Celeb Online
billboard
หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก Celeb Online | celebrity | favourite
สายเลือดแห่งหลวงประดิษฐไพเราะ…อัษฎาวุธ สาคริก
ASTVผู้จัดการออนไลน์
11 เมษายน 2554 10:33 น.
สายเลือดแห่งหลวงประดิษฐไพเราะ…อัษฎาวุธ สาคริก
       

         
            “หลวงประดิษฐไพเราะเคยกล่าวไว้ว่า ‘ลูกหลานทุกคนต้อง ‘เป็น’ ดนตรี’ หมายความว่าต้องเล่นดนตรีเป็น แต่ท่านบอกว่าไม่ต้องเรียนดนตรีในสถาบันการศึกษา ให้ไปเรียนวิศวฯ ไปเรียนหมอ ไปเรียนทหาร แล้วนำดนตรีไปอธิบายให้หมอรู้จัก ไปอธิบายให้ทหารรู้จัก อธิบายให้วิศวกรรู้จัก เพราะเมื่อทำเช่นนั้น ดนตรีจะไม่ใช่เพียงแค่สิ่งที่คนกลุ่มหนึ่งเล่นกันเอง ฟังกันเอง เพราะดนตรีต้องมีคนฟัง ต้องมีคนรัก”
        
            เขาคือ อัษฎาวุธ สาคริก ‘เหลนตา’ ของบรมครูนาม ‘ศร ศิลปบรรเลง’ หรือ 'หลวงประดิษฐไพเราะ' ครูดนตรีไทยแห่งเมืองอัมพวา จ. สมุทรสงคราม ผู้เป็นที่จดจารกล่าวขานแม้ยุคสมัยของท่านจะล่วงเลยมานับร้อยปี

สายเลือดแห่งหลวงประดิษฐไพเราะ…อัษฎาวุธ สาคริก
       

สายเลือดแห่งหลวงประดิษฐไพเราะ…อัษฎาวุธ สาคริก
       

         
            จวบจนศตวรรษที่ 21 จิตวิญญาณของหลวงประดิษฐไพเราะที่ปรารถนาให้ดนตรีไทย ‘มีชีวิต’ ก็ยังคงยืนหยัดและได้รับการสืบต่ออย่างแข็งแรง ในนามของ ‘มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ’ ผ่านความมุ่งมั่นตั้งใจของอัษฎาวุธ สายเลือดในรุ่นที่ถัดลงมาถึง 4 ชั้น โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือการรับหน้าที่สานต่อความปรารถนาของบรรพบุรุษให้ยังคงอยู่อย่างท้าทายยุคสมัย 
        
            
            "หากถามว่า 'ดนตรี' คืออะไร? ตอบแบบกวนๆ หน่อยนะ ผมว่าคำตอบเหมือนกับเพลงที่เขาร้องว่า “ดนตรีนั้นคือชีวิต จังหวะคอยลิขิตให้ชีวิตก้าวไป...” นั่นแหละ ผมว่าแค่นั้นอธิบายจบแล้วครับ อธิบายด้วยเพลงลูกทุ่งเพลงหนึ่งก็ชัดเจนแล้วว่า ดนตรีนั้น ตอบสนองจังหวะของชีวิตของเรามากน้อยแค่ไหน
        
           
            "แต่ถ้ากลับกลายเป็นว่า คุณทุ่มเทไปมากมายไปโดยที่ดนตรีไม่ได้ตอบสนองชีวิตเรา ผมว่านั่นเรากำลังถอยหลัง สิ่งสำคัญก็คือเราควรจะจัด รวบรวม วางและรักษาดนตรีไว้ในที่ที่เมื่อเรามองย้อนกลับมาแล้ว เราสามารถอธิบายที่มาที่ไปของเราได้  ไม่ใช่แค่เรื่องดนตรีเท่านั้น แต่รวมถึง ภาษา วัฒนธรรม อาหาร การเมือง ผมว่าเมื่อเรารักษาสิ่งต่างๆ เหล่านี้อย่างดีแล้ว คนรุ่นหลังที่ฉลาดพอ เขาย่อมต้องต่อยอดจากสิ่งที่เรามีมาแล้ว"
                       
            หลังจากได้รับฟังถึงคำนิยามความหมายของดนตรีที่ย่อมต้องตอบสนองและจรรโลงจิตใจผู้คนแล้ว ก็ให้นึกอยากรู้ว่าชายผู้สืบสายเลือดบรมครูดนตรีไทยผู้นี้ จักมอง 'ดนตรีไทย' ในยุคสหัสวรรษ ด้วยสายตาเยี่ยงไร ?
        
            และถ้อยคำที่อัษฎาวุธบอกกล่าวก็คือ
        
            "ถ้าเรามองว่าดนตรีคือเรื่องของเสียง คือเรืองของการสร้างบทเพลง ผมก็มองว่าเราย่อมต้องนำเรื่องภูมิศาสตร์ เรื่องเขตแดนมาเกี่ยวข้องด้วยอยู่ดี เราจำเป็นที่จะต้องเอาเส้นเขตแดนมาเกี่ยวข้องด้วย
        
            "แต่ทุกวันนี้เราเรียนดนตรีในหลักสูตรที่เขาบังคับให้ต้องเรียนตีฆ้อง ตีระนาด เป่าขลุ่ย เด็กภาคใต้เรียนอะไร? ก็เรียนตีฆ้อง ตีระนาด สีซอ เป่าขลุ่ย ภาคเหนือก็เรียนเหมือนกันหมด เอ๊ะ! แล้วความหลากหลายมันอยู่ตรงไหน? หรือว่าวันหนึ่งข้างหน้า เราจะต้องกินข้าวกันที่ห้างสรรพสินค้ากันหมดทุกคน
        
            "เราเอาความเป็นไทยมาสะท้อนผ่านเพลงชาติ 'ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน...' ทุกอย่างรวมศูนย์หมด  ผมไม่รู้นะว่าเป็นความผิดพลาดหรือเป็นการตีความอะไรที่คลาดเคลื่อนหรือเปล่า แต่ทุกอย่างรวมศูนย์หมด มันจึงทำให้สิ่งที่อยู่ศูนย์กลางกลายเป็นการกำหนดสิ่งอื่นๆ ทำให้เราขาดวัฒนธรรมของเราไป ทำให้เราขาดตัวตนของเราไป แล้วมันก็ทำให้เราไม่กล้านำเสนอสิ่งที่ตัวตนของเราเป็นจริงๆ
                  
            "สิ่งเหล่านี้มันทำให้เห็นว่า ประเทศไทยดูถูกตัวเอง เราบอกว่าเราจะเดินตามหลังตะวันตก และการทำอย่างนั้นมันก็ทำให้เราขาดความเป็นตัวตนของเราไป"
        
            ดนตรีไทยในความหมายของเขาจึงทั้งลึกซึ้ง แผ่กว้าง และยาวไกล  
       
        
            “ดนตรีไทยในความหมายของผมคืออะไรก็ได้ที่เกิดขึ้นในดินแดนแหลมทองหรือสุวรรณภูมิแห่งนี้ หรืออะไรก็ตามที่เกิดเป็นวรรณกรรมที่เกี่ยวกับเสียง ไม่ว่าจะในมิติไหนก็ตาม ดังนั้น ดนตรีไทยในแบบของผมจึงอาจเป็นเสียงเด็กเล็กๆร้องเพลงก็ได้ ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องมาเรียนดนตรีไทยตามที่เขียนไว้ในตำรา เพราะสิ่งสำคัญยิ่งกว่า คือการที่คนคนหนึ่ง สามารถเรียนแล้ว ‘สร้าง’ ดนตรีไทยได้ในแบบของเขาเอง เพราะไม่เช่นนั้น เราจะมีแต่คนที่เรียนดนตรีไทยแต่ไม่มีใคร ‘สร้าง’ ดนตรีไทย 
        
           
            “ในความรู้สึกของผมนะ คาราบาวก็เป็นดนตรีไทย อะไรก็เป็นดนตรีไทย แต่ถ้ามองในสายตาของคนที่ถือว่าฆ้อง ระนาดเอก ซอนั้นคือดนตรีไทย นั่นก็ถือว่าเป็นการมองกันในมิติความหมายแบบดั้งเดิม ซึ่งความหมายแบบดั้งเดิมนั้นมันหมายความว่าอย่างไร? มันก็หมายความว่าเราเรียนกันโดยถูกปลูกฝังทำตามอย่างเดียว โดยไม่รู้ว่าเราจะทำตามไปเพื่ออะไร เราเรียนโดยไม่รู้ว่าจะนำไปใช้อย่างไร เราเรียนโดยไม่รู้ว่า แล้วพื้นที่ของดนตรีไทยในสังคมมันจะไปอยู่ตรงไหน บนแผงเทปหรือตามแผงหนังสือ มันมีพื้นที่ให้ดนตรีไทยไหม? ”

สายเลือดแห่งหลวงประดิษฐไพเราะ…อัษฎาวุธ สาคริก
       

สายเลือดแห่งหลวงประดิษฐไพเราะ…อัษฎาวุธ สาคริก
       

         
           การสืบต่อ ‘ดนตรีไทย’ ในแบบของเขา เปี่ยมด้วยมุมมองและดวงใจที่เปิดกว้าง ทั้งกล้าหาญพอที่จะวิพากษ์กรอบแห่งขนบจารีต ซึ่งเขามองว่า ในบางครั้ง การยึดติดอยู่กับขนบเดิมๆ ในอดีตอย่างไม่ยอมเปิดรับสิ่งใหม่ ก็อาจทำให้ ‘ดนตรีไทย’หมดลมหายใจ แทนที่จะได้รับการพัฒนาให้มีชีวิตสืบต่อไปในฐานะสุนทรียะซึ่งกล่อมเกลาจิตใจและวิญญาณ
        
            “คุณเคยเห็นใครแบกซอขึ้นรถเมล์ไหม? คุณเคยเห็นใครเรียนดนตรีไทย เล่นระนาดแล้วมาเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาน้ำอัดลมไหม? ...ไม่มีใครเคยเห็นหรอก นั่นเพราะดนตรีไทยถูกทำให้ขาดบรรยากาศ
        
            "อย่าลืมว่าเราหายใจอยู่ด้วยอากาศของปัจจุบัน เราไม่ได้หายใจอยู่ด้วยอากาศของอดีต ถ้าเรียนให้ตายแล้วจบออกมา คุณพบว่าดนตรีที่คุณเล่น มันพูดอยู่คนเดียว แล้วคุณจะสื่อสารกับใคร?

สายเลือดแห่งหลวงประดิษฐไพเราะ…อัษฎาวุธ สาคริก
       

         
        
            “การนำเงื่อนไขในอดีตมารับใช้ปัจจุบันมากเกินไป ทำให้เกิดความกลัว ไม่กล้าทดลองอะไรใหม่ๆ แต่จะโทษสังคม หรือโทษใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ มันต้องเริ่มที่ว่าเราทุกคนต้องทำความเข้าใจกับคำว่า ‘วัฒนธรรม’ ให้ดี วัฒนธรรมมันต้องมีความเคลื่อนไหว มีพลวัตร"
        
                 อัษฎาวุธมองว่า ปัญหาอย่างหนึ่งของการเรียนการสอนและวิธีคิดในปัจจุบัน มีปัญหาคือเรามัก ‘ตีเส้น’ หรือ กำหนดกรอบให้กับอะไร หลายๆ อย่างมากจนเกินไป    
               
        
            "คำถามก็คือ ทำไมเราต้อง ‘อนุรักษ์’ ดนตรีไทย จริงๆ มันไม่ต้องอนุรักษ์หรอก ทุกอย่างมันก็มีวิถีที่ต้องเป็นไป พอมีคำว่าอนุรักษ์เกิดขึ้น มันก็มีการแบ่งแยกเป็นหัวอนุรักษ์และหัวก้าวหน้า จริงๆ แล้ว ทุกคนก็มีทั้งหัวอนุรักษ์ และหัวก้าวหน้าอยู่ในคนๆ เดียวกันอยู่แล้ว และดนตรีก็เป็นส่วนหนึ่งของการรับรู้ของมนุษย์ ในด้านที่จะมาบำรุงบำเรอจิตใจ 
        
            "ดนตรีไทยมันไม่ใช่แค่เรื่องของเปลือกที่ว่า เล่นขิม สีซอ เล่นจะเข้ แล้วจะเรียกว่าอนุรักษ์ มันไม่ใช่ นั่นเป็นแค่เรื่องของเปลือกเพียงนิดเดียว จริงอยู่ในมุมหนึ่งเราต้องรู้ว่า ต้องมีกรอบอยู่บ้าง ผมไม่ได้แหกกรอบเลยนะ แต่ผมขยายกรอบ แล้วนั่นก็ทำให้เราสามารถก้าวไปได้ทุกๆ ที่
        
           
            "อะไรที่ลงท้ายด้วย 'ไทย' เรามักจะไปจบตรงที่ 'เราต้องหยุดมันไว้ในช่วงเวลาหนึ่ง' แล้วอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากนั้น เราก็มักจะลงความเห็นว่ามันไม่ใช่ 'ไทย' ผมว่านี่คือปัญหา"

สายเลือดแห่งหลวงประดิษฐไพเราะ…อัษฎาวุธ สาคริก
       

         
           
           ใช่เพียงถ่ายทอดมุมมองอันเกี่ยวเนื่องกับความเป็นไทย ดนตรีไทย แต่สายเลือดครูเพลงแห่งลุ่มน้ำแม่กลองผู้นี้ ยังตั้งคำถามถึงการอนุรักษ์ดนตรีไทยโดยละเลยบริบทของยุคสมัย การยึดเพียงเปลือกนอก สักแต่ว่ายึดติดกันอยู่ที่รูปแบบของเครื่องดนตรี หรือยึดในแบบแผนที่ไม่เอื้อต่อการดำรงอยู่ นั่นย่อมเป็นการหลงยึดเพียงเปลือกโดยหลงลืมแก่นหรือเนื้อแท้แห่งดนตรีที่ควรก้าวเข้าไปสัมผัสจิตใจของผู้ฟังผ่านท่วงทำนองปลอบประโลมใจ โดยท่วงทำนองเหล่านั้นยังดำรงอยู่...เหนือกาลเวลา
        
            แต่เหนืออื่นใด ยังมี 'บางสิ่ง' ที่อัษฎาวุธเชื่อมั่น ยึดถือไว้เป็น 'หางเสือ' ของนาวาชีวิต 'ฅนดนตรี' 
        
           
            นั่นคือ...  
           
            “ลึกๆ แล้ว ดนตรีคือการกล่อมเกลาสภาพจิตใจ นี่เป็นมุมมองส่วนตัวของผมนะ ถ้าเรามองเข้าไปในมุมที่ลึกซึ้งขึ้น มองในมุมของ ‘พุทธ’ ดนตรีก็คือความสงบ ดนตรีกับพุทธคือเรื่องเดียวกัน เราเพียงแต่ทำให้มันแปลกแยกออกมาเอง ดังนั้น สำหรับผม คุณจะสร้างงานดนตรีอะไรก็ตามแต่ แม้ในมุมมองของการวิพากษ์การเมืองมันก็คือศิลปะในการบันทึกสังคมนั้นๆ ดนตรีทุกแขนงย่อมสามารถสะท้อนได้ถึงสังคมในแต่ละยุคสมัย แต่สิ่งที่ผมให้ความสำคัญที่สุดคือ ดนตรีต้องมี ‘หางเสือ’ ต้องมี ‘ศีลธรรม’ "

สายเลือดแห่งหลวงประดิษฐไพเราะ…อัษฎาวุธ สาคริก
       

         
            “และท้ายที่สุด ดนตรีต้องนำผู้ฟังไปสู่ภาวะสงบ...นั่นคือสิ่งสูงสุด”
                                        ..........
                                 เรื่องโดย : นางสาวยิปซี 
                                ภาพโดย : วรงค์กรณ์ ดินไทย
                    

ข่าวล่าสุดในหมวด
"ม.ล.นภาศิริ ชยางกูร" เปิดกรุทองที่นี่ที่เดียว!! กิจกรรมสุดโปรดของสาวน้ำใจงาม พิมดาว พานิชสมัย
จุดหมายปลายทางหนีน้ำในดวงใจของเหล่าเซเลบ อาหารจานโปรดเพื่อสุขภาพสไตล์เซเลบ
 
SEARCH ::
 
 
5 อันดับข่าวยอดนิยมของหมวด
“เราเป็นแค่จุดเล็กๆ ไม่ใช่แค่บนโลกใบนี้” พงสวัฒน์ ดุษฎีโหนด ช่างภาพมือสมัครเล่นผู้หลงใหล “ทางช้างเผือก”
เปิ้ล-จริยดี คุณแม่มือใหม่ห่วงสวย
เจาะหลังเวทีแอลแฟชั่นวีค! หน.ทีมเมกอัพเผยความลับแต่งหน้านางแบบ เตือนสาวทั่วไปอย่าจัดเต็ม อย่าเป๊ะเว่อร์!!
เหล่าเซเลบอวดรองเท้าคู่โปรด ไปในทุกที่
ประสบการณ์สร้างความแกร่ง “ดลิน (โสภณพนิช) ยังพิชิต”
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด




จำนวนคนโหวต 64 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 

CELEB ONLINE : Event | Gossip | World Celeb | Interview | Hot Topic | Mangmouth FASHION & BEAUTY : Fashion | Shopping | Tips & How To | Beauty Trend | Hair Alert | Fashion Guru | Beauty Guru | Celeb Look LIFESTYLE & TRAVEL : Dining Out | Travel | Check-in | Book | Home | Art Eye View ADVICE : Flirt | Consultant | Horo | Privacy Policy
CELEB ONLINE ASTV MANAGER CONTACT US