หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกคอลัมนิสต์ | พระบาท นามเมือง
 

มวลชนต้านเขื่อนแม่วงก์

โดย พระบาท นามเมือง
23 กันยายน 2556 15:42 น.
        ภาพของประชาชนเกินหมื่นที่ร่วมแสดงพลังกัน “ไม่เอา” เขื่อนแม่วงก์ เมื่อวานนี้ (22 กันยายน 2556) คงจะทำให้คนในรัฐบาล โดยเฉพาะคนที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ คงจะต้องกอดผ้าห่มไปดูข่าวไป คือหนาวแน่ๆ
       
        โดยเฉพาะคนสุมไฟใส่กองเพลิง คือ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการ “ดันเขื่อน” แม่วงก์ว่า ยังไงก็จะสร้าง แม้จะมีข้อโต้แย้งว่า ป่าแม่วงก์นั้นอุดมสมบูรณ์เพียงใด หรือยังมีสัตว์ป่าอย่างเสือโคร่งเป็นๆ ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ
       
        แต่นายปลอดประสพกลับยืนยันท้าทายด้วยวาทกรรม “ป่าสร้างได้ สัตว์ป่าสร้างได้ แต่ถ้าน้ำท่วมไม่มีคนไทย ประเทศก็อยู่ไม่ได้ รัฐบาลตัดสินใจแล้วคือสร้างเขื่อนแม่วงก์ ไม่มีเปลี่ยนใจ”
       
        เท่ากับเป็นการปฏิเสธฟังเสียงค้าน เมื่อวานประชาชนที่รักธรรมชาติ ไม่ต้องการเขื่อนแม่วงก์จึง “จัดหนัก” เข้าให้เต็มพื้นที่ย่านสยามสแควร์เมื่อวานนี้
       
        การต้านเขื่อนแม่วงก์เริ่มจากการประท้วงต่อสู้ด้วยการเดินเท้าของอาจารย์ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิ สืบ นาคะเสถียร ผู้มีชื่อเสียงมาจากการวิเคราะห์สภาพและปัญหามหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 (ที่รัฐบาลปูบอกว่า “เอาอยู่” จนจมน้ำไปครึ่งประเทศ)
       
        อาจารย์ศศินเริ่มต้นด้วยการเดินเท้า เพื่อนำเอาข้อเท็จจริงต่อต้าน EHIA หรือหนังสือรายงานผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม กรณีสร้างเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ มาสู่ความรับรู้ของประชาชนในเมืองใหญ่
       
        ประชาชนที่รักในธรรมชาติ แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับผืนป่าที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย
       
        อาจารย์ศศิน เริ่มต้นเดินจากหลักกิโลเมตรที่ 0 จากหน่วยพิทักษ์ป่าแม่เรวา-ป่าแม่วงก์ และตั้งใจจะมาจบที่อาคารหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร หรือ BACC ระยะทางรวม 388 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางรวม 12 วัน จากวันที่ 10 กันยายน และเมื่อวานคือวันที่ 22 ก็เป็นวันที่เริ่มต้นเดินในกรุงเทพฯ เริ่มจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เดินผ่านถนนพหลโยธินเข้ามาในเมืองเรื่อยๆ จนถึงหน้าอาคารหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน
       
        ผู้คนเดินตามอาจารย์ศศินมาเรื่อยๆ ตามรายทาง เพื่อนำประเด็นนี้มาบอกกล่าวสู่สาธารณะเพิ่มขึ้นทุกย่างก้าว จนกระทั่งเพิ่มเป็นมหาชนคนเสื้อขาวไม่เอาเขื่อนเรือนหมื่นทั่วบริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ และสยามสแควร์ เป็นภาพที่น่าตื้นตันปลาบปลื้มของแนวร่วมต้านเขื่อน แต่ก็เป็นภาพอันน่าขนลุกสำหรับพวกดื้อรั้นดันทุรัง และเครือข่ายรัฐบาลที่จ้องจะสร้างเขื่อนตาเป็นมัน
       
        หลายคนเห็นภาพแล้วเอาไปเปรียบกับภาพตอนที่ประชาชนออกมาไล่รัฐบาลทักษิณครั้งแรกในย่านสยามสแควร์ จนเนืองแน่นไปด้วยผู้คนใส่เสื้อสีเหลือง ในช่วงเดือนมีนาคม 2549 ภาพในคราวนั้นเป็นฝันร้ายของรัฐบาลแม้วอย่างไร ภาพเมื่อวานก็เป็นฝันร้ายของรัฐบาลปูเช่นกัน และทราบมาว่า แม้แต่คนออก “ซ้าย” ที่เคยเป็นเหมือนแนวร่วมฝ่ายแดง อย่าง ด.ช.เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ขวัญใจชาวเสื้อแดงหัวก้าวหน้าผู้ต่อต้านระเบียบผมเกรียนและชุดนักเรียน ก็ยังออกมาร่วมต้านเขื่อนกับเขาด้วย
       
        ในวันนั้นพวกเสื้อแดงเองก็จัดขบวนมาตั้งเหมือนกัน นำโดยกลุ่ม กวป.เจ้าเก่า ทำทีเป็นออกมาเรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ซึ่งเป็นเหมือนวาระเร่งด่วนตลอดกาลของคนกลุ่มนี้) ยุบศาลและองค์กรอิสระ แต่แน่นอนว่าเมื่อเจอกับพลังมหาประชาชนเป็นหมื่นๆ ก็เล่นเอาจ๋อย หุบผ้าแดงกลับบ้านไปแทบไม่ทัน
       
        ทำไมคนถึงต่อต้านเขื่อแม่วงก์กันขนาดนี้? นอกจากเหตุผลด้านสิ่งแวดล้อมที่รัฐบาลโกหกผ่านรายงาน EHIA แล้ว ซึ่งจะเอาพื้นที่ป่าแม่วงก์ไปรองรับน้ำ ทั้งๆ ที่พื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ป่าธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เป็นตำนานมาแต่ดั้งแต่เดิม อย่างในนิยายชั้นครูเรื่อง “ทุ่งมหาราช” ของ “เรียมเอง” นั้น “รื่น” ตัวเอกในนิยายเรื่องนั้น ยังกล่าวว่า ป่าโป่งน้ำร้อนและแม่วงก์เป็นป่าใหญ่เกินกว่าจะทำกินกันได้หมดในชั่วอายุคน นี่แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ที่เป็นเรื่องเล่าของป่าผืนนี้มาตั้งแต่ปางบรรพ์
       
        แม้ในปัจจุบัน ความสมบูรณ์ทางธรรมชาติของป่าแม่วงก์ก็สวนทางกับที่อื่น กล่าวคือเสือโคร่งที่ลดลงเรื่อยๆ ในป่าอื่นที่กลับเพิ่มจำนวนอย่างมีนัยสำคัญที่แม่วงก์ ในปี 2547 – 2550 มีการสำรวจพบเสือโคร่งตามธรรมชาติในป่าผืนนี้เพิ่มขึ้นถึง 11 ตัว และไม่ใช่เฉพาะเสือเท่านั้น สัตว์ป่าอื่นๆ ที่อยู่ในห่วงโซ่อาหารของเสือ ได้แก่ กระทิง วัวแดง กวาง ก็เพิ่มจำนวนขึ้นเช่นกัน
       
        นี่หรือคือสัตว์ป่าที่นายปลอดประสพบอกว่า “สร้างได้” นี่หรือคือผืนป่าที่เขาจะปล่อยให้น้ำท่วมทิ้งแล้วไปปลูกใหม่ สัตว์ป่าก็ให้จับออกมา จับออกมาแล้วเอาไปไว้ไหน? ไนท์ซาฟารีหรือ?
       
        คงไม่แปลกใจที่ทำไมเมื่อผู้คนรู้ข้อมูลนี้แล้วจะออกมาต่อต้านรายงาน EHIA ลวงโลกนี้กันเต็มถนน
       
        ก็ต้องระวังว่า เกมต่อไปของ “คนอยากได้เขื่อน” ก็คงจะออกมาในแนวทางเดิมๆ เช่น พยายามให้ชาวบ้านที่ได้ผลประโยชน์ออกมาสร้างดรามา ว่าอยากได้เขื่อน ไม่อยากได้น้ำท่วม รวมทั้งกลยุทธ์ “ยิงลูกโทษ”อย่างที่เคยทำ ตอนที่ศาลปกครองสั่งว่ากระบวนการบริหารจัดการน้ำตามที่กู้มา 3.5 แสนล้านบาทไม่ชอบด้วยกฎหมาย
       
        ตอนนี้น้ำเหนือเริ่มสะสมกันเข้ามาแล้ว หลายพื้นที่เริ่มมีน้ำท่วม
       
        ระวังว่า รัฐบาลจะเอามาอ้างว่า น้ำท่วมขึ้นมาแล้ว เราช่วยไม่ได้ เพราะศาลปกครองขวางทางไม่ให้เราทำแผนบริหารจัดการน้ำ หรือพวกต้านเขื่อนทำให้เราสร้างเขื่อนไม่ได้ น้ำท่วมนี้จึงไม่ใช่ความผิดของรัฐบาล ให้ไปโทษพวกต้านเขื่อนกับศาล และองค์กรอิสระ ที่คอยขัดขวางการทำงานของรัฐบาล ว่ากันไปโน่น
       
        ดังนั้นไม่อยากเจอน้ำท่วมเหมือนปี 2554 มายุบศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ ส.ว. สรรหา แก้รัฐธรรมนูญ แล้วมาสร้างเขื่อนกับทั่นปลอดของเราดีกว่า
       
        อย่าลืมว่า วาทกรรม “สัตว์ป่า” “ผืนป่า” ต้องแลกกับ “น้ำท่วม – คนไทยอยู่ไม่ได้” ถูกใช้แล้ว
       
        คอยมาดูกันว่าจะเอามาฉายซ้ำ ออกมาแบบที่ว่าไว้นี้ไหมครับ!

ข่าวล่าสุด ในหมวด
แท็กซี่กับปัญหาชาวกรุง
เลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรงจะเป็นอย่างไร
เลือกตั้งแบบเยอรมนีน่าสนใจอย่างไร
สัปดาห์แห่งการตีโต้ของฝ่ายต่อต้าน
คืนเสรีภาพ เพื่อแยกคลื่นใต้น้ำ
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 7 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 3 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยู่ต่างประเทศได้แต่ส่งกำลังใจให้คนดีๆๆ แต่อธิฐานสาปแช่งวันล่ะสามเวลาคนสารเลวขายชาติและทำลายประเทศไทยขอให้พวกมานจงมีอันเป็นไป.....เพี้ยง
คนไทยในต่างแดน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เอานักการเมืองทั้งหมดเข้ากรง จบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า และถ้าไม่มีทั้งน้ำและป่า สิ่งที่ถูกเรียกว่า คนหรือมนุษย์ก็อยุ่ไม่ได้เช่นกัน
จบข่าว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014