้ว่าการทำสงครามราคาก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่ทำให้หัวเว่ยเป็นเจ้าตลาดอุปกรณ์โครงข่ายในทุกวันนี้เช่นเดียวกัน
       
       แน่นอนว่าถ้าผลิตภัณฑ์ไม่ดีถึงแม้ราคาจะถูกผู้บริโภคก็ยังไม่สนใจ ในจุดนี้ด้วยความที่เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงเข้ามาตีตลาดรอบนี้ของหัวเว่ยจึงมั่นใจว่า Ascend P6 จะสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกชนิดจากการที่ใส่หน่วยประมวลผลควอดคอร์ 1.5 GHz RAM 2 GB บนหน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว ความละเอียด 1,280x720 พิกเซล ไม่นับรวมกับกล้องหลักความละเอียด 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
       
       เรียกได้ว่าจัดให้มาค่อนข้างครบในทุกแง่มุม ซึ่งจากเท่าที่สัมผัสก็ต้องยอมรับว่าหัวเว่ยทำการบ้านกับ Ascend P6 มาค่อนข้างดี เมื่อได้ลองเล่นแล้วก็จะเข้าใจถึงสิ่งที่หัวเว่ยต้องการสร้างบรรทัดฐานในตลาดสมาร์ทโฟนว่าของดีไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป
       
       เพียงแต่นอกจากในแง่ของดีไซน์ตัวเครื่องและประสิทธิภาพโดยรวมแล้ว หัวเว่ยยังขาดคีย์ฟีเจอร์ที่จะมาสร้างความแตกต่างให้แก่แบรนด์ของตนเอง ซึ่งในจุดนี้ทำให้การใช้งานเครื่องโดยรวมแทบไม่แตกต่างจากแอนดรอยด์โฟนรุ่นที่สเปกใกล้เคียงกันในท้องตลาดแต่อย่างใด
       
       ก้าวต่อไปของหัวเว่ยในตลาดประเทศไทย คงหนีไม่พ้นทำอย่างไรให้ผู้บริโภคได้ลองจับและสัมผัสตัวเครื่องจริง เพื่อลบภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อยสวยของแบรนด์จีนออกไปจากสมองคนไทยให้ได้

ข่าวล่าสุด ในหมวด
“ซิคเว่” รักษาการซีอีโอดีแทคแทน “จอน”
เอไอเอสเผยติด 3G ครบ 95% ของพื้นที่ พร้อมส่ง Small Cell เพิ่มความแรง
ดีแทคลงทุน 20 ล้าน ทำ e-Register แก้ปัญหาขโมยเบอร์
กสทช.ประสาน 5 โอเปอเรเตอร์ เยียวยามัลแวร์ SMS
เอไอเอสสร้างแอปช่วยลบ “ไวรัส SMS”
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 16 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 9 คน
57 %
ไม่เห็นด้วย 7 คน
43 %
ความคิดเห็นที่ 3 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เดี๋ยวนี้ของจีนทำได้ดี แข่งกับเกาหลีได้สบาย
ทั้ง Lenovo K900 และ หัวเว่ย P6 เป็นของดีราคาถูกทั้งคู่
ญี่ปุ่นไปไหนแล้ว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มือถือทุกแบลนด์ อุปกรณ์บนบอร์ดตัวใหญ่ๆผลิตจากจีนทั้งนั้น พวกมืงคงไม่รู้สินะ เหอะๆ ถ้าไม่รู้ก็อย่ามาอวดฉลาด แม้แต่ iphone ก็เถอะ ยังมีชิพของซัมซุงเลยครับ
ผมพี่ไทยไม่ติดว่า ใช้ iphone แล้วดูดี ดูรวย หัวเว่ยเกิดแน่ครับ
eak
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็ชอบนะ แล้วก็ให้โอกาส ซื้อมา 2 เครื่อง ใช้มา 3 เดือนพัง ไปซ่อม บอกเมนบอร์ดพัง รอนานมาก 3 เดือน กว่าจะซ่อมเสร็จเพราะอะไรก็ไม่ทราบ โทรไปจิกทุกสัปดาห์ยังช้า
ที่เจ๋งคือ เจ๊งพร้อมกันทั้ง 2 เครื่อง ห่างกันสัปดาห์นึง ส่งศูนย์ 2 ที่ต่างกัน สรุปช้าทั้งคู่ เยี่ยมจริงๆ
สรุป ไม่มีครั้งหน้าแล้วน่ะครับ ฝากเตือนใครที่หลงเชื่อ บริการยังห่างชั้น ไม่เคารพลูกค้า
ประสบการณ์ใช้จริง ขึ้นให้ด้วย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใช้แล้วสุดยอดมากๆค่ะ เครื่องหรูดูดี ใช้งานง่าย มีลูกเล่นหลากหลาย เทียบราคากับยี่ห้ออื่น ถือว่าคุ้มมากๆ สป็กเทพ อยากให้ขยายตลาดเยอะๆเพราะหาซื้อเคสกะกันรอยไม่ได้เลย (จะบอกว่าที่จีน แบรนด์นี้ดีมากๆ ทั้งวัสดุและสเป็ก)กดให้ 1,000 ไลค์ ^__^
valentine.bb9@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เเค่ชื่อกุก็ไม่อยากซื้อเเลล้ว
ห่วยเว้ย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ฝากเรียน กรรมการผู้อำนวยการโทมัส หลิว ครับ
“หัวเว่ย” ชื่อนี้ ในไทย ผมว่าเกิดยากครัีบ
หาชื่อใหม่ โลโก้เดิม ก็อาจไปได้
ข้อคิดเห็นครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กาก..
ยลดา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เดี๋ยวนี้ของจีนทำได้ดี แข่งกับเกาหลีได้สบาย
ทั้ง Lenovo K900 และ หัวเว่ย P6 เป็นของดีราคาถูกทั้งคู่
ญี่ปุ่นไปไหนแล้ว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
Ascend Mate ดันเอาตัว ram 1 gb เข้ามา การตลาดผิดจริงๆ โดน mega เอาไปกินหมด สนน
พี่หงี่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เปลี่ยนชื่อ รับรองขายดีเลย
AirForce1
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
All site contents copyright ©1999-2014